วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อาเซียน : ข้อผูกพันเปิดตลาดการค้าบริการชุดที่ 8 (2)

การเปิดเสรีการค้าบริการเป็นองค์ประกอบที่มีความสำคัญส่วนหนึ่งที่จะนำไปสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)

โดยสมาชิกอาเซียนจะต้องดำเนินการลดข้อจำกัดที่เป็นอุปสรรคต่อการค้าบริการให้เป็นไปตามแผนงานที่ได้ตกลงร่วมกัน โดยมีเป้าหมายสุดท้ายที่ทุกประเทศจะต้องดำเนินการคือ การอนุญาตให้ผู้ให้บริการอาเซียนสามารถถือหุ้นในธุรกิจบริการทุกสาขาได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 และต้องยกเลิกข้อจำกัดในการเข้ามาให้บริการตามที่อาเซียนกำหนด ซึ่งตาม AEC Blueprint แต่ละสาขาบริการมีกำหนดเวลาและเป้าหมายแต่ละช่วงดังนี้

1) ขจัดข้อจำกัดต่อการค้าบริการสำหรับ 4 สาขาบริการสำคัญ ได้แก่ การขนส่งทางอากาศ เทคโนโลยีสารสนเทศ สุขภาพ และท่องเที่ยว ภายในปี 2553 และสาขาบริการสำคัญที่ 5 ได้แก่ โลจิสติกส์ ภายในปี 2556 และสาขาบริการที่เหลืออยู่ภายในปี 2558

2) จัดทำตารางข้อผูกพันสำหรับทุกรอบเจรจาตามเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งจะมีผลผูกพันแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียนให้ปฏิบัติตาม

ทั้งนี้ การเจรจาเปิดตลาดการค้าบริการอาเซียนได้ดำเนินการภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยบริการของอาเซียน (ASEAN Framework Agreement on Services : AFAS) ซึ่งมีหลักการสำคัญคือ

๐ สมาชิกทุกประเทศต้องเข้าร่วมการเจรจาเป็นรอบ รอบละ 3 ปี ซึ่งภายหลังได้ลดเหลือรอบละ 2 ปีแทน เพื่อทยอยผูกพันการเปิดตลาดให้มากขึ้น

๐ แต่ละประเทศยังมีสิทธิในการออกกฎระเบียบภายในประเทศของตนเพื่อกำกับดูแลธุรกิจบริการให้มีคุณภาพได้

๐ สมาชิกอาเซียนต้องเปิดตลาดธุรกิจบริการให้แก่กันมากกว่าที่แต่ละประเทศได้มีข้อตกลงไว้กับองค์การการค้าโลก

ตามที่ได้กล่าวไว้ในบทความฉบับที่แล้ว หลังจากที่ได้มีการเจรจากันตามกรอบของ AFAS ข้างต้นแล้ว สมาชิกอาเซียนก็ได้ลงนามพิธีสารอนุวัติข้อผูกพันเปิดตลาดการค้าบริการชุดที่ 8 (8th Package) ไปแล้ว เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2553 ซึ่งตามพิธีสารฯ กำหนดให้ประเทศสมาชิกจัดทำตารางข้อผูกพันให้เรียบร้อยและยื่นต่อฝ่ายเลขาธิการอาเซียนเพื่อให้มีผลบังคับต่อไป และขณะนี้ประเทศไทยได้ยื่นข้อผูกพันเปิดตลาดการค้าบริการชุดที่ 8 ไปให้เลขาธิการอาเซียนแล้ว แต่ยังไม่มีผลบังคับเนื่องจากชาติอื่นยังคงยื่นเอกสารไม่ครบ

สำหรับเป้าหมายการเปิดตลาดตาม AEC Blueprint จนถึงปี 2558 มีดังนี้

๐ การให้บริการแบบข้ามพรมแดน (Mode 1) และการใช้บริการข้ามพรมแดน (Mode 2) จะต้องยกเลิกข้อจำกัดทั้งหมด แต่หากมีเหตุผลจำเป็นที่จะต้องคงเงื่อนไขบางประการสำหรับสาขาบริการนั้นๆ ก็อาจทำได้

๐ การให้นักลงทุนอาเซียนเข้ามาจัดตั้งธุรกิจ (Mode 3) ได้มีการกำหนดให้ประเทศสมาชิกต้องเปิดให้นักลงทุนอาเซียนเข้ามาจัดตั้งธุรกิจโดยถือหุ้นได้มากขึ้นจนถึง 70% ซึ่งจะเปิดอย่างเป็นขั้นๆ ดังนี้

๐ สาขาเร่งรัด (ท่องเที่ยว สุขภาพ โทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์ และขนส่งทางอากาศ) : 49% (ปี 2006) 51% (ปี 2008) และ 70% (ปี 2010)

๐ โลจิสติกส์ : 49% (ปี 2008) 51% (ปี 2010) และ 70% (ปี 2013)

๐ สาขาอื่นๆ ที่เหลือ : 49% (ปี 2008) 51% (ปี 2010) และ 70% (ปี 2015)

นอกจากนี้ ยังต้องยกเลิกข้อจำกัดการค้าบริการแบบข้ามพรมแดน และเงื่อนไขอื่นๆ ในการจัดตั้งธุรกิจอีกด้วย โดยมีเป้าหมายในการเปิดเสรีดังกล่าวจะมีความยืนหยุ่น (Flexibility) ตามที่สมาชิกตกลงกัน

ด้วยเหตุที่สมาชิกอาเซียนได้ให้ความยืดหยุ่นกับการปฏิบัติตามเป้าหมายดังกล่าว และเนื่องจาก AFAS เป็นเพียงกรอบกติกาเกี่ยวกับการเปิดเสรีการค้าบริการเพียงคร่าวๆ ไม่ได้มีผลผูกพันถึงขนาดจะมัดมือประเทศสมาชิกให้ปฏิบัติตามได้ การเปิดเสรีการค้าบริการที่ผ่านมาจึงมีความคืบหน้าค่อนข้างน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของประเทศไทย ซึ่งมีข้อจำกัดด้านกฎหมายภายในประเทศที่เกี่ยวข้อง (เช่น พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว) ทำให้ความพร้อมในการเปิดเสรีของไทยตามเป้าหมายของอาเซียนยังมีอยู่จำกัด และแม้ว่าประเทศไทยจะได้ยื่นข้อผูกพันเปิดตลาดการค้าบริการชุดที่ 8 ไปให้เลขาธิการอาเซียนแล้ว แต่ข้อเสนอที่ประเทศไทยตกลงผูกพันก็ยังเป็นไปตามกรอบกฎหมายไทย ที่ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีการแก้ไขให้มีการขยับสัดส่วนผู้ถือหุ้นในภาคธุรกิจบริการบางประเภทให้เป็นอาเซียนได้ไม่น้อยกว่า 70 % แต่อย่างใด

เมื่อเปรียบเทียบภาคบริการในประเทศสมาชิกอาเซียนในปัจจุบันแล้ว สิงคโปร์ เป็นประเทศที่มีความพร้อมมากที่สุด และน่าจะได้รับประโยชน์จากการเปิดเสรีภาคบริการในภาพรวมมากที่สุด รองลงมา ได้แก่ มาเลเซีย และไทย ขณะที่อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ บรูไน และเวียดนาม น่าจะอยู่ในกลุ่มที่ได้รับประโยชน์ถัดไป และกลุ่มที่ได้รับประโยชน์ลำดับหลัง ได้แก่ กัมพูชา ลาว และพม่า ตามลำดับ ทั้งนี้ เป็นไปตามระดับการพัฒนาด้านการค้าบริการที่แตกต่างกัน

สำหรับรายละเอียดข้อเสนอผูกพันเปิดตลาดการค้าบริการของไทย ชุดที่ 8 ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยบริการของอาเซียน นั้น หากผู้อ่านท่านใดสนใจก็สามารถเข้าไปอ่านได้ที่เว็บไซต์ของรัฐสภา http://librarymb.parliament.go.th/doccweb/ShowPdfServlet?blobid=SOP-DIP.P.1472281&blobpart=2

กล่าวโดยสรุป เนื่องจากกรอบการเปิดเสรีการค้าบริการ เป็นเพียงกรอบกติกาเพียงคร่าวๆ ซึ่งมีความยืดหยุ่น การเปิดเสรีการค้าบริการภายใต้กรอบของอาเซียนภายในปี 2558 จะเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมและความสมัครใจของประเทศสมาชิกเป็นสำคัญ ที่ผ่านมาจะเห็นว่ายังไม่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายเท่าที่ควร หากจะให้เป็นไปตามเป้าหมายอย่างจริงจัง ผู้เขียนเห็นว่าควรจะมีการกำหนดทิศทางร่วมกันที่ชัดเจนและแต่ละประเทศควรจะต้องมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติให้เป็นไปตามกรอบกติกาที่ได้กำหนดไว้มากขึ้น มิเช่นนั้นแล้วเป้าหมายที่จะเปิดเสรีการค้าบริการให้ชาติอาเซียนถือหุ้นได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ก็คงไม่อาจบรรลุผลได้


บทความนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนอันเป็นความเห็นในทางวิชาการ และไม่ใช่ความเห็นของบริษัท อัลเลน แอนด์ โอเวอรี่ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ผู้เขียนทำงานอยู่