วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯต้องใส่ใจ ปมม็อบกดดันศาล

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต้องใส่ใจและให้ความสำคัญกับ กรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดง ไปชุมนุมข่มขู่และกดดันศาลรัฐธรรมนูญ

เพราะเหตุการณ์เช่นนี้ เข้าข่ายที่ทำลายระบอบประชาธิปไตย ตามหลักการแบ่งแยกอำนาจ เพราะหากปล่อยให้ประชาชนปฏิเสธอำนาจตามกระบวนการยุติธรรมแล้ว จะส่งผลเสียอย่างใหญ่หลวงต่อการบริหารประเทศและระบอบประชาธิปไตย เหตุที่ต้องเน้นให้นายกรัฐมนตรีตระหนักและให้ความใส่ใจกับปรากฏการณ์นี้ เพราะก่อนเดินทางไปประเทศ มองโกเลีย นั้นเพียงแต่ระบุกว้างๆ ว่า"การเรียกร้องถ้าอยู่ภายใต้ข้อกฎหมายและความสงบก็คงเป็นสิทธิตามระบอบประชาธิปไตย อย่างไรก็ตามการสร้างความสมดุลของ 3 เสาหลักนี้ เป็นสิ่งจำเป็นทั้งฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติหรือฝ่ายตุลาการ จะต้องทำหน้าที่ของตนเอง และภายใต้ระบอบประชาธิปไตยนั้น 3 เสาหลักก็ต้องมีลักษณะของการถ่วงดุลเพื่อให้เกิดความสมดุลและเกิดการตรวจสอบอย่างโปร่งใส "

เราเห็นว่าสถานการณ์วันนี้การออกมาเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมไปไกล กว่าที่นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำของประเทศ จะออกมายืนยันแค่"หากเรียกร้องตามกฎหมายไม่เป็นไร" เพราะวันนี้กลุ่มผู้ชุมนุมไปไกลถึงขั้นประกาศจับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และต้องกำชับไปถึงรัฐมนตรีและสมาชิกพรรคเพื่อไทยควบคู่กันไปด้วย เพราะมีหลายท่านที่แสดงความเห็นสอดคล้องกับแนวทางกลุ่มผู้ชุมนุม เพราะหากนายกรัฐมนตรี ไม่ดำเนินการอะไรที่ชัดเจนซึ่งสังคมอาจจะเข้าใจผิดได้ว่ารัฐบาลสนับสนุน เช่นกรณีของ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ออกมาระบุชัดเจนว่า"สนับสนุนเต็มที่ ที่ฝ่ายนิติบัญญัติจะแสดงท่าทีที่ชัดเจน ที่จะปฏิเสธคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ในกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบรายมาตรา เพราะนี้เป็นการรักษาเกียรติยศศักดิ์ศรีของประชาชนแห่งอำนาจอธิปไตยของประชาชนที่มอบหมายให้ตัวแทนฝ่ายนิติบัญญัติมาทำหน้าที่ แต่สิ่งที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญปฏิบัติคือการแทรกแซงและก็จะเป็นฉนวนในการสร้างความวุ่นวายในบ้านเมืองในที่สุด "

ทั้งนี้ศาลรัฐธรรมนูญก่อตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 ประกอบด้วยประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการรวมทั้งหมด 15 คน ต่อมาเมื่อมีการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549 ได้ยกเลิกรัฐธรรมนูญ ฉบับ พ.ศ. 2540 เป็นผลให้ศาลรัฐธรรมนูญสิ้นสุดลงด้วย ต่อมาเมื่อมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2549 ตามมาตรา 35 กำหนดว่าบรรดาการใดๆ ที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ หรือเมื่อมีปัญหาว่ากฎหมายขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ให้เป็นอำนาจของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ จำนวน 9 คน ต่อมาเมื่อประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ก็ได้บัญญัติให้มีศาลรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วยประธานศาลรัฐธรรมนูญหนึ่งคนและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอีก 8 คน

ศาลรัฐธรรมนูญซึ่งมีอายุครบรอบ 15 ปีในปีนี้ มีอำนาจหน้าที่สำคัญ คือการวินิจฉัยว่าพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ หรือพระราชกำหนดที่จะตราออกใช้ หรือพระราชบัญญัติที่ตราออกใช้แล้วขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ การวินิจฉัยปัญหาขัดแย้งเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ระหว่างรัฐสภา คณะรัฐมนตรี หรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญ การวินิจฉัยสมาชิกภาพหรือคุณสมบัติของรัฐมนตรี สมาชิกสภา กรรมการการเลือกตั้ง การพิจารณายุบพรรคการเมือง และการวินิจฉัยกรณีตามมาตรา 68 ดังนั้นเพื่อให้ประเทศไทยพัฒนาตามระบอบประชาธิปไตย อย่างที่นายกรัฐมนตรี ประกาศกลางเวทีโลกที่มองโกเลีย ต้องใส่ใจและส่งเสริมให้ประชาชนในชาติเคารพอำนาจของแต่ละฝ่าย ตามระบบการถ่วงดุล เราหวังว่าหลังเดินทางกลับจากต่างประเทศ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่กดดันศาลมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่