ชั่วข้ามคืน หลังจากเสร็จสิ้นการเข้าชี้แจงทางวาจาต่อคณะผู้พิพากษาศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือศาลโลก
ก็เกิดปรากฏการณ์ "อลินาฟีเวอร์" ในโซเชียลมีเดียทันที
เนื่องจาก อลินา มิรอง (Alina Miron) ผู้เชี่ยวชาญด้านแผนที่ฝ่ายไทย ผู้ช่วยของ ศ.อแลง แปลเล่ต์ (Alain Pellet) ทนายชาวฝรั่งเศสของไทย ที่ได้รับมอบหมายจาก ทูตวีรชัย พลาศรัย ให้ทำหน้าที่แถลงด้วยวาจาในประเด็นของแผนที่ โดยเธอที่สามารถอธิบายให้คนทั้งโลกเห็นว่า กัมพูชาไม่ได้มีสิทธิ์ในพื้นที่บริเวณรอบปราสาทพระวิหาร
เสียงชื่นชมในการทำงานของเธอ จึงกระหึ่มทั่วแดนสยาม ยกเว้นคนกลุ่มหนึ่งที่ปักหลักชุมนุม เพื่อคัดค้านการพิจารณาคดีปราสาทเขาพระวิหารของศาลโลก มาตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม 2556
คนกลุ่มนั้นคือ "แนวร่วมคนไทยรักชาติรักษาแผ่นดิน" กับ "กลุ่มพลังธรรมาธิปไตย"
"เราจะเดินหน้ากดดันรัฐบาลทุกวิถีทาง" ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ย้ำกับมวลชนที่ "เดินทางไกล กอบกู้ราชอาณาจักรไทย" โดยเริ่มต้นจาก อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ ปักหลักพักแรมที่ อ.นางรอง อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ และมาถึงสวนอาหารวังมัจฉา ริมอ่างเก็บน้ำลำตะคอง อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ในช่วงก่อนสงกรานต์
การเดินทางทำความเข้าใจกับประชาชนมาตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นมา จนกระทั่งมาปักหลักอยู่ที่บริเวณริมลำตะคอง ของกลุ่มไชยวัฒน์ เป็นการเตรียมความพร้อมก่อนที่จะเดินทางเข้าสู่กรุงเทพฯ
"การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ ไม่ได้ให้ความสำคัญกับศาลโลกนัก เพราะเชื่อว่าเป็นศาลทางการเมือง ที่นักการเมืองบางกลุ่มต้องการยืมมือ เพื่อยกดินแดนให้กับกัมพูชาอย่างชอบธรรม"
ด้วยเหตุนี้ "ไชยวัฒน์" จึงมุ่งมั่นจะรวมพลังขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ให้ฝ่ายประชาชนได้เข้ามาบริหารบ้านเมือง โดยผนึกกำลังกับกลุ่มพลังธรรมาธิปไตย, สมาพันธ์เกษตรกรไทย ฯลฯ หวังหักโค่นประชาธิปไตยสามานย์
จะว่าไปแล้ว การชุมนุมยืดเยื้อเป็นเวลาเดือนเศษ หากไม่มีมวลชนจาก "กลุ่มพลังธรรมาธิปไตย" หรือ "กองทัพปลดแอกประชาชนเพื่อประชาธิปไตย" ก็ไม่สามารถ "ยืนระยะ" อยู่ได้นานถึงขนาดนี้
กลุ่มพลังธรรมาธิปไตย เป็นองค์กรการเมือง ที่มี "อดีตสหาย" 4-5 คน เป็น "แกนเปิด" แต่ตัวละครหลักเป็น "แกนปิด" 2 คนนั่งบัญชาการอยู่หลังม่าน
"ไชยวัฒน์" ออกเดินทางไกลครั้งนี้ ค่อนข้างโดดเดี่ยว ไม่ได้รับการหนุนช่วยจากกองทัพธรรมแบบเต็มร้อย แต่พวกเขาก็เคลื่อนไหวกับภาคีเครือข่ายใหม่จนขยับมาตั้งมั่นอยู่ที่ลำตะคอง
จะว่าไปแล้ว ความสำเร็จหรือล้มเหลวของกลุ่มไชยวัฒน์ ย่อมขึ้นอยู่กับกำลังหลักที่จะมาสมทบของฝ่ายอดีตสหาย รวมถึงท่อน้ำเลี้ยงจาก "แกนปิด" ของกลุ่มพลังธรรมาธิปไตย
ไพศาล พืชมงคล กัลยาณมิตรของกลุ่มไชยวัฒน์ เขียนบทความชิ้นหนึ่ง ระบุว่า "เหมาเจ๋อตุงเริ่มต้นเดินทัพทางไกลจากเขาจิ่งกังซานด้วยพลพรรคแค่ 250,000 คน ไปตั้งฐานที่มั่นอยู่ที่เยนอาน หลังจากนั้นได้เคลื่อนพลเข้ายึดประเทศจีนอีกครั้งหนึ่ง และในขั้นสุดท้ายมีประชาชนทั่วประเทศเข้าร่วมกว่า 24 ล้านคน จนสามารถปลดแอกประเทศจีนได้สำเร็จ"
มันน่าจะเป็นการปลุกปลอบใจพลพรรคกลุ่มไชยวัฒน์มากกว่า เพราะแนวทางการเมืองของกลุ่มองค์กรใด หากไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงทางภววิสัย ก็ยากที่ขยายตัวจากเล็กสู่ใหญ่ได้
ถึงกระนั้น ก็ประมาทพวกเขาไม่ได้ ในเมื่อสังคมไทยมักมีปรากฏการณ์พิเศษแบบว่า "เหนือความคาดหมาย" อยู่บ่อยๆ
บางทีเรื่องเล็กๆ ก็อาจ "จุดติด" ถ้าฝ่ายถืออำนาจ หลงระเริงในชัยชนะ การเดินทางไกลของกลุ่มไชยวัฒน์จึงมองข้ามไม่ได้ ในสถานการณ์ทักษิณสั่งลุย!!






