วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

โรงเรียนของหนู

ฟ้าอีสานยามนี้หม่นครึ้ม คงสักเที่ยงไปแล้วกระมังแดดค่อยโผล่พ้นขอบเมฆ คนบ้านดอน ครึ่งของหมู่บ้านเป็นชาวนา

ที่เหลือรับราชการครู ทหาร ตำรวจ พยาบาล เจ้าหน้าที่ที่ดิน สภาพความเป็นอยู่เป็นเหมือนกึ่งเมือง กึ่งชนบท เช้าฝากท้องที่ร้านค้าอาหารสด อาหารสำเร็จ ประจำหมู่บ้าน


วันพรุ่งนี้เป็นวันเปิดเรียน "เอี้ยง" นอนฟังเสียงเม็ดฝนหล่นจากชายคาดังจ๋อม จ๋อม แล้วก็พลันกระโจนจากที่นอน นึกตื่นเต้นจะได้เจอเพื่อนๆ พร้อมหน้าพร้อมตา

ห่างไปอีกสองสามชายคา "ครูวิ" รองผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านดอน นั่งขลุกอยู่ที่ท้ายเรือน มือซ้ายซ้อนอกไอ้แดง มือขวาใช้ผ้ามัดเป็นก้อนอังไฟ เช็ดไปตามโคนปีก โคนหาง สลับกับเช็ดใบหน้าไก่ชนตัวโปรด รอลงสนามข้างวัดวันเสาร์นี้

ทั้งบ้านเอี้ยงและบ้านครูวิ ต่างเปิดฟังรายการเล่าข่าว เสียงพิธีกร เล่าข่าวเรื่องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พงศ์เทพ เทพกาญจนา จะยุบโรงเรียนเล็ก

"มาดูเรื่องยุบโรงเรียนขนาดเล็กครับคุณผู้ชมครับ..."

จากนั้น นักเล่าข่าวก็หยิบเอาความเห็นของ "สวนดุสิตโพล" มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ที่ได้สำรวจความคิดเห็น ผู้ปกครองทั่วประเทศช่วงที่จะมีการเปิดภาคเรียนในปีการศึกษา 2556 นี้ จำนวน 1,292 คน ระหว่างวันที่ 8-11 พฤษภาคม 2556 พบว่า สิ่งที่ผู้ปกครองวิตกกังวลในช่วงเปิดเทอม คือ อันดับ 1 ค่าใช้จ่ายต่างๆ เกี่ยวกับการเล่าเรียน เช่น ค่าเทอม ค่าเสื้อผ้า ชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน 38.24%

และจากที่กระทรวงศึกษาธิการ จะยุบรวมโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็ก กว่า 17,000 แห่งทั่วประเทศ โดยให้เหตุผลว่าเพื่อประหยัดงบประมาณ และจะทำให้กระบวนการจัดการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพ ผู้ปกครองเห็นด้วยหรือไม่ พบว่า อันดับ 1 ไม่เห็นด้วย 60.09% เพราะว่า นักเรียน ครู และ ผู้ปกครองได้รับผลกระทบ เช่น การเดินทาง การปรับตัว ความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน ฯลฯ

------------------------------

ที่โรงเรียนบ้านดอน ปีนี้มีนักเรียนกว่า 70 คน ส่วนใหญ่เป็นลูกชาวนาในหมู่บ้าน "น้าชาญ" นักการภารโรง กำลังเร่งทำความสะอาดห้องพักครู ห้องเรียน ให้พร้อมสำหรับการเปิดเรียนวันพรุ่งนี้ แกไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไร ทำไปวันๆ เพราะตุลาคมนี้ก็จะเกษียณแล้ว

เด็กบ้านดอนหลายคนเพิ่งกลับมาจากกรุงเทพฯ ไปอยู่กับพ่อแม่ที่ทำงานในโรงงานชานกรุง เป็นช่วงเวลาที่เด็กๆ เหล่านี้รอคอยทุกช่วงปิดเทอมที่จะได้มาสัมผัสกลิ่นอายเมืองหลวง

ดังที่บอกไปว่า บ้านดอน ครึ่งค่อนบ้านมีอาชีพรับราชการ ทั้ง ครู ทหาร ตำรวจ พยาบาล เจ้าหน้าที่ที่ดิน คนเหล่านี้นิยมส่งลูกไปเรียนในตัวจังหวัด รวมถึงลูกทั้ง 2 คนของ "ครูวิ"

การนิยมส่งลูกไปเรียนในตัวเมือง ทำให้ "ผู้ใหญ่ยิ้ม" ออกรถตู้คันใหม่ไว้รับส่งนักเรียน ที่ปีนี้เพิ่มขึ้นอีกหลายหัว เมื่อนับรวมกับนักเรียนลูกครูบ้านอื่นก็เต็มรถพอดี

มันเป็นสภาพของความเป็นจริงของคนบ้านนอก ที่หากใครมีกำลังส่งเสียลูกไปเรียนในตัวจังหวัด ก็ทำกันทั้งสิ้น

มันเป็นสภาพความเป็นจริงของบ้านดอน ที่ผู้อำนวยการโรงเรียน พ่วงตำแหน่งอาจารย์ 3 ที่ทำงานไปวันๆ สิ้นเดือนรับเงินเดือนหลายหมื่น เขาไม่อินังขังขอบว่าครูคนไหนจะสอนหรือไม่สอน ตราบใดที่ครูคนอื่นๆ ไม่สนใจว่าเขาจะกลับไปขลุกอยู่ในสวนยางพารา ที่กำลังจะครบอายุกรีด

"ครูวิ" เอง ก็เปรยๆ กับชาวบ้านว่า "ไม่อยากให้ลูกมาเรียนก็ไม่ต้องมา เพราะยังไงเขาก็ได้กินเงินเดือน พ่วงอาจารย์ 3 ทุกๆ เดือน ดีเสียอีก ไม่มีนักเรียนจะได้ไม่ต้องสอน มีเวลาดูแลไก่ชน"

"เอี้ยง" เอง ไม่รู้หรอกว่า วันพรุ่งนี้เขาจะเหลือเพื่อนร่วมห้องกี่คน เขาเคยรบเร้าขอแม่กับพ่อส่งไปเรียนในจังหวัดเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ แต่ก็ได้คำตอบที่มีคำตอบชัดเจนอยู่แล้วว่า "เราลูกชาวนา เรามันจน เรียนที่บ้านเรานี่แหละลูก ครูก็มีสอน"

นี่คือโรงเรียนที่ "เอี้ยง" จำต้องก้มหน้าเรียนต่อไปอีก 4-5 ปี

เช้าวันพรุ่งนี้เปิดเรียน ในขณะที่หลายๆ โรงเรียนของประเทศไทย...มันเป็นเฉกเช่นนี้