เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมได้เขียนไปถึงคุณลักษณะของผู้นำที่ ไม่ พึงประสงค์ ในสามลักษณะได้แก่ ขาด เกิน และ เสพ
ดังนั้น สัปดาห์นี้เรามาดูอีกมุมหนึ่งนะครับว่า ถ้าเรารู้ว่าคุณลักษณะของผู้นำที่ไม่พึงประสงค์เป็นอย่างไร ถ้าอย่างงั้น ผู้นำที่ดีควรจะมีลักษณะอย่างไร? จริงๆ เรื่องของผู้นำที่ดีนั้นดูเหมือนจะเป็นปัญหาโลกแตกที่เถียงกันไม่จบ และจริงๆ ผมก็เชื่อว่าไม่มีสูตรสำเร็จด้วย อย่างไรก็ดี จากการติดตามงานวิชาการและแนวโน้มทางด้านภาวะผู้นำต่างๆ ในปัจจุบันทำให้เริ่มเห็นแนวโน้มคุณลักษณะของผู้นำยุคใหม่ที่จะนำพาองค์กรสู่ความสำเร็จและยั่งยืนครับ
แนวโน้มหนึ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือผู้นำที่จะพาองค์กรสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนนั้นจะไม่ใช่ผู้นำที่เดินเข้ามาในห้องก็สามารถเรียกร้องความสนใจจากทุกๆ คน หรือ ผู้นำที่เสียงดัง ชอบทุบโต๊ะ และตัดสินใจอย่างเด็ดขาดฉับพลันตามความเห็นของตนเองเป็นหลัก แนวโน้มการศึกษาเรื่องผู้นำนั้นดูเหมือนจะชี้ไปในทิศทางของผู้นำที่มีความถ่อมตัว แต่มุ่งมั่น เป็นผู้นำที่นำโดยการทำตัวอย่างให้ลูกน้องดู ไม่ใช่ผู้นำที่อาศัยบุคลิกภาพหรือเสน่ห์เฉพาะตัวในการจูงใจลูกน้อง เป็นผู้นำที่อาจจะดูเงียบ ไม่โฉ่งฉ่าง แต่มีความตั้งใจและมุ่งมั่นอย่างสูงในการนำความสำเร็จสู่องค์กร
นอกจากนี้ยังพบว่าแนวโน้มของผู้นำที่ดีนั้น จะต้องเป็นผู้ที่มีความจริงใจทั้งต่อบุคคลรอบข้างและต่อองค์กร เป็นผู้นำที่ Walk the Talk หรืออีกนัยหนึ่งคือปฏิบัติตัวตามสิ่งที่ตนเองพูด เป็นผู้นำที่มีความซื่อสัตย์ โปร่งใส และทำทุกอย่างไม่ใช่เพื่อตนเองหรือพวกพ้อง แต่เพื่อความสำเร็จของส่วนรวม องค์กร และสังคมเป็นสำคัญ นอกจากนี้ผู้นำที่ดีจะต้องเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับใช้ นั้นคือทำและบริหารงาน โดยมีหลักการเพื่อผู้อื่นและองค์กรเป็นสำคัญ ไม่ใช่เพื่อตนเองหรือพวกพ้อง และเป็นผู้นำที่ไม่ใช่สั่งการหรือชี้นิ้วเพื่อให้งานสำเร็จ แต่จะต้องคอยเข้าไปช่วยเหลือ ดูแล เพื่อให้ลูกน้องและคนในทีมสามารถทำงานได้เต็มศักยภาพเพื่อความสำเร็จของงาน
ท่านผู้อ่านอาจจะสงสัยถึงบรรดาคุณลักษณะของผู้นำที่พึงประสงค์ที่จะนำพาองค์กรสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนข้างต้นนั้นผมนั่งเทียนเขียนขึ้นมาเองหรือเปล่า ซึ่งคำตอบคือไม่ใช่นะครับ แต่เป็นการรวบรวมจากแนวโน้มทางวิชาการที่ศึกษาถึงผู้นำที่ประสบความสำเร็จต่างๆ โดยสิ่งที่ผมเขียนไว้ข้างต้นนั้นได้นำมาจากหลักการทางด้านภาวะผู้นำต่างๆ เหล่านี้ครับ
หลักเรื่องของ Servant Leadership หรือผู้นำคือผู้รับใช้ ซึ่งเป็นหลักการที่พูดหรือเขียนถึงกันมานานแล้ว สามารถอ้างอิงกลับไปได้สมัยเล่าจื้อปราชญ์ของจีนครับ หรือแม้กระทั่งพระเยซูเจ้าก็ได้รับการกล่าวว่าเป็น Servant Leadership จนกระทั่งมีงานวิชาการเรื่องนี้เกิดขึ้น เมื่อหลายสิบปีที่แล้ว แต่มาในปัจจุบันดูเหมือนการอ้างอิงหรือศึกษาถึงเรื่องของ Servant Leadership เริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ
นอกจากนี้ยังมาจากหลักเรื่อง Level 5 Leadership จากหนังสือขายดีอันดับโลกคือ Good to Great ที่เขาศึกษาถึงองค์กรที่ประสบความสำเร็จในระยะยาวนั้นมักจะประกอบด้วยผู้นำที่มีคุณสมบัติที่น่าสนใจคือ Will + Humility นั้นคือทั้งเป็นผู้ที่มีความมุ่งมั่นในการทำงาน ในความสำเร็จขององค์กร แต่ขณะเดียวกันก็เป็นผู้ที่มีความถ่อมตัว ไม่ขี้อวด ขี้โม้ เมื่อมีความผิดพลาดเกิดขึ้นก็ไม่เคยโทษ ผู้อื่น โชคชะตา หรือ ฟ้าดิน แต่มองที่ตนเองเป็นหลัก
อีกหลักการคือเรื่องของ Authentic Leadership ครับ ซึ่งเป็นคำที่ใช้กันเยอะมากในช่วงหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อหมายถึงผู้นำที่มีความจริงใจ เปิดเผย ซื่อสัตย์ มีความโปร่งใสและชัดเจนในสิ่งที่ทำหรือจะทำ และที่สำคัญคือมีความเป็นตัวของตัวเอง ไม่เสแสร้ง หรือแกล้งดัด เพื่อให้ภาพที่ออกมาดูดีแต่ไม่มีความเป็นตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง
สุดท้ายเป็นหลักการที่นำมาจากหนังสือชื่อ Give and Take ซึ่งเพิ่งออกมาไม่นานและติดอันดับหนังสือขายดีของทั้ง New York Times และ Amazon ครับ โดยแนวคิดสำคัญคือความสำเร็จในระยะยาวนั้นมาจากการเป็นผู้ให้และคิดถึงผู้อื่นเป็นสำคัญ ไม่ใช่ผู้ที่จะเอาแต่ได้เป็นหลัก ดังนั้นผู้ที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำเพราะคิดว่าจะได้เกียรติ ศักดิ์ศรี ค่าตอบแทน ผลประโยชน์ สามารถเอื้อประโยชน์ให้กับตนเองหรือพวกพ้อง นั้นในระยะยาวแล้วจะสู้ผู้ที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำเพื่ออยากจะเห็นองค์กรประสบความสำเร็จ อยากจะให้คนในองค์กรทำงานร่วมกันเพื่อความสำเร็จขององค์กรเป็นสำคัญ
ท่านผู้อ่านคงพอเห็นถึงแนวโน้มทางด้านวิชาการ ซึ่งก็นำมาจากความสำเร็จของผู้นำจริงๆ นะครับว่าแนวโน้มในคุณลักษณะของผู้นำที่จะนำพาความสำเร็จขององค์กรนั้นเป็นอย่างไร อย่าลืมมองไปรอบๆ ตัวเพื่อหาคุณสมบัติเหล่านี้จากผู้นำของท่านนะครับ









