วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สัญญาณเพื่อผู้บริโภค ไม่มีเปลี่ยนแปลง

ช่างน่าผิดหวังจริงๆ ต่อการลงมติเห็นชอบของ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เมื่อวานนี้ (1 พ.ค.) ถึงแนวทางการตรวจสอบ

และกำกับดูแลอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขใบอนุญาต ซึ่งประกอบด้วย 1.แนวทางการกำกับดูแลค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ไอเอ็มที ย่าน 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ที่ได้รับใบอนุญาตเมื่อ 7 ธ.ค. 2555 นำรายการส่งเสริมการขายที่ปรากฏในตลาดปัจจุบัน ไปใช้ในการให้บริการบนโครงข่าย ย่าน 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ผู้ให้บริการต้องปรับลดอัตราค่าบริการลงไม่น้อยกว่า 15% ในแต่ละรายการส่งเสริมการขาย 2.รายการส่งเสริมการขายใหม่ของผู้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ย่าน 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ที่ได้รับอนุญาตเมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 2555 จะต้องกำหนดอัตราค่าบริการที่ลดลง โดยเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 15% ของอัตราค่าบริการเฉลี่ยของบริการประเภทเสียง และบริการที่ไม่ใช่ประเภทเสียง ที่ให้บริการอยู่ในตลาด ณ วันที่ได้รับใบอนุญาต โดยสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) จะใช้อัตราค่าบริการเฉลี่ยของโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่คำนวณได้ ณ วันที่ออกใบอนุญาต มาคำนวณเป็นอัตราอ้างอิง เพื่อใช้ในการกำกับค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บนคลื่นความถี่ 3จี

ผลสรุปก็คือ การที่ผู้ให้บริการที่ได้รับใบอนุญาตใหม่ไปทั้ง 3 ราย ซึ่งต่างมีกำหนดเปิดให้บริการระหว่างวันที่ 7 - 9 พ.ค. นี้ ไม่ต้องลดราคาทุกโปรโมชั่นลง 15% แต่ให้ลดเป็นอัตราเฉลี่ยเท่านั้น ยกเว้นโปรโมชั่นเก่าที่นำมาใช้กับคลื่นความถี่ใหม่ จึงจะต้องลดลง 15% โดย พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธาน กสทช. และ ประธาน กทค. ระบุว่า ไม่สามารถกำหนดอัตราโปรโมชั่นให้ผู้ประกอบการได้ จึงไม่สามารถกำหนดได้ว่าทุกโปรโมชั่นจะต้องลดลง 15% โดยเฉพาะโปรโมชั่นใหม่ที่ยังบอกไม่ได้ว่าจะมีโปรโมชั่นอะไรบ้าง สุดท้ายผู้บริโภคต้องเป็นผู้เลือกเองว่า โปรโมชั่นไหนถูกที่สุด และโปรโมชั่นไหนที่ใช้งานสมาร์ทโฟนแล้วจะเหมาะกับการใช้งานของตัวเองไหม พร้อมกับมีกำหนดแจ้งให้ผู้ประกอบการ 3 ราย มารับทราบและปฏิบัติตามมติในวันที่ 3 พ.ค.

แม้ว่า กสทช. จะไม่เรียกเอกชนมารับทราบมติ ก็ไม่น่าจะมีรายใดปฏิบัตินอกมตินี้ ที่เอื้อต่อความต้องการของเอกชน รับฟังเสียงเรียกร้องของเอกชนผู้รับใบอนุญาตอย่างน่าสนใจ จากเดิมที่เคยเสียงแข็งจะให้เอกชนลดค่าบริการลงอย่างน้อย 15% ด้วยการรับใบอนุญาตใหม่ ทำให้ต้นทุนค่าบริการของเอกชนทุกรายลดลงจากการจ่ายส่วนแบ่งรายได้ตามสัญญาสัมปทานมหาศาล ซึ่งควรนำผลประโยชน์นั้นมาตอบแทนประชาชนผู้ใช้บริการ แต่เมื่อเอกชนผู้รับใบอนุญาตบอกว่าควรคิดโดยอัตราเฉลี่ย มติสุดท้ายก็ออกมาไม่ผิดเพี้ยน

ขณะที่ประชาชนตัวเล็กตัวน้อยผู้ใช้บริการ ยินดีกับการจะได้รับส่วนลดจากค่าบริการที่ถูกมัดมือชกให้ต้องจ่ายแพง แถมสัญญาณติดๆ ขัดๆ ก็ต้องเป็นฝ่ายถูกมัดมือชกต่อไปตามเดิม ปีทองของผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม เป็นคำประกาศให้ผู้บริโภคฝันลมๆ แล้งๆ ไม่มีวันเป็นจริง เพราะไม่มีอำนาจเงินมากพอที่จะจ้างผีโม่แป้ง