วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

หนทางสู่ความสำเร็จ

เป้าหมายของคนส่วนใหญ่คงหนีไม่พ้น “ความสำเร็จ” ในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จด้านใดจึงล้วนเป็นที่ต้องการของทุกคนเสมอ

จึงไม่น่าแปลกใจอะไรนักที่เราจะเห็นหนังสือบทเรียนความสำเร็จของบุคคลสำคัญติดอันดับขายดีอยู่เสมอ

กรณีศึกษาโดยเฉพาะเรื่องความสำเร็จของผู้อื่นย่อมเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ แต่ที่น่ากังวลก็คือการเสาะแสวงหา “ทางลัด” และ “สูตรสำเร็จ” ในการประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วของคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับความทันสมัยและรวดเร็วของโลกเทคโนโลยีจึงมักจะใจร้อนไม่ค่อยอดทนเรียนรู้เหมือนคนรุ่นก่อนหน้า

หนังสือที่ขายดีอยู่เวลานี้จึงเป็นเรื่องของการลงทุนในตลาดหุ้นของนักลงทุนหน้าใหม่ที่ประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว เพราะช่วงนี้เป็นยุคทองอีกครั้งของตลาดหุ้นไทยเราจึงเห็นหนังสือประเภทนี้มากทั้งจากนักเขียนมือใหม่และมือเก่า

เป้าหมายส่วนหนึ่งของหนังสือเหล่านี้ก็คงเป็นนักลงทุนวัยละอ่อนที่เพิ่งก้าวพ้นรั้วมหาวิทยาลัยและไม่ต้องการทำงานประจำที่เติบโตสู่ความสำเร็จได้ช้ากว่า เพราะจากหนังสือที่วางขายจะเห็นได้ว่าผู้เขียนหลายๆ คนประสบความสำเร็จได้ตั้งแต่อายุยังน้อย

บางคนเริ่มลงทุนจากเงินไม่กี่หมื่นบาทก็ทำผลกำไรได้เป็นแสนเป็นล้านบาทในระยะเวลาไม่กี่ปี ความเชื่อเช่นนี้จะว่าไปก็ไม่ผิดเพราะมีตัวอย่างความสำเร็จให้เห็นจริงๆ แต่ก็ไม่ถูกเสียทีเดียวเพราะข้อมูลที่เห็นนั้นเป็นเพียงด้านหนึ่งของเหรียญ ซึ่งเป็นด้านบวกที่คนสำเร็จมักนำมาเล่าให้คนอื่นฟังได้อย่างตื่นตาตื่นใจ แต่คนที่ล้มเหลวอีกเป็นจำนวนมากนั้นมักจะเก็บเงียบไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง

คนที่ขาดทุนจากตลาดหุ้นจำนวนมหาศาลจึงไม่มีโอกาสบอกเล่าเพื่อเตือนสตินักลงทุนรุ่นเยาว์เหล่านี้ เช่นเดียวกับการเป็นเจ้าของกิจการที่ดูมั่งคั่ง มีฐานะความเป็นอยู่ที่มั่นคงก็ย่อมดึงดูดเด็กรุ่นใหม่ให้หันมาเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง

แต่อีกแง่มุมหนึ่งก็คือธุรกิจจำนวนมากที่ปิดตัวลงทุกปีเพราะทำแล้วมีปัญหาจนต้องปิดบริษัท หรือลงทุนไปแล้วต้องขาดทุนมากมายจนล้มละลาย

หากวางหนังสือที่เป็นสูตรสำเร็จเหล่านี้ลงและเดินทางไปพบผู้ประสบความสำเร็จเหล่านี้เองแล้ว ผมเชื่อว่าเขาจะได้สัมผัสกับริ้วรอยที่ผู้ประสบความสำเร็จทุกคนต้องล้วนเคยผ่านความยากลำบากมาก่อน เพราะการจะได้มาซึ่งความสำเร็จจำเป็นต้องอาศัยความกล้าคิดกล้าทำ และต้องรู้จักยอมรับความพ่ายแพ้ที่อาจเกิดขึ้นตามมา ซึ่งนั่นเป็นคุณสมบัติขั้นต้นของการเป็นผู้ประกอบการที่ต้องคอยเสาะแสวงหาโอกาสของตัวเองอยู่เสมอ

การตั้งต้นธุรกิจของตัวเองไม่ใช่เรื่องยาก เพราะแต่ละปีก็มีจำนวนบริษัทจดทะเบียนก่อตั้งบริษัทใหม่มากมาย แต่จากสถิติที่ผ่านมาพบว่าจำนวนบริษัทที่อยู่รอดได้จนครบ 5 ปีมีเพียงแค่ครึ่งหนึ่งหรือ 50% เท่านั้น ในขณะที่ค่าเฉลี่ยของบริษัททั้งหมดอยู่ที่ 3 ปี

แน่นอนว่าคงไม่มีใครมุ่งหวังให้ตัวเองทำบริษัทแล้วไปไม่รอด แต่ความเป็นจริงที่เจ้าของธุรกิจกว่า 9 แสนบริษัทในบ้านเราต้องเจอก็คือมีบริษัทที่ยังคงดำเนินการอยู่จริงในทุกวันนี้เพียงไม่ถึงครึ่งหรือราวๆ 4 แสนกว่าบริษัทเท่านั้น

ที่เหลือก็มีทั้งที่จดทะเบียนไว้แต่ยังไม่ได้ดำเนินกิจการอะไร หรือไม่ก็เตรียมยกเลิกบริษัท ซึ่งมีจำนวนเป็นหมื่น เส้นทางในการเป็นเจ้าของกิจการจึงไม่ง่ายอย่างที่เห็นในหนังสือหรือนิตยสารต่างๆ

การหลงไปกับกระแสต่างๆ จึงเป็นเรื่องน่ากังวลของคนรุ่นใหม่ที่มักจะมองทุกอย่างด้านเดียวเสมอ ทั้งที่โลกความเป็นจริงยังมีอีกหลายด้านที่ยังไม่มีใครเห็น และไม่มีใครบอกเล่าผ่านทางหนังสือหรือเว็บไซต์และสื่อต่างๆ การจะก้าวไปสู่เส้นทางเป็นนักลงทุนหรือเป็นเจ้าของกิจการจึงมีขั้นตอนอีกมากให้ได้เรียนรู้