วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

180 ปี ความสัมพันธ์ ไทย-สหรัฐอเมริกา

ตั้งแต่ พ.ศ. 2376 (ค.ศ. 1833) รัฐสยามเริ่มมีความสัมพันธ์ข้ามรัฐกับอเมริกาผ่านการลงนามในสนธิสัญญาทางการค้า

ในทำนองเดียวกันกับสนธิสัญญาเบาว์ริงที่สยามทำไว้กับอังกฤษ จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2399 (1856) สยามกับสหรัฐจึงได้เริ่มสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศอย่างเป็นทางการ ความสัมพันธ์ระหว่างสองรัฐเป็นไปโดยราบรื่น ก่อประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย ดำเนินไปอย่างเป็นมิตร จนกระทั่งในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่กองทัพญี่ปุ่นบุกประเทศไทย จึงจำเป็นให้ไทยต้องประกาศสงครามต่อต้านฝ่ายสัมพันธมิตรอันมีสหรัฐอเมริกาและอังกฤษเป็นผู้นำหลัก อย่างไรก็ดี ในตอนนั้นสหรัฐฯไม่ได้ประกาศสงครามต่อไทย เนื่องจากมีการเคลื่อนไหวของขบวนการเสรีไทยในสหรัฐอเมริกาซึ่งได้รับสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐฯ

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ที่ผ่านมา นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เข้าพบหารือข้อราชการกับนาย John Kerry รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริกา โดยหัวข้อการหารือครอบคลุมประเด็นเรื่อง ความสัมพันธ์ทวิภาคี การส่งเสริมการเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ และพัฒนาการในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเด็นระหว่างประเทศ นอกจากนี้ โอกาสการหารือข้อราชการระหว่างรองนายกรัฐมนตรีฯ กับ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ยังเป็นโอกาสที่ดียิ่ง เนื่องจากในปี 2556 นี้เป็นปีที่ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกาดำเนินมาครบรอบ 180 ปี และรัฐมนตรีทั้งสองฝ่ายต่างแสดงความมั่นใจว่าความสัมพันธ์ทางการทูตของทั้งสองประเทศในโอกาสนี้จะยิ่งเพิ่มระดับ พัฒนาสู่ระดับที่สูงต่อไป

ในการหารือของทั้งสองฝ่าย สามารถสรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

1. ด้านความสัมพันธ์ทวิภาคี รองนายกรัฐมนตรีฯ ได้เน้นถึงความสำคัญของการมีเสถียรภาพทางการเมือง การเคลื่อนไหวเศรษฐกิจ รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเครือข่ายคมนาคมขนส่งในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งนี่จะเป็นโอกาสที่ดีของบรรดานักลงทุนสหรัฐฯ ที่จะเข้ามีส่วนร่วมในการสนับสนุนและลงทุน นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรีฯ ยังได้ย้ำถึงความมุ่งมั่นและความกระตือรือร้นของไทยในประเด็นอื่นๆ เช่น การเข้าร่วมลงนามข้อตกลง Trans - Pacific Strategic Economic Partnership (TPP) การแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ด้วยหวังว่า สหรัฐฯ จะเห็นถึงความพยายามในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังของหน่วยงานราชการไทยในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนี้ รัฐมนตรีทั้งสองฝ่ายยังได้หารือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการเยือนสหรัฐฯ ของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ภายในปีนี้ด้วย

2. ด้านความสัมพันธ์ในระดับภูมิภาค รองนายกรัฐมนตรีฯ ได้กล่าวชื่นชมนโยบาย Rebalancing ของสหรัฐฯ รวมทั้งประสงค์จะเห็นบทบาทของสหรัฐฯ ในการเกื้อหนุนความมั่นคงและสันติภาพในภูมิภาค ส่งเสริมด้านการพัฒนาในแง่ต่างๆ เพิ่มความร่วมมือด้านการค้าการลงทุน เสริมสร้างความเชื่อมโยงในภูมิภาค เพื่อสนับสนุนประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยไทยต้องการเห็นความสัมพันธ์อาเซียน-สหรัฐฯ ยกระดับเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาประเด็นท้าทายด้านความมั่นคง นอกจากนี้ รัฐมนตรียังได้แสดงความยินดีที่สหรัฐฯ สนับสนุนพัฒนาการของเมียนมาร์ และแสดงความหวังว่าสหรัฐฯ จะยกเลิกข้อจำกัดหรือการคว่ำบาตรต่อเมียนมาร์ในที่สุด เนื่องจากเห็นโอกาสที่จะดำเนินความร่วมมือไตรภาคีในการสนับสนุนการลงทุนในเมียนมาร์ ในประเด็นเรื่องอาเซียน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่าอาเซียนเป็นกลไกหลักในการที่สหรัฐฯ จะมีปฏิสัมพันธ์กับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงมีความยินดีจะสนับสนุนในแง่ต่างๆ อย่างยิ่ง

ในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเขตภูมิภาคทะเลจีนใต้ ไทยมุ่งมั่นที่จะแสวงหาแนวทางที่ทุกฝ่าย อันรวมถึง ประเทศอาเซียน จีน ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา ยอมรับได้ และส่งเสริมบรรยากาศที่หนุนความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างทุกฝ่ายในภูมิภาค เพื่อนำไปสู่การจัดทำแนวปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้ (Code of Conduct - COC)

จะเห็นได้ว่า ระยะเวลาผ่านไปถึง 180 ปีแล้ว ไทยกับสหรัฐฯ ยังสามารถคงความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไว้ได้อย่างดี

นอกจากนี้ เนื่องในโอกาสครบรอบ 180 ความสัมพันธ์ ไทย-สหรัฐ กระทรวงการต่างประเทศ พร้อมกับสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้ร่วมกันจัดงานเลี้ยงเพื่อเฉลิมฉลองมิตรภาพไทย-อเมริกัน ในวันที่ 29 พฤษภาคม 2556 ที่จะถึงนี้ ณ กระทรวงการต่างประเทศโดยภายในงานมีการจัดการออกร้าน จัดนิทรรศการความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯ การจัดแสดงต่างๆ นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจากนายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย Kristie Kenny เข้าร่วมงาน