ขณะที่ผมติดตามข่าวจากกรุงเฮกและเปียงยางเมื่อวานนี้ เพื่อรอดูว่าจะมีเรื่องตื่นเต้นอะไรเกิดขึ้น
ในช่วงสงกรานต์หรือไม่ เรื่องร้ายกลับไปตูมตามที่เมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ ของสหรัฐอเมริกา
ระเบิดสองครั้งที่ใกล้จุดเส้นชัยของการวิ่งแข่ง “บอสตันมาราธอน” ประจำปี ห่างกันเพียง 5 วินาทีกับไฟไหม้หอสมุดจอห์น เอฟ เคนเนดี้ ที่ห่างไปประมาณ 5 กิโลเมตร ทำให้มีคนตายอย่างน้อย 3 ราย (รวมถึงเด็กอายุ 8 ขวบหนึ่งคน) และบาดเจ็บกว่า 140 ราย
ขณะที่เขียนอยู่นี้ (หลังจากเกิดเหตุประมาณ 5 ชั่วโมง) ยังสรุปไม่ได้ว่านี่เป็นการก่อการร้ายจากกลุ่มในประเทศหรือต่างประเทศ หรือเป็นอุบัติเหตุที่ร้ายแรงเกินกว่าปกติกันแน่
แต่ ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ประกาศฉับพลัน ว่า ไม่ว่าใครจะเป็นคนทำหรือด้วยเหตุผลใดก็ตาม “เราจะต้องสอบสวนให้ถึงก้นบึ้งของสาเหตุ และจับคนทำผิดมาลงโทษให้สาสม”
ภาพวีดิโอที่เห็นจากเหตุการณ์ ทำให้ใครหลายคนหวนคิดไปถึงเหตุการณ์เครื่องบินชนตึกแฝด World Trade Center ในเหตุการณ์ 9/11 เมื่อปี ค.ศ. 2001 อย่างปฏิเสธไม่ได้
ไม่ว่าสาเหตุที่แท้จริงจะเป็นอะไร สิ่งหนึ่งที่คนอเมริกันพูดตรงกันท่ามกลางความโกลาหล และตื่นตระหนกของเหตุการณ์บอสตัน ก็คือว่า “ใครที่เชื่อว่าสหรัฐปลอดจากเหตุร้ายรุนแรง ก็ให้คิดเสียใหม่”
เสียงเชียร์ก้องกังวานตรงเส้นชัยของการวิ่งแข่ง ที่มีผู้เข้าร่วมถึง 23,000 คน ในปีนี้ กลายเป็นเสียงร้องกรี๊ดกร๊าดด้วยความแตกตื่นและตกใจโดยฉับพลัน เมื่อมีเสียงระเบิดตูมขึ้นสองครั้ง (ที่เชื่อว่าวางไว้ในถังขยะริมถนนใกล้ๆ สี่แยก Copley อันเลื่องลือของเมืองบอสตัน) และผู้คนเริ่มร้องเสียงหลง และล้มลงระเนนระนาดต่อหน้าต่อตา
เหตุการณ์ร้ายครั้งก่อนๆ ทำให้ผู้คนหวั่นเกรงว่า นี่อาจเป็นเพียงระลอกแรกของระเบิดก่อเหตุร้ายเท่านั้น ทันใดนั้นมีคำสั่งจากหน่วยปฏิบัติการต่อต้านก่อการร้ายในวอชิงตัน ให้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยบนรถราสาธารณะทั้งหมด
ถนนรอบทำเนียบขาว รวมถึง Pennsylvania Avenue สายหลัก ตำรวจสั่งปิด และที่นิวยอร์ก สถานที่สาธารณะที่อาจเป็นเป้าการโจมตี มีการเพิ่มตำรวจและเจ้าหน้าที่ รปภ. ทันที เพราะว่าประสบการณ์สอนว่าการก่อเหตุร้ายลักษณะนี้ ย่อมมีการวางแผนล่วงหน้า และอาจจะเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน ในอีกหลายๆ จุด
ขณะที่เขียนคอลัมน์นี้อยู่ เจ้าหน้าที่สหรัฐ บอกว่า ยังไม่ได้จับใครเป็นผู้ต้องสงสัย แม้ว่า วันที่ 15 เมษายน ในคู่มือของหน่วยต่อต้านก่อเหตุร้ายของทางการสหรัฐ จะบอกว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมต่อต้านรัฐบาลในอดีตหลายเรื่อง
เมื่อวานนี้ เป็นวัน “รักชาติ” หรือ Patriots’ Day ของสหรัฐ ซึ่งในอดีตเคยเป็นวันที่คนบางกลุ่มก่อเรื่องวุ่นวาย เพื่อแสดงจุดยืนที่ไม่เห็นด้วยกับผู้ปกครองประเทศ
วันที่ 19 เมษายน เป็นวันครบรอบไฟไหม้ใหญ่ใกล้เมืองวาโก รัฐเทกซัส เมื่อปี ค.ศ. 1993 หลังจากที่กลุ่มคลั่งศาสนา Branch Davidians รวมตัวกันต่อต้านอำนาจปกครองของรัฐ คราวนั้นมีคนตาย 80 ราย
วันที่ 19 เมษายน ก็เป็นวันครบรอบการระเบิดตึก Alfred P. Murrah ที่เมืองโอคลาโฮมาซิตี้เมื่อปี ค.ศ. 1995 ซึ่งเจ้าหน้าที่บางคนเชื่อว่าเป็นการแก้แค้นเหตุการณ์วาโก
ตำรวจบอสตัน บอกว่า ได้สอบสวนหนุ่มวัย 20 เชื้อชาติซาอุฯ หนึ่งคนใกล้ที่เกิดเหตุ แต่ไม่ได้มีการตั้งข้อหาหรือจับกุมใคร
“บอสตันมาราธอน” ปีนี้ เป็นครั้งที่ 117 เป็นงานประจำปีคู่บ้านคู่เมืองที่ยิ่งใหญ่ของบอสตัน คนมาร่วมวิ่งเพื่อการกุศลปีละสองถึงสามหมื่นคน และชาวเมืองจะออกมาเชียร์กันเป็นแสน โดยเฉพาะ ณ จุดออกวิ่งและที่ตรงเส้นชัย...และคนชนะที่หนึ่งเมื่อวานนี้เป็นชาวเอธิโอเปีย ชื่อ Lelisa Desisa Benti
ใช้เวลาวิ่งเพียง 2 ชั่วโมง 10 นาที 22 วินาที
ระเบิดตูมตามขึ้นมา หลังจากนักวิ่งแถวแรกเข้าเส้นชัยเป็นชั่วโมงแล้ว
แต่ไม่ว่าสาเหตุของเหตุร้ายรุนแรงในเมืองใหญ่ของสหรัฐ เมื่อวานนี้จะเป็นการก่อการร้ายหรือเหตุอื่นใดก็ตาม ประธานผู้จัดงานนี้บอกซีเอ็นเอ็น ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดและเศร้าสลด ว่า
“จากวันนี้ Boston Marathon ที่เคยเป็นสัญลักษณ์แห่งความอดทน จิตกุศล และ ความอบอุ่นแห่งมิตรภาพของคนทั้งโลก...จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป”
โลกไม่มีวันสงบได้ง่ายๆ จริงๆ






