วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สร้าง "คนดี" ด้วยการศึกษา

ในโลกยุคปัจจุบันนี้เทคโนโลยีและนวัตกรรมกำลังขับเคลื่อนสังคมส่งพลังผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของมวลมนุษยชาติอย่างมากมาย

และรวดเร็วเหลือเกิน การศึกษาจึงเป็นเครื่องมือพื้นฐานที่สำคัญมากที่จะทำให้คนเราปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงและเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาสังคมให้ดีขึ้นได้ ดังนั้น จึงไม่แปลกเลยที่คนเราทุกคนอยากได้รับการศึกษาที่ดีเยี่ยมที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ในทุกแขนงสาขาอาชีพ เพราะเราคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าการศึกษาเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คนได้ใช้ศักยภาพอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ดิฉันเชื่อเสมอว่าถ้าเราให้โอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียมกันแก่ทุกคน ประเทศชาติและสังคมจะพัฒนาอย่างมั่นคงและยั่งยืน แต่เราก็คงจะปฏิเสธไม่ได้อีกว่าโอกาสในการศึกษานั้นไม่ได้มีเท่าเทียมกันทุกคนอย่างใจฝัน

เรื่องการเหลื่อมล้ำทางโอกาสทางการศึกษาไม่ได้มีแต่เพียงในประเทศไทยเท่านั้น ขนาดประเทศที่เป็นตัวอย่างของประเทศที่เจริญแล้วอย่างเช่นประเทศสหรัฐอเมริกาก็มีรายงานว่าเด็กที่มาจากครอบครัวยากจนมีผลการเรียนและอัตราการเรียนจบการศึกษาน้อยกว่าครอบครัวที่มีฐานะกว่า (Gale Encyclopedia of Education : “Overview of Poverty and Education”) นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยรายงานว่าทุกๆ 1,000 ดอลลาร์ (หรือประมาณ 30,000 บาท) ของรายได้ที่เพิ่มขึ้นในแต่ละครอบครัวจะทำให้เด็กจากครอบครัวนั้นมีผลคะแนนวิชาคณิตศาสตร์สูงขึ้น 2.1% และคะแนนการอ่านสูงขึ้น 3.6% (“The Impact of Family Income on Child Achievement” Gordon Dahl and Lance Lochner ปี คศ. 2005)

ด้วยความตระหนักถึงความสำคัญของให้โอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียมกันเพื่อที่จะพัฒนาสังคมและประเทศชาติของเขาอย่างยั่งยืน จึงมีองค์กรต่างๆ เข้ามาร่วมรณรงค์เพื่อให้โอกาสทางการศึกษา อย่างเช่น องค์กร “Teach for America” ที่มีความเชื่อว่าการให้การศึกษากับเด็กด้อยโอกาสในวันนี้เป็นการให้โอกาสเพื่อชีวิตที่เท่าเทียมกันในอนาคต องค์กรนี้เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลประโยชน์ ตั้งมาเพื่อวัตถุประสงค์ที่จะเชิญชวนนิสิตนักศึกษาที่เพิ่งจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยระดับเยี่ยมๆ และคนที่ประสบความสำเร็จในสายงานอาชีพต่างๆ ให้มาสมัครเป็นคุณครูเพื่อไปสอนเด็กนักเรียนในชุมชนผู้มีรายได้ต่ำในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยไม่ใช่ว่าทุกคนที่สมัครจะได้รับการตอบรับเพราะปณิธานที่แน่วแน่ขององค์กรนี้คือต้องเลือกเฉพาะคนที่อยากเป็นครู เชื่อในการศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพของอนาคตของชาติ และที่สำคัญผู้สมัครต้องมีความสามารถในการสอนอย่างแท้จริง เรียกได้ว่าไม่ใช่ใครๆ ก็เป็นครูในโครงการนี้ได้ จึงไม่แปลกใจเลยว่าเมื่อในปี ค.ศ. 1990 ซึ่งเป็นปีแรกที่โครงการนี้ได้จัดตั้งและเปิดรับใบสมัครได้มีคนส่งใบสมัครถึงกว่า 2,500 ใบแต่มีเพียง 500 คนที่ได้รับคัดเลือกและจำนวนใบสมัครก็ได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในปี ค.ศ. 2005 มีใบสมัครถึง 17,000 ใบแต่ผู้ที่ได้รับคัดเลือกมีเพียง 2,000 คน องค์กรนี้ไม่ใช่แค่ส่งผู้ที่ได้รับคัดเลือกไปสอนทันทีแต่ได้ให้การสนับสนุนในการฝึกทักษะการเป็นคุณครูที่ดีเป็นเวลาเป็นเดือนเพราะจะได้มั่นใจได้ว่าคุณครูที่ส่งไปมีคุณภาพจริงๆ

จะเห็นได้ว่าโครงการนี้ไม่เพียงแต่เป็นการรณรงค์ให้โอกาสทางการศึกษาแด่เด็กผู้ด้อยโอกาสแต่ได้สร้างครูที่มีคุณภาพอีกด้วย โดยมีงานวิจัยเรื่อง “Making a Difference? The Effects of Teach for America in High School” จาก The Urban Institute and CALDER (ปีคศ. 2009) ได้พบว่านักเรียนที่เรียนกับคุณครูที่มาจากโครงการ Teacher for America นั้นสามารถทำคะแนนได้ดีกว่านักเรียนที่เรียนกับคุณครูที่ไม่ได้อยู่ในโครงการนี้ ด้วยแผนการดำเนินการที่วางแผนอย่างดีเพื่อการศึกษาของเด็กผู้ด้อยโอกาสทำให้องค์กรนี้ประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก ผู้มีฐานะไม่ว่าจะเป็น CEO ของบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างๆ นักแสดง นักการเมือง ก็ร่วมกันบริจาคเงินเพื่อจะเป็นค่าดำเนินการ ค่าอบรมคุณครู ค่าจ้างคุณครู เพราะดิฉันเชื่อว่าเขาทุกคนก็อยากให้สังคมที่เขาอยู่พัฒนาโดยใช้โอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียมกันมาเป็นเครื่องมือขับเคลื่อน

สำหรับดิฉันการศึกษาที่สอนให้คนมีความรู้ สอนให้คนเป็นคนเก่งนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญ แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นดิฉันคิดว่า ต้องสอนให้คนเป็น “คนดี” หนึ่งในโครงการที่พยายามสร้างคนดีและคนเก่งด้วยการศึกษาที่ดิฉันยกย่องมากคือ โครงการ โรงเรียนสัตยาไส ภายใต้มูลนิธิสัตยาไส ปัจจุบันมีโรงเรียนนี้ใน 50 กว่าโรงเรียนในทั่วโลก สำหรับในประเทศไทย โรงเรียนสัตยาไส ตั้งอยู่ที่ อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี บนพื้นที่ 300 กว่าไร่ สมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติที่สงบ ร่มรื่น เป็นโรงเรียนประจำ เปิดทำการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 ไม่มีการเก็บค่าเล่าเรียนแต่อย่างใด ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารสูงสุดก็คือท่าน ดร. อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา (ผู้ที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศไทยในการคิดค้นระบบควบคุมการลงจอดบนดาวอังคารของยานอวกาศไวกิ้งที่ NASA)

โรงเรียนสัตยาไส มีปรัชญาของโรงเรียนคือ “ปลายทางการศึกษา คือ อุปนิสัยที่ดีงาม” และวิสัยทัศน์คือ “สร้างคนดีเหนือสิ่งใด” ด้วยความมุ่งมั่นที่ชัดเจน กฎของโรงเรียนนี้จึงอยู่ภายใต้ “ความรัก ความเมตตา” โดยจะสร้างความคิดให้เด็กนักเรียนรู้สึกว่าในโรงเรียนเป็นเสมือนครอบครัวใหญ่ที่มีทั้งนักเรียนและคุณครูที่ต้องดูแลช่วยเหลือกัน หลักสูตรที่ใช้จะอาศัยวิถีพุทธ เช่น การนั่งสมาธิ สวดมนต์ พร้อมสอนหลักคุณธรรม ควบคู่ไปกับการเรียน โดยคุณธรรมพื้นฐานที่จะปลูกฝังให้เด็ก ๆ มีอยู่ 5 ประการ คือ ความรักความเมตตา ความจริง ความประพฤติชอบ ความสงบสุข และอหิงสา (การไม่เบียดเบียน) ด้วยความมุ่งมั่นให้ผลผลิตจากโรงเรียนนี้เป็นคนดี มีคุณธรรม และเด็กๆ เองก็มีความสุขในการเรียนจึงทำให้ผลการเรียนของนักเรียนของโรงเรียนสัตยาไสเป็นนักเรียนที่มากด้วยคุณภาพ แทบจะเรียกได้ว่านักเรียนที่นี่สามารถสอบเอ็นทรานซ์ผ่านได้กันทุกคน

ตัวอย่างของการสร้างคนด้วยการศึกษายังมีอีกมากมาย แต่ดิฉันอยากให้ทุกท่านหันมาให้ความสำคัญไม่เพียงแต่การให้โอกาสทางการศึกษาแต่ต้องให้ระบบการศึกษาเพื่อสร้างคนดีและคนเก่งไปพร้อมๆ กัน คนที่เก่งแต่ไม่ดี นั้นน่ากลัวที่สุดเพราะจะสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นและสังคมได้อย่างแยบยล แต่ถ้าเป็นทั้งคนดีและคนเก่งย่อมจะสร้างสรรค์สังคมให้ดีขึ้น ที่สำคัญพวกเราเองก็ควรช่วยกันสร้างค่านิยมส่งเสริมคนดี ดังกระแสพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า

“ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครที่จะทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุข เรียบร้อยจึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมความดี ให้คนดีปกครองบ้านเมือง และคุมคนไม่ดี ไม่ให้มีอำนาจไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้”