วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ถึงเวลาต้องขีดเส้นให้ชัด บทบาท ธปท. กับ รัฐบาล

ในขณะที่วิกฤติการเงินในประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ ได้เกิดข้อถกเถียงเกี่ยวกับธนาคารกลาง

ว่า จะยังคงนโยบายที่มุ่งไปที่การดูแลเสถียรภาพราคาเป็นนโยบายหลักเพียงอย่างเดียว หรือต้องทำหน้าที่อื่นด้วย เพื่อดูแลให้เศรษฐกิจเติบโต หรือดำเนินตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งการดูแลด้านเสถียรภาพราคา ที่ธนาคารกลางดำเนินนโยบาย โดยผ่านเป้าหมายเงินเฟ้อ และเป็นกรอบการดำเนินนโยบายที่ยึดถือกันมานาน แต่ในทางกลับกัน การดูแลกรอบนโยบายโดยยึดเป้าหมายเงินเฟ้อ ทำให้ธนาคารกลางมีความเป็นอิสระในการดำเนินนโยบาย

แต่ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจโลก ธนาคารกลางได้เข้ามามีบทบาทมากกว่าแค่เป้าหมายเงินเฟ้อ โดยดำเนินนโยบายที่มีเป้าหมายอย่างอื่น นอกจากการดูแลเงินเฟ้อ อาทิ การกระตุ้นเศรษฐกิจโดยมีเป้าหมายที่การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (จีดีพี) อัตราการว่างงาน ซึ่งธนาคารกลางมีบทบาทด้านอื่นมากขึ้น ทำให้มีคำถามเกี่ยวกับบทบาทความเป็นอิสระของธนาคารกลาง ว่ายังมีอยู่มากน้อยแค่ไหน เพราะเป้าหมายอื่นส่วนมากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับนโยบายทางการเมือง และทำให้ต้องกลับมาหาคำตอบว่าบทบาทที่ควรจะเป็นของธนาคารกลาง คืออะไร

ในกรณีของไทย จากบทบาทของธนาคารกลาง ที่ยังมุ่งความเป็นอิสระการดำเนินนโยบายโดยยึดเป้าหมายเงินเฟ้อ ทำให้เกิดความขัดแย้งจากฝ่ายการเมืองอยู่เป็นประจำ เนื่องจากการเรียกร้องของฝ่ายการเมืองนั้น มีมากกว่าแค่การดำเนินนโยบายโดยยึดเป้าหมายเงินเฟ้อ แต่ต้องการใช้ธนาคารกลาง หรือ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีหน้าที่มากกว่านั้น อาทิ บางคนเห็นว่า ธปท. ควรนำเงินสำรองไปลงทุนเพื่อหารายได้เข้าประเทศ บางคนเห็นว่าควรมีหน้าที่สนับสนุนการส่งออก ด้วยการทำให้ค่าเงินอ่อนลงเมื่อเทียบกับคู่แข่ง

ความขัดแย้งระหว่าง ธปท. กับ รัฐบาล ทำให้ ธปท. ถูกโจมตีจากฝ่ายการเมืองเสมอ ว่าต้องการจะเป็นรัฐอิสระ แต่ความขัดแย้งดังกล่าวจะหมดไป หากว่าเศรษฐกิจของประเทศดำเนินไปด้วยดี และไม่เกิดปัญหาจุดใดจุดหนึ่ง จนเรื่องถึงฝ่ายการเมือง ซึ่งหากว่าพิจารณาจากบทบาทและหน้าที่ของธนาคารกลางแล้ว จะเห็นว่า ธปท. ยังยึดกรอบนโยบายการดูแลด้านเสถียรภาพราคา ดังนั้น หากฝ่ายการเมืองเรียกร้องมากกว่าเรื่องเสถียรภาพราคาแล้ว ก็จะเกิดความขัดแย้งขึ้นมาทันที และยิ่งขาดความเข้าใจบทบาทซึ่งกันและกันแล้ว ความขัดแย้งก็ยิ่งบานปลาย

จากบทบาทของธนาคารหลายประเทศทั่วโลกในขณะนี้ ทำให้ดูเหมือนว่ากำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงบทบาทครั้งใหญ่ของธนาคารกลาง อีกทั้ง ประเทศที่มีประชาธิปไตยและธนาคารกลางเคยมีบทบาทเป็นอิสระมานาน ก็เกิดภาพที่ชัดเจนว่าฝ่ายการเมืองเข้าไปมีบทบาทมากขึ้นในธนาคารกลาง ดังนั้น เราเชื่อว่าฝ่ายการเมืองก็คิดเช่นเดียวกัน แต่ที่ฝ่ายการเมืองไทยมักจะคิด ก็คือ การเปลี่ยนแปลงผู้บริหารระดับสูงของ ธปท. มากกว่าเรื่องบทบาทและหน้าที่ แต่ในอดีต แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนตัวผู้บริหารแล้ว ถึงที่สุด ธปท. ก็ยังดำเนินนโยบายเช่นเดิม

เราเห็นว่า ขณะนี้หลายประเทศทั่วโลกกำลังถกเถียงอย่างเอาเป็นเอาตาย ถึงบทบาทของธนาคารกลาง ที่กำลังดำเนินนโยบายนอกเหนือจากบทบาทเดิมในขณะนี้ สังคมไทยก็ควรถกเถียงเรื่องนี้เช่นกัน ว่า บทบาทของ ธปท. นั้น ควรมีแค่ไหน และ อย่างไร เพราะหากว่ายังมีเส้นแบ่งไม่ชัด ความขัดแย้งหรือข่าวการปลดผู้บริหาร ธปท. ก็จะเกิดขึ้นเป็นระยะๆ ในทุกรัฐบาล หากเราเห็นว่าสังคมเศรษฐกิจโลกกำลังพลิกโฉมไปอย่างรวดเร็ว และต้องการเปลี่ยนแปลงบทบาทของ ธปท. เราก็ต้องมาถกเถียงอย่างจริงจังว่าจะมีเส้นแบ่งกันอย่างไร ระหว่าง ธปท. กับ รัฐบาล ซึ่งจะช่วยให้ ธปท. ทำงานได้อย่างราบรื่น และมีเครื่องป้องกันไม่ให้ฝ่ายการเมืองเข้ามาหาผลประโยชน์เหมือนหลายหน่วยงานในปัจจุบัน