วันนี้ (29 เม.ย.) คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ดีเดย์รับยื่นซองประมูลรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้า
เอกชนรายใหญ่ (ไอพีพี) วันเดียวรวด หลังจากนั้นจะใช้เวลาราว 3 เดือนพิจารณา และประกาศบริษัทที่มีสิทธิ์ผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติเข้าระบบ 5,400 เมกะวัตต์ 6 ปี ( 2564-2569 )
เปิดประมูลคราวนี้ แว่วว่าคึกคัก นอกจากมีผู้ซื้อซองมากถึง 89 รายแล้ว คาดว่าจะมีผู้มายื่นซองจริงราว 50-60 ราย มากกว่าประมูลคราวที่แล้วที่มีผู้ยื่นซองประมาณ 20 ราย
ประมูลครั้งนี้กำหนดรายละเอียดขั้นตอนถี่ยิบไม่ให้ผู้ไม่พร้อม หรือขาดคุณสมบัติไปตกม้าตายเอาขั้นสุดท้ายเหมือนคราวที่แล้ว โดยเฉพาะสถานที่ตั้งโรงไฟฟ้า โดยให้ผู้ที่ประสงค์จะยื่นซองต้องผ่านการตรวจสอบสอบที่ตั้งโรงไฟฟ้าจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และบริษัทปตท.จำกัด (มหาชน) ว่าใกล้ไกลสายส่งและแนวท่อก๊าซธรรมชาติหรือไม่
หากอยู่ไกลสายส่งและท่อก๊าซฯไปไม่ถึงก็หมดสิทธิ และย้ำไว้ว่าต้องไม่มีปัญหามวลชน เพราะคราวนี้ได้รับการยืนยันจากกกพ.ว่าเปลี่้ยนที่ตั้งโรงไฟฟ้าหลังชนะประมูลแล้ว ไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป
อย่างไรก็ตามแม้ว่าที่ตั้งโรงไฟฟ้า และคุณสมบัติโดยรวมจะผ่าน ใช่ว่าจะได้เปรียบ เพราะปัจจัยความได้เปรียบเสียเปรียบจริงอยู่ที่ "เงิน" เท่านั้น
กล่าวตามเนื้อผ้าบริษัทไหนมีต้นทุนทางการเงินต่ำที่สุดได้เปรียบ นอกจากต้องได้ดีลดอกเบี้ยเงินกู้ต่ำแล้ว ต้นทุนที่ดินที่สะสมไว้ในอดีตก็สำคัญ เพราะการหาที่ทางใกล้สายส่งและแนวท่อก๊าซฯยุคนี้ หายาก
รวมไปถึงการดีลกับคนขายก๊าซฯเป็นปัจจัยสำคัญด้วย หากแจ็กพอต มีที่ใกล้ท่อก๊าซฯ แต่ดีลซื้อก๊าซฯไม่ได้ ก็สอบตกด้วยเหมือนกัน และประมูลคราวนี้ก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) มีบทบาทกว่าก๊าซฯจากอ่าว ตามที่ได้มีการประโคมข่าวมาก่อนหน้านี้แล้วว่า ก๊าซฯจากอ่าวไทยกำลังจะหมด และก๊าซฯจากพม่า เริ่มมีความเสี่ยง แปลความได้ว่า ต้องแอลเอ็นจีเท่านั้น
ดังนั้นหากผู้ประมูลรายไหนยังพึ่งก๊าซฯจากอ่าว แว่วว่า "มีสิทธิ" สอบตกอีก เพราะดีลก๊าซฯจากท่อระยะยาวไม่ได้แล้ว โดยเฉพาะที่ตั้งโรงไฟฟ้าทางฝั่งตะวันตก งานนี้ที่ผู้ประมูลที่มีที่ดินตั้งโรงไฟฟ้าฝั่งตะวันออก ใกล้ท่าเรือรับแอลเอ็นจีดูจะได้เปรียบ
สุดท้าย...กรรมการตัดสินตัวจริงไม่ใช่ กกพ. จึงขึ้นอยู่กับเอกชน ว่ารายไหนจะล้วงลึก เข้าถึงข้อมูล เข้าถึงผู้คุมกฎได้มากน้อยแค่ไหน และกองเชียร์เป็นใคร
และอีกประเด็นที่ชิงความได้เปรียบ และมีการวิพากษ์วิจารณ์ ในเวลานี้ คือ การจัดหาเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ....รหัสลับ "TG 26 " เป็นพระเอกงานของงานนี้ มาแรงด้วยประสิทธิภาพ 61 % ผลิตโดย อัลสตอม ดังนั้นหากผู้เข้าประมูลรายไหนข้อมูลวงในดี และหัวไว ได้ดีลล่วงหน้าใช้เทคโนโลยีตัวนี้ได้เปรียบอีกทาง เพราะ 1-2 % ของประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยต่ำลง การเสนอราคาค่าไฟฟ้าก็ต่ำตามไปด้วย มีโอกาสที่จะชนะประมูล 100 %
ปัจจุบัน 4 รายที่ผลิตเทคโนโลยีในโลก นอกจาก อัลสตอม ฝรั่งเศสแล้ว ยังมี จีอี จากสหรัฐ มิตซูบิชิ จากญี่ปุ่น และซีเมนต์ เยอรมัน ซึ่งจากข้อมูลพบว่า โรงไฟฟ้าในยุโรปใช้เทคโนโลยีล่าสุดของซีเมนต์ ประสิทธิภาพยังอยู่ที่ 59 % เท่านั้น แต่งานนี้ไม่มีใครยอมใคร งานนี้ นอกจากเป็นเวทีประมูลโรงไฟฟ้าแล้ว ยังเป็นเวทีประลองกำลังของเทคโนโลยีสังกัดชาติมหาอำนาจด้วย
3 เดือนหลังจากนี้ สังคมคงต้องจับใกล้ชิด ตั้งแต่ระดับนโยบาย ผู้คุมกฎ กรรมการตัดสิน และผู้เกี่ยวข้องทั้งหลาย ว่าเล่นบทบาทกันอย่างไร เป็นผู้มีเบื้องหลังหรือไม่ ผู้เล่น เล่นในเกมส์ หรือนอกเกมส์แค่ไหน ต้องอาศัยการตรวจสอบจากทุกฝ่าย
ประมูลครั้งนี้กกพ. รับบทหนักเต็มๆ ในฐานะกรรมการตัดสิน เพราะหลายกรณีใช้ดุลพินิจ ซึ่งประมูลคราวนี้มีคำถามคาใจเอกชนมากมาย เมื่อถึงเวลาตัดสินและเปิดเผยผู้ชนะประมูล... การบอกเหตุผลต่อสาธารณะเพียงว่าบริษัทนี้ "เสนอราคาต่ำที่สุด " คงไม่พอ
งานนี้สังคมหวังพึ่งสปีริตของ "กกพ." ..อีกคราว







