ฝรั่งเศส อังกฤษ และเยอรมัน เป็นประเทศที่ได้รับการยอมรับว่า อยู่ในระดับ "พัฒนาแล้ว" ทั้งในทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง
บทความของผมเรื่อง "ไปดูเขาล่ารัฐมนตรี" ในคอลัมน์นี้เมื่อสองเดือนก่อน ได้เล่าเรื่องราวของ รัฐมนตรีเยอรมนี 2 คน ที่ถูกมหาวิทยาลัยประกาศยกเลิกปริญญาเอก เพราะตรวจสอบได้ว่าไปลอกผลงานของผู้อื่นมาโดยมิได้อ้างอิง จนทำให้รัฐมนตรีทั้งสองคน ต้องลาออกจากตำแหน่งไปแล้ว
พอข่าวรัฐมนตรีเยอรมนี เริ่มจางหายไป ปรากฏว่า นาย คริส ฮูน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ของประเทศอังกฤษ ก็ได้ถูกศาลพิพาษาเมื่อเดือนที่แล้วนี้เอง ให้จำคุกเป็นเวลา 8 เดือน และขณะนี้ถูกนำตัวเข้าห้องขังเรียบร้อยแล้ว
เหตุที่รัฐมนตรีจาก "เมืองผู้ดี" ต้องเข้าคุก ก็เพราะเมื่อสิบปีก่อน นายคริสได้ขับรถบนทางด่วนในกรุงลอนดอน ด้วยความเร็วเกินกำหนด แต่ นางไพร์ซ ภรรยา ได้ออกรับแทนโดยแสดงตนว่าเป็นคนขับ เพื่อรับผิดชอบและปกป้องสามี ซึ่งเป็นนักการเมือง
เรื่องราวเงียบเชียบ และราบรื่นมาเป็นเวลานานถึงแปดปี นายคริส ก็เติบโตทางการเมืองจนได้เป็นรัฐมนตรี แต่เมื่อปี 2011 นายคริส บังเอิญไปแอบมีกิ๊กซึ่งเป็นเลขานุการของตนเอง จากนั้นเขาก็ได้ขอหย่าขาดกับภรรยา เท่านั้นแหละครับ นางไพร์ซ ภรรยาเลยโกรธอย่างหนัก ออกมาเปิดเผยพฤติกรรมการขับรถของสามีเมื่อสิบปีก่อน จนเป็นข่าวเกรียวกราวไปทั่ว
ชาว “เมืองผู้ดี” ก็เลยได้มีโอกาสดู “ละครน้ำเน่า” เหมือนชาวสยาม โดยไม่ต้องเสียสตางค์อิมพอร์ตเข้าไปแต่อย่างใด และการออกมา “แฉ” ของนางไพร์ซ อดีตภรรยา ซึ่งยืดเยื้อมานานนั้น ในที่สุดก็ทำให้นายคริส ต้องลาออกจากตำแหน่งเมื่อปีที่แล้ว และต้องขึ้นโรงขึ้นศาล จนศาลพิพากษาเมื่อเดือนที่แล้ว ให้จำคุก 8 เดือน โดยไม่รอลงอาญา
แต่นางไพร์ซ ก็ใช่ว่าจะยิ้มแย้มแจ่มใสหรือดีใจไชโย ได้เพียงลำพัง เพราะศาลก็สั่งจำคุกเธอเป็นเวลา 8 เดือน ไม่รอลงอาญาเหมือนกัน เนื่องจากถือว่ามีส่วนร่วมกระทำความผิดอาญาครั้งนั้นด้วย เรื่องนี้ก็แปลว่า “เพราะกิ๊ก เพียงคนเดียว ก็ (หวาด) เสียว ไปคนละแปดเดือน” เลยทีเดียว นายคริสนั้น ต้องเสื่อมเสียหมดทุกอย่าง ผู้พิพากษาบอกนาย คริสว่า “You have fallen from a great height”…”คุณตกลงมาจากที่สูงมากเลยนะ!”
นายคริส จบอ๊อกซ์ฟอร์ด ส่วนนางไพร์ซ จบลอนดอน สคูล ออฟ อีโคโนมิคส์ การศึกษาดีเยี่ยมทั้งคู่ นางไพร์ซ ก็มีตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานเศรษฐกิจของรัฐบาล แต่พอเจอเรื่องกิ๊ก เท่านั้นแหละ “สติแตก” และทุกอย่างพังทลาย ดังนั้น “ชาวกิ๊กนิยม” ก็น่าจะจำบทเรียนนี้ไว้ให้ดีด้วย
ส่วนฝรั่งเศส หรือ “เมืองน้ำหอม” คงจะกลัวน้อยหน้าอังกฤษ ก็เลยส่งรัฐมนตรีเข้าประกวดด้วย มีชื่อว่า นายเจอโรม คาฮูแซค รัฐมนตรีกิจการงบประมาณ เขาได้รับมอบหมายจากรัฐบาลชุดปัจจุบัน ให้ดูแลเรื่องการลดค่าใช้จ่าย และหารายได้ให้แก่รัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกำกับไม่ให้มีการหลบเลี่ยงภาษี
คนนี้ ไม่เกี่ยวกับกิ๊ก แต่ตัวเขาเองถูกกล่าวหาเมื่อเดือนธันวาคมปี 2555 ว่าได้แอบนำเงินไปฝากไว้ใน บัญชีลับที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นเวลานานแล้ว จนกระทั่งถึงปี 2553 เขาจึงปิดบัญชี แต่เขาก็ปฏิเสธข้อกล่าวหาว่า ไม่เคยมีบัญชีลับอยู่ที่ประเทศใดทั้งสิ้น
สื่อมวลชนกล่าวหาเขาด้วยว่า เขารีบปิดบัญชีดังกล่าวที่สวิส เพียงไม่กี่วันเท่านั้น ก่อนที่เขาจะได้รับเลือกให้เป็น “ประธานกรรมาธิการการเงินของรัฐสภา” และหลังจากนั้น เขาก็รีบดำเนินการโอนเงินจากสวิส ไปฝากไว้ที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็มีหลักฐานจากเทปบันทึกเสียง ระบุว่าน่าจะเป็นเสียงของเขา จนในที่สุด เขาก็ยอมรับสารภาพว่ามีพฤติกรรมหลบเลี่ยงภาษี มีบัญชีลับที่สิงคโปร์เป็นเงิน 510,000 ปอนด์ และยอมลาออกจากตำแหน่ง เมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง
ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีของประเทศที่ “พัฒนาแล้ว” อย่างฝรั่งเศส อังกฤษ และเยอรมนี จึงต้องทยอยกัน “ชีช้ำ” จากการกระทำงามหน้า ของรัฐมนตรีในรัฐบาลของตนเอง ล่าสุดเมื่อวันจันทร์นี้เอง คณะรัฐมนตรีของรัฐบาลฝรั่งเศส ทั้ง 38 คน จึงตกลงกันให้ เปิดเผยทรัพย์สิน ของตนเองและครอบครัว ต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก เพื่อที่จะลดความกดดัน และแสดงท่าทีว่าพร้อมจะสร้างความโปร่งใสให้เกิดขึ้น
ปรากฏว่าเป็นข่าวฮือฮากันเลยทีเดียว และพบว่ารัฐมนตรีคนที่ร่ำรวยที่สุดของฝรั่งเศสในปัจจุบันนั้น มีทรัพย์สินรวม 6 ล้านยูโร หรือ 7.9 ล้านดอลลาร์ หรือ ประมาณ 230 ล้านบาท ซึ่งชาวฝรั่งเศส ก็บอกว่าไม่เห็นจะมากมายอะไรเลย ต่ำกว่าที่ความคาดหมายด้วยซ้ำไป
สงสัยว่ารัฐมนตรีของเขาคงจะมีทรัพย์สินน้อยไปหน่อยกระมัง ก็เลยต้องหาทางหลบเลี่ยงภาษี และแอบขนเงินออกไปฝากบัญชีลับนอกประเทศ สู้รัฐมนตรีของอีกหลายประเทศ ที่เป็นเพียงประเทศ “กำลังพัฒนา” ก็ไม่ได้ เพราะรวยกว่านี้เยอะ และไม่ต้องซิกแซก ให้โดนจับ จนต้องลาออก ทำให้เสื่อมเสียหน้าตารัฐบาลเปล่าๆ
อย่างนี้ไม่เรียกว่าเก่งกว่า แล้วจะเรียกว่าอะไร









