วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แก้ “นิสัย (บางอย่าง) ได้” ความเจริญจะตามมา

แม้จะมีคนพูดทำนองว่า “แพะอีกหรือเปล่า” สำหรับเหตุการณ์คนในประเทศด้วยกันเอง (homegrown) ก่อเหตุร้ายทำเอาปั่นป่วนไปทั่วทั้งแมสซาชูเซตส์

ในเหตุการณ์ระเบิดเมื่อสองสัปดาห์ก่อน ซึ่งทางหน่วยงานทั้งตำรวจ เอฟบีไอ และการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายต่างๆ ทำให้สามารถจับเป็นและจับตายผู้ก่อการร้ายในครั้งนี้ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนั้นยังมีกรณีผู้ร้ายส่งสารพิษไปยังวุฒิสมาชิกรัฐเทนเนสซีซึ่งสามารถควานหาตัวกระทั่งได้ผู้ต้องสงสัยเป็นผู้กักเก็บสารไซริน (cyrin) ซึ่งมีอานุภาพรุนแรงไม่แพ้ไซยาไนด์ได้อีกเช่นกัน

เหล่านี้คือบทพิสูจน์ประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานขององค์กรภาครัฐในประเทศพัฒนาแล้ว (developed countries) ซึ่งประเทศเพื่อนบ้านเราอย่างมาเลเซีย โดยนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ที่น่าจะกลับมาอีกหลังการเลือกตั้งในวันที่ 5 พฤษภาคมนี้ คือ นายนาจิบ ราซัค ได้ประกาศให้ปี 2020 เขาจะทำประเทศมาเลเซียให้เป็นประเทศพัฒนาแล้วด้วยเช่นกัน

ทำให้ต้องมาทบทวนดูว่าในสังคมประเทศของพวกเราขณะนี้ มีอะไรคืบหน้าหรือสามารถรับมือกับ การแปลงโฉม (transformed) ครั้งใหญ่ทั้งของประเทศเพื่อนบ้านและประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ ซึ่งการที่ผมได้มีโอกาสอ่านพบในหนังสือที่เชื่อว่าคนไทยจำนวนมากคงได้อ่านแล้ว นั่น คือ “เอกซเรย์ คนไทย 360 องศา” โดย พงษ์ ผาวิจิตร ซึ่งได้กล่าวให้เห็นถึงข้อบกพร่องที่หากเราต้องการก้าวไปทัดหน้าเทียมตาคนอื่นๆ เขาได้ ผู้คนในสังคมของเราพึงจะต้องทำอะไรกันบ้าง

ในกรณีของการจับกุมผู้ต้องหาหลายรายของสหรัฐอเมริกาในครั้งนี้ได้ ไม่เพียงให้เครดิตกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ต้องยอมรับว่า “ชาวบ้าน หรือ ประชาชนทั่วๆ ไปด้วยกันนี่เอง” คือ กุญแจดอกสำคัญในการไขไปสู่เป้าหมายของการตามล่าผู้ร้ายในครั้งนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การไม่เอาหูไปนา เอาตาไปไร่ ของคนอเมริกันและคนในอังกฤษรวมทั้งยุโรปบางประเทศ ผมมองว่าเป็น “ข้อดี” และน่าจะเป็นเยี่ยงอย่างในการนำพาหรือรับเอาเป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อช่วยเหลือดูแลกัน เพราะส่วนตัวเข้าใจการรักษากฎหมายของสังคมนี้ดีว่า มีเรื่องให้พูดถึงทั้งอาวุธยุทโธปกรณ์ที่เก่าคร่ำครึ ไม่เพียงพอและยังมีปัญหาเรื่องการแทรกแซงก้าวก่ายมากมายจิปาถะ ยิ่งเรื่องมุมมองเกี่ยวกับ “ทุจริต คอร์รัปชัน” ยิ่งน่าห่วงใหญ่ ในวันนี้ที่ผมเป็นประธานคณะทำงานเกี่ยวกับการขอรับทุนสนับสนุนผลงานโครงการเกี่ยวกับการต่อต้านการทุจริต ของสำนักงาน ป.ป.ช. พวกเราในคณะทำงานยังคงมีความกังวลเป็นอย่างยิ่งกับทัศนคติของเด็กและเยาวชนส่วนหนึ่งที่มีมุมมองในเรื่องดังกล่าวอย่างไม่ใส่ใจหรือมองเห็นเหมือนกับเรื่องธรรมดาที่ยอมรับกันได้

จึงอยากเห็นความเปลี่ยนแปลงนี้ให้สังคมเกิด “ความรู้เท่าทัน” สามารถเอาบรรเทาหรือเยียวยาแก้ไขพิษร้ายนี้ได้ในเร็ววัน เพราะก่อนมาเลเซียจะประกาศตัวเป็นประเทศพัฒนาแล้วในปี 2020 หรือ พ.ศ. 2563 เรามีด่านสำคัญ คือ การเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) ในปี 2018 หรือ อีกสองปีข้างหน้า

การเตรียมความพร้อมต่อการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ดังทราบดีว่า ไม่เพียงเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ แต่เรายังมีอีกสองเรื่องสำคัญ ซึ่งนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เน้นย้ำในการประชุมสุดยอดผู้นำ (summit) ที่บรูไนเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า จะต้องให้ความสนใจทั้งในเรื่องของสังคม วัฒนธรรม ความมั่นคง และ เรื่องของการเมืองในภูมิภาค ซึ่งมีการผลักดันข้อตกลงร่วมกันหลายอย่างที่เห็นเป็นมรรคเป็นผลอยู่พอสมควร

จึงไม่อยากให้มองว่าวันนี้ ดีแล้ว ไม่ต้องขยัน เบียดแซงกับใครอีก เพราะการคิดแบบชะล่าใจเช่นนี้ หรือ มองอะไรแบบเอาตัวตนเป็นที่ตั้งไม่สนใจคนรอบข้างซึ่งเป็นอุปนิสัยที่ไม่พึงรับมาใช้ น่าจะต้องเร่งหาทางแก้ไข เพื่อว่าพวกเราจะได้มีโอกาสเห็นความเปลี่ยนแปลงในยุคสมัยของพวกเราในวันที่คนไทยจะมีการพัฒนาทางจิตวิญญาณในเชิงคุณธรรมจริยธรรมและมีรายได้ต่อคนต่อปีในแต่ละครัวเรือนสูงทัดหน้าเทียมตากับประเทศพัฒนาแล้วอย่างในเอเชียด้วยกันเองเป็นเป้าหมายในเบื้องต้น