อัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ของไทย มีแนวโน้มลดลงเหลือ 75% จากปีที่ผ่านมา 80%
ตามคำแถลงของกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่จะได้พบว่าองค์กรธุรกิจที่ประกอบกิจการในประเทศไทยเคารพทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น ใช้ซอฟต์แวร์ตลอดจนสินค้าอื่นๆ ที่ถูกกฎหมาย เพื่อนำมาต่อยอดสร้างธุรกิจทำรายได้สู่องค์กรตัวเอง ทรัพย์สินที่ได้มาอย่างถูกต้องตามกฎหมายนำไปสร้างฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของประเทศ ไม่ได้เติบโตบนความเอารัดเอาเปรียบผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจในประเทศด้วยกัน หรือกิจการของต่างชาติ นั่นหมายถึงการสร้างโอกาสที่จะพัฒนาธุรกิจร่วมกับนานาชาติได้
แต่การละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ไม่ได้กระทำเฉพาะประเทศไทย ธุรกิจไทยเท่านั้น ตามคำแถลงของ บก.ปอศ. ประเทศไทยกลายเป็นแหล่งละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ของบริษัทต่างชาติที่เข้ามาตั้งสำนักงาน โรงงานในประเทศสูงขึ้น โดยอัตราการละเมิดของบริษัทข้ามชาติมากกว่า 20% เป็นบริษัทญี่ปุ่น 12% สิงคโปร์ 3% ไต้หวัน 2% จีน 2% มาเลเซีย 2% แสดงให้เห็นว่าบริษัทข้ามชาติเหล่านี้ อาจจะมองประเทศด้อยพัฒนาเป็นแหล่งใช้งานซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ได้สะดวก
ซึ่งการปราบปรามก็ควรจะเข้มงวดกับบริษัทข้ามชาติเหล่านั้นด้วย เพราะการกระทำละเมิดที่เกิดขึ้นในประเทศก็เปรียบเสมือนประเทศไทยยินยอมให้เกิดการกระทำเช่นนี้ได้อย่างเสรี ซึ่งส่งผลกระทบต่อการจัดให้อยู่ในประเทศที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ (PWL) ของสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ แต่ยังดีที่กลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) ปรับลดอันดับไทยจากประเทศที่ใช้สินค้าละเมิดเป็นอันดับหนึ่ง เหลืออันดับสอง จากทั้งหมดสามอันดับ แสดงให้เห็นถึงนโยบายการปราบปรามการละเมิดที่กระทำมาอย่างถูกทาง แต่สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์นั้นไม่ใช่แต่เพียงซอฟต์แวร์ ยังรวมถึงภาพยนตร์ เพลง ที่สำคัญคือกลุ่มยา
เฉพาะในส่วนของซอฟต์แวร์หากประเทศไทยลดการละเมิด ทั้งซอฟต์แวร์ต่างชาติ และซอฟต์แวร์ที่ผลิตขึ้นในประเทศจะสร้างขวัญและกำลังใจแก่คนทำงานด้านนี้ เมื่อสร้างงานแล้วทำรายได้ นักพัฒนาก็จะต่อยอดสร้างผลงานดีๆ ออกมาให้ได้ใช้ และสร้างชื่อแก่ประเทศได้ต่อไป และยังเป็นการส่งเสริมการเคารพสิทธิ์ของผู้อื่น ซึ่งเป็นการสร้างวินัยอันดีที่พึงมีของคนในประเทศที่เจริญแล้วอีกด้านหนึ่ง
อนาคตของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ในประเทศไทยที่มีมูลค่าประมาณ 8 หมื่นล้านบาท หรือ 40% ของมูลค่าอุตสาหกรรมไอทีที่ 2 แสนล้านบาทอาจจะได้ขยับขึ้น และมีส่วนนำมาพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทยให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ได้บ้าง






