วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ข่าวลือ "แรงส์" ที่สุดในห้วงนี้

เห็นจะหนีไม่พ้นข่าวเด้ง "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จากเก้าอี้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)

ซึ่งล่าสุด "บิ๊กโอ๋" พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ได้ออกมาการันตีแล้วว่าฝ่ายการเมืองยังไม่มีความคิดและความเคลื่อนไหวใดๆ

O แต่หากย้อนหาที่มาของข่าวลือ จะพบว่าลือกันแรงสุดใน ทบ.ที่ "บิ๊กตู่" นั่งบัญชาการอยู่นั่นเอง สาเหตุหนึ่งก็เป็นเพราะสิ้นเดือนก.ย. เจ้าตัวก็จะนั่งเก้าอี้ ผบ.ทบ.ครบ 3 ปีเต็ม แต่อายุราชการยังเหลืออีก 1 ปี คือ เกษียณปี 2557 หากไม่มีเหตุให้ย้ายก้นไปไหน "บิ๊กตู่" ก็จะครองตำแหน่ง ผบ.ทบ. ยาวนานถึง 4 ปี

O เมื่อระดับหัวไม่มีขยับ ระดับล่างลงไปจนถึงหางก็จะเขยื้อนน้อย กลุ่มที่ "ร้องเพลงคอย" ก็เลยฉวยโอกาส "สร้างข่าวปล่อย" เพื่อเขย่าเก้าอี้เสียเลย

O อีกด้านหนึ่งที่ไม่อาจปฏิเสธ ก็คือ ความต้องการของฝ่ายการเมือง ทั้งในพรรคเพื่อไทยและพลพรรคเสื้อแดง ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีความปรารถนา "อย่างแรง" ที่จะเปลี่ยนตัว ผบ.ทบ.ที่แสดงบทบาทเป็นเสมือน "หอกข้างแคร่" ของรัฐบาลมาโดยตลอด ยิ่งหาก "มองข้ามชอต" ไปถึงปลายปี จะพบว่ามีหลายเรื่อง "ไม่ค่อยดี" รอเขย่าเสถียรภาพรัฐบาล ทั้งคำพิพากษาคดี "ปราสาทพระวิหาร" และแผนงานแก้ไขรัฐธรรมนูญ พร้อมๆ กับการผลักดันร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง เพื่อล้างผิด-เลิกโทษ อันสืบเนื่องจากปมขัดแย้งทางการเมืองทั้งหลาย

O แต่ละเรื่องมีม็อบจ่อรอต้านอยู่ ถ้าหาก ผบ.ทบ.ยังชื่อ "บิ๊กตู่" ฝ่ายการเมืองมองว่าอันตราย ฉะนั้นถ้าขยับเสียได้ ก็จะหายใจหายคอสะดวกขึ้น

O เรื่องของเรื่อง คือ มันมีช่องขยับ เพราะว่าปลัดกลาโหมอย่าง พล.อ.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน จะเกษียณอายุราชการ ก็เลยมีคน "คิดสูตร-เดินงาน" เตรียมโยก พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) ไปเป็นปลัดกลาโหมเสีย แล้วก็ "เคลียร์" ที่ทางให้ "บิ๊กตู่" ขยับขึ้นไปนั่งเป็น ผบ.สส. แทน ก็จะดู "แมน" และสวยงามกับการปิดฉากชีวิตราชการที่ได้ดำรงตำแหน่งทั้ง ผบ.ทบ. และ ผบ.สูงสุด

O อย่าลืมว่า "บิ๊กแอ้ด" พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ที่ว่ากันว่าอำนาจล้นและยังเป็น "สายตรงลูกป๋า" ก็ยังเคยโดนรัฐบาลจากการเลือกตั้งยุค ทักษิณ ชินวัตร ขยับด้วยสูตรนี้มาแล้ว วันนี้รัฐบาลของน้องสาวทักษิณที่ชื่อ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทำไมจะทำไม่ได้...อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ในบริบทการเมืองไทย จะชัวร์ขนาดไหนต้องรอลุ้น

O อีกหนึ่งเรื่องที่วุ่นๆ อยู่ใน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กรณี วิฑูรย์ ชลายนนาวิน รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อดีตรองอธิบดีกรมป่าไม้ ถูกตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงในข้อหาไปแปลภาพถ่ายทางอากาศเอื้อเอกชน 2 รายให้สามารถออกเอกสารสิทธิที่หาดฟรีดอมบีช จังหวัดภูเก็ต และอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จังหวัดตรัง จนกลายเป็นเรื่องอีนุงตุงนัง ทั้งๆ ที่เจ้าตัวเป็นแคนดิเดทขึ้นอธิบดี

O เรื่องราวยังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะว่ายังมีอีกหนึ่งกรณีที่ชาวบ้านบางสะพานร้องเรียนในเรื่องคล้ายๆ กันที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองแม่รำพึง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อีกด้วย

O งานนี้ วิฑูรย์ มองว่าเป็นเรื่องการเมืองสกัดเขาไม่ให้ก้าวขึ้นเป็นอธิบดี เพราะกรณีแปลภาพถ่ายทางอากาศไม่ได้เป็นการทำหน้าที่ในฐานะข้าราชการ แต่ทำในสถานะ "ผู้เชี่ยวชาญของศาล" ถือเป็นความเห็นทางวิชาการ ศาลจะรับฟังหรือไม่ก็ได้

O ประเด็นทางเทคนิคลักษณะนี้เห็นทีต้องสะสางกันให้ชัด เพราะในแง่ปฏิบัติของการออกเอกสารสิทธิเอื้อเอกชนมีหลายขั้นตอน ลำพังเพียงการแปลภาพถ่ายทางอากาศจะชี้นำอะไรต่อมิอะไรได้แค่ไหน...น่าลองพิจารณาดู