วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ว่าด้วยการนับถือตนเอง

Self Esteem หรือ การนับถือตนเอง คือ การตระหนักรู้คุณค่าของตนเอง ตระหนักว่าเรามีข้อดี มีความสำคัญ โดยไม่จำเป็นต้องเปรียบเทียบกับผู้อื่น

หรือรอคอยว่าเมื่อไหร่หนา คนถึงจะเห็นว่าฉันมีคุณค่า ฉันถึงจะมั่นใจ และให้ความนับถือตนเอง

การมี Self Esteem ย่อมมีส่วนส่งเสริมให้เราเป็นคนมั่นใจ ไม่ว่อกแว่ก ไม่หวั่นไหวง่ายแบบไร้สติ คนที่ขาด Self Esteem มักขี้กังวล กลัวคนไม่ชอบ ยอมแพ้ง่าย ส่ายหน้าย้ำกับตนเองว่าฉันไม่เป็น ฉันไม่เก่ง ฉันไม่ดี แถมบางทียังขี้อิจฉา หาโอกาสเปรียบเทียบตนกับคนอื่นร่ำไป ประหนึ่งว่าใครได้ดีกว่า ย่อมพาให้ฉันตกต่ำลง แบบปลงไม่เป็น

ดิฉันได้มีโอกาสศึกษาวีดีโอโฆษณาใหม่ล่าสุดของผลิตภัณฑ์ยี่ห้อ Dove ที่เริ่มเผยแพร่จากตลาดสหรัฐอเมริกา คลิปนี้มีผู้คลิกชมนับรวมกว่า 30 ล้านครั้งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นความสำเร็จสูงยิ่งของ Dove ในการโฆษณาแบบ Viral หรือ โฆษณาที่แพร่กระจายประหนึ่งเชื้อไวรัส ส่งผ่านโดยการกด จากนิ้วสู่นิ้ว จากปากต่อปาก อย่างยากที่จะหยุดยั้ง

โฆษณานี้มีชื่อเรียกว่า Dove Real Beauty Sketches หรือ การ “สเก็ตช์ภาพความงามที่แท้จริง”

Dove ขอให้คุณ Gil Zamora นักสเก็ตช์ภาพมืออาชีพของ FBI ผู้เชี่ยวชาญในการวาดภาพคนร้ายจากการบอกเล่าของพยาน มาสเก็ตช์ภาพผู้หญิงจำนวนหนึ่งซึ่ง Dove เชิญมา

กระบวนการวาด คือ คุณ Gil จะนั่งรออยู่ ผู้หญิงจะผลัดเข้ามานั่งทีละคน โดยทั้งผู้วาด และ ตัว "นางแบบ" ต่างมองไม่เห็นกันและกัน ผู้วาดจะค่อยๆป้อนคำถามให้นางแบบเล่าให้เขาฟังว่าลักษณะหน้าตาของเธอเป็นอย่างไร เช่น

คำถาม: อธิบายลักษณะคางของคุณให้ผมฟังหน่อยครับ คำตอบ: คางจะค่อนข้างยื่น โดยเฉพาะเวลายิ้มค่ะ

คำถาม: ช่วยอธิบายลักษณะกราม คำตอบ: แม่บอกว่าดิฉันมีกรามใหญ่

คำถาม: ใบหน้ามีอะไรเป็นจุดเด่น คำตอบ: หน้าจะออกอ้วนกลม คำตอบ: มีอายุมากขึ้นกระเลยมากขึ้น ฯลฯ

วาดเสร็จ นางแบบก็จะออกไป โดยผู้วาดก็ยังไม่เห็นเจ้าตัวอยู่ดี

จากนั้น คุณ Gil จะวาดภาพผู้หญิงคนเดิม โดยครั้งนี้ วาดจากคำอธิบายของอีกคนหนึ่ง ซึ่งเพิ่งได้พบและพูดคุยกับนางแบบคนนั้นๆ

คำถามจะเป็นเช่นเดิม: ใบหน้าของผู้หญิงที่คุณเพิ่งคุยด้วยมีอะไรเป็นจุดเด่น

คำตอบ: หน้าเรียวสวย คำตอบ: ตาสวย พอยิ้มแล้วเป็นประกาย คำตอบ: จมูกดูดี ฯลฯ

จากนั้นเจ้าตัวนางแบบจะได้มีโอกาสเห็นภาพสเก็ตช์ที่วาดจากคำบอกเล่าของตนเอง เปรียบเทียบกับคำบอกเล่าของอีกหนึ่งคน

ผลที่น่าแปลกใจและน่าประทับใจในเวลาเดียวกัน คือ

ภาพที่คนอื่นบรรยาย จะดูเหมือนเจ้าตัวกว่า และดูดีกว่าภาพที่เขาบรรยายตัวเอง!

นางแบบเจ้าของภาพบางคนน้ำตาซึม พึมพำว่า นี่หรือคือภาพฉันในสายตาคนอื่น ทำไมดูดี ดูมีความสุขกว่าหน้าอมทุกข์ที่ดิฉันอธิบายตัวเองจัง

Dove ระบุว่าผู้หญิงประมาณ 4% เท่านั้น พึงพอใจกับรูปร่างของตน

ที่เหลือส่วนใหญ่ ล้วนหวั่นไหวกับมาตรฐานที่สังคมและคนรอบข้างยัดเยียดให้เกินพอดี อาทิ คนจะสวยได้ ผิวต้องขาวใส ต้องไร้สิวฝ้า หน้าต้องเกลี้ยง ต้องผอมเพรียว ต้องห้ามเหี่ยวเด็ดขาด ต่างเลยกลายเป็นทาสของสังคม ตรอมตรม ขมขื่น ตื่นมาหา Self Esteem ไม่พบ

สิ่งที่ทำให้คนจำนวนมากประทับใจในตัวโฆษณานี้ คือ เขาตอกย้ำว่ามีคนจำนวนมากที่ชอบกระหน่ำย่ำยีตนเองว่าฉันไม่ดีพอ มีข้อด้อย จึงคอยทิ่มแทงความภาคภูมิใจในตนเองให้แตกแหลกคามืออย่างช่ำชอง ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงบ่งชี้ว่า เรามักจินตนาการเกินการณ์ไปเอง

ทั้งนี้ รูปลักษณ์ ดังที่ Dove เน้น เป็นประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจ เหนือไปกว่านั้น สิ่งที่น่าจะ “ใช่” คือ สิ่งที่อยู่ภายใน มิใช่ “เปลือก” ไม่ว่าจะเป็นความสามารถ ความโอบอ้อมอารี ความมีจิตใจดี ที่มีสาระกว่ามาก

สรุปว่า กรุณามองทุกอย่าง รวมถึงตนเอง อย่างเป็นกลาง อย่างมีเมตตา อย่างมีสติ อย่างภาคภูมิใจ อย่างนับถือในตนเอง

หากไม่นับถือตนเอง เกรงว่าจะหาใครนับถือเรายาก...หากจะมีค่ะ