วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายจ้างเบี้ยวจ่าย ค่าจ้าง300บาทลดลง

ถือเป็นข่าวดีเมื่อนายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน (รมว.รง.) ออกมากให้สัมภาษณ์

ถึงผลการลงพื้นที่ทั้งด้วยด้วยตัวเอง และทีมงานในแต่ละจังหวัด เพื่อติดตามสถานการณ์หลังการปรับค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาท ซึ่งข้อมูลของกระทรวงแรงงานพบว่า การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาท นั้นทำให้ผู้ประกอบการบางส่วน มีโอกาสในการคัดแรงงานที่มีฝีมือในการทำงานเพิ่มมากขึ้น แต่ก็พบว่าในภาคการเกษตรมีการขาดแคลนแรงงานเป็นจำนวนมาก ทำให้นายจ้างเรียกร้องให้ทางกระทรวงแรงงานเปิดรับแรงงานต่างด้าว เพื่อมาทำงานในภาคการเกษตรเพิ่มขึ้น ซึ่งประเด็นนี้ถือว่ามีความสำคัญมากเพราะภาคเกษตรมีปัญหามากในเรื่องขาดแรงงาน

นอกจากนี้ ยังพบว่า ขณะนี้สถานการณ์ที่นายจ้างไม่จ่ายค่าจ้าง 300 บาทตามค่าจ้างขั้นต่ำมีแนวโน้มดีขึ้น เพราะสำรวจพบว่านายจ้างเพียง 40 รายที่อยู่ระหว่างการปรับตัวในการจ่ายค่าจ้างอัตราใหม่ จากเดิมที่มีนายจ้างกว่า 300 รายที่ไม่ได้จ่ายตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่ปรับขึ้น แต่ยอมรับว่า ยังเข้าไม่ถึงข้อมูลเรื่องแรงงานสมยอมกับนายจ้าง เพื่อรับค่าจ้างที่ต่ำกว่า 300 บาท ในประเด็นนี้คงจะต้องบอกว่า ลูกจ้างเองควรจะต้องคำนึงถึงสิทธิของตัวเองในการในการเรียกร้องให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างตามกฏหมาย

ขณะที่ข้อมูลของคณะกรรมการแรงงานสมานฉันทร์ ซึ่งเป็นตัวแทนลูกจ้าง พบว่า ตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทยได้รับเรื่องร้องเรียนหลายกรณี โดยเฉพาะความกดดันจากสถานประกอบการที่ถาโถมสู่ผู้ใช้แรงงาน เพื่อให้ต้องยอมรับการเปลี่ยนสภาพการจ้างงานที่ไม่เป็นคุณ-ไม่เป็นธรรมต่อลูกจ้าง และในที่สุดนำมาสู่การเลิกจ้างแรงงานในพื้นที่ต่างๆอย่างต่อเนื่อง โดยในหลายสถานประกอบการที่มีการปรับขึ้นค่าจ้างเป็นวันละ 300 บาท ได้ลดเวลาทำงานล่วงเวลา (โอที) ของลูกจ้างลง เพื่อไม่ให้นายจ้างมีภาระต้นทุนค่าจ้างที่สูงเกินไป แต่ในขณะเดียวกันก็ส่งผลต่อลูกจ้างที่ทำให้รายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน รวมถึงยังมีการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างงาน เช่น การปรับวันการทำงาน หรือ ปรับเวลาการเข้าออกงานใหม่

สำหรับตัวเลขแรงงานที่ถูกเลิกจ้างเนื่องจากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาท ของกระทรวงแรงงานตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 22 เมษายน 2556 มีสถานประกอบการเลิกจ้างลูกจ้างรวม 64 แห่ง มีลูกจ้างถูกเลิกจ้างจำนวน 3,053 คน โดยในจำนวนนี้เป็นสถานประกอบการขนาดเล็กที่เลิกจ้างและปิดกิจการเพราะผลกระทบจากการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท จำนวน 3 แห่ง ลูกจ้างถูกเลิกจ้างจำนวน 333 คน เป็นการเลิกจ้างแรงงานบางส่วนจำนวน 38 แห่ง ลูกจ้างตกงาน 1,053 คน ส่วนจำนวนที่เหลือ อีก 25 แห่ง เกิดจากผลกระทบอื่นๆ ลูกจ้างถูกเลิกจ้างจำนวน 1,629 คน ซึ่งแม้กระทรวงแรงงานบอกจำนวนไม่มาก แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นลูกจ้างควรจะได้รับการคุ้มครอง