วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รู้เขา ไม่รู้เรา จุด (ไม่) เปลี่ยนปชป.?

การยกเลิกแถลงผลการประชุม กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2556

เกี่ยวกับการปฏิรูปพรรคอย่างกะทันหัน จากเดิมที่กำหนดในวันที่ 14 พ.ค.โดยโฆษกประชาธิปัตย์ แจ้งความจำเป็นต้องเลื่อนออกไปก่อน เพื่อให้มาแถลงพร้อมกัน นั่นเป็นหน้างาน ...แต่เบื้องหลัง ก็ยังมีอินไซต์ถึงปัญหา "ขัดขา" กันภายใน

ท่ามกลางเสียงเล็ดลอดออกมาว่า ที่ประชุมกรรมการบริหารยังไม่ "ตกผลึก" กับพิมพ์เขียวของ "อลงกรณ์ พลบุตร" รองหัวหน้า ภาคกลาง จึงทำให้วงประชุมกรรมการบริหารครั้งนี้ไร้มติใดๆ

เช้าวันถัดมา 15 พ.ค. "อลงกรณ์" โพสต์ในทวิตเตอร์ @alongkornpb เคลียร์ข่าวที่ติดภารกิจที่เพชรบุรี จนมาแถลงข่าวไม่ได้ แต่ถูก "บางคน" ให้ข่าว บิดเบือน ดิสเครดิตเขาว่าผู้หลักผู้ใหญ่ของพรรคไม่พอใจข้อเสนอของเขา ที่ขัดอุดมการณ์พรรค เน้นประชานิยม เลียนแบบพรรคเพื่อไทย พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตว่า การกล่าวหาใส่ร้ายเกิดขึ้นเพราะตนเองและเพื่อนๆ เสนอ "พิมพ์เขียวปฏิรูปพรรค" และ "ความพ่ายแพ้ซ้ำซาก 21 ปี" แบบตรงไปตรงมา

พร้อมทั้งจำเป็นต้องเผยแพร่ พิมพ์เขียวปฏิรูปพรรคปชป.จำนวน 36 หน้า ที่มีเนื้อหา 2 ส่วน คือ "ความเป็นมาของการปฏิรูปพรรคและวิเคราะห์จุดอ่อนจุดแข็ง-โอกาสและปัญหา" อีกส่วนคือ "แนวทางการปฏิรูปพรรค" เพื่อเคลียร์ข้อกล่าวหานี้

ความพยายามจะปฏิรูปพรรคปชป.หรือว่ากันตามตรง... สิ่งที่หลายกลุ่มในพรรคอยากให้เริ่มต้นด้วย "การเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรค" พร้อมทั้งล้มกระดานขั้วอำนาจอดีตเลขาฯสุเทพ เทือกสุบรรณ และ"แก๊งไอติม"ที่อยู่รายรอบหัวหน้า"อภิสิทธิ์"

ทว่า ปรากฏการณ์ความเคลื่อนไหวของ "อลงกรณ์" ที่ยอมออกหน้าแทนผู้ใหญ่และ ส.ส.หลายกลุ่ม กลับดูเหมือนจะไม่มีสัญญาณตอบรับจาก "ผู้มีอิทธิพลในพรรค" ที่รู้ทันเกมนี้

จะว่าไปแล้ว ความเบื่อหน่ายภายในปชป.เป็นเพราะการบริหารจัดการภายในพรรคถูกผูกขาดและชี้นำโดย "คนไม่กี่คน" ที่สะท้อนถึงกระบวนการประชาธิปไตยในพรรคว่า "ไม่ได้มีอยู่จริง" โดยมีการระบุถึงตัวอย่างสำคัญ กรณีสรรหาแคนดิเดทผู้สมัครชิงผู้ว่าฯ กทม.ที่ล็อกโหวต "คุณชายสุขุมพันธุ์ บริพัตร" มาถึง 2 สมัย กระทั่งหลังสุด คือ การแต่งตั้งทีมรองผู้ว่าฯและทีมบริหารกทม.ก็แบ่งโควตากันแค่ "3 ก๊ก"

ขณะที่ความเห็นของ ส.ส.ธรรมดา รวมทั้ง "สภาผู้เฒ่า"ในพรรค ก็ยากที่จะถูกพิจารณา ในเมื่อ "ผู้นำพรรค" ขึ้นมานั่งในตำแหน่งได้ ก็ด้วยการ "พึ่งพา" สรรพกำลังทุกอย่างจากผู้มีอิทธิพลในพรรค ซึ่งรวมถึงการรักษาอำนาจในตำแหน่งให้ยาวนานที่สุด ซึ่งก็ต้อง "ยอมฮั้ว" กับผู้มีอิทธิพลที่ว่านี้

เวลานี้ ดูเหมือนกลุ่มผู้อำนาจในพรรค จะไม่ยอมรับความจริง ไม่เปิดใจรับฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของแฟนคลับ ทั้งที่ "ยังมีความหวัง" และ"เริ่มสิ้นหวัง" ในพรรคเก่าแก่นี้ ที่สะท้อนว่าอยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของพรรคอย่างไร ซึ่งไม่ต่างกับบรรดา ส.ส.ที่มองเห็นความตกต่ำของพรรค จนยากจะเอาชนะคู่แข่งสำคัญอย่างเพื่อไทยได้ในสนามการเมืองระดับชาติ โดยเฉพาะตั้งแต่ปลายยุคแรกกระทั่้งเข้าสู่ยุคที่สองของ "หัวหน้าอภิสิทธิ์" ที่อยู่ในสภาพ "ขาลง" และยังไม่กระเตื้องขึ้น

ทุกวันนี้อาการ ปชป.ภายนอกก็มีแต่ "ทรง" ภายในก็มีแต่ "ทรุด" จนแทบไม่สามารถกลบเกลื่อนปัญหาได้ โดยเฉพาะระหว่างคู่กรณีเลขาฯปัจจุบันและอดีตเลขาฯอย่าง "เฉลิมชัย ศรีอ่อน" และ "สุเทพ เทือกสุบรรณ" ที่ฝ่ายแรกเกือบถอดใจไปแล้ว

เวลานี้ เสียงเรียกร้องของส.ส.บางส่วน ในพรรคที่อยากเห็น "หัวหน้าพรรค" คนใหม่ ไม่ว่าจะเป็น อภิรักษ์ โกษะโยธิน กรณ์ จาติกวนิช ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ หรือ ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ อาจไร้ความหมาย เพราะยังหลงอยู่กับกระแส "แฟนคลับ" จนเชื่อว่า ความนิยมของพรรคภายใต้การนำของหัวหน้าคนปัจจุบันยังแรงดีไม่มีตก

เรียนรู้เขา เลียนแบบเขา แต่ไม่(รับ)รู้ว่า"แบบเรา" ถ้าไม่เปลี่ยน...อย่าว่าแต่จะมองไกลไปถึงอนาคตชาติ(นี้) แม้แต่อนาคตพรรคใกล้ๆ กว่า ก็ยังมองไม่เห็น!