วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เท่าเทียมแล้วยุติธรรมไหม?

ภาพนี้ดูแล้วมีความหมายให้ชวนคิด และสะท้อนหลายแง่มุมของสังคมไทย

เพราะว่าเรามักจะสรุปความหมายของคำพูดที่ใช้อยู่ประจำอย่างง่ายๆ โดยไม่ดูว่าแต่ละ “วลี” หรือ “วาทกรรม” นั้น มีความหมายในอีกมิติหนึ่งเสมอ

คำว่า “เท่าเทียม” หากใช้กับคนในสังคมที่มีสถานภาพที่แตกต่างกัน ด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจหรือสังคมและการเมืองเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว ก็ไม่ได้แปลว่าจะก่อให้เกิด “ความยุติธรรม” เสมอไป

หากคนได้เปรียบเป็นทุนอยู่แล้วไม่เสียสละ เปิดทางให้คนที่ด้อยโอกาสสามารถไล่ให้ทันในบางเรื่อง "ความยุติธรรม" หรือ "ความเป็นธรรม" ก็ไม่อาจจะเกิดขึ้นได้

บ่อยครั้ง คำว่า “ประชาธิปไตย” ที่อ้างว่าทุกคน “เท่าเทียม” กัน และแต่ละคนมี “หนึ่งเสียง” เท่ากัน ก็ไม่ได้สร้างความ “ยุติธรรม” ในสังคมได้ เพราะว่าพอเอาปัจจัยเรื่อง "เงิน" หรือ "อำนาจ" เข้ามาเกี่ยวข้อง “เสียงเดียว” ของคนจน กับ “หนึ่งเสียง” ของคนรวย ก็มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญมากพอที่จะสร้างความวุ่นวายให้กับสังคมอย่างกว้างขวางได้ทีเดียว

ผมเอาภาพนี้ไปขึ้น Facebook ของผม ก็ได้ความเห็นมากมายหลากหลายจากแฟนๆ หลายวงการ เช่น
“เห็นภาพเลย เรื่องแค่นี้ยังมองได้ตั้งหลายมุม ทำแล้วเป็นกุศล หรือ อกุศล แก้ที่ตัวเองก่อน”

ใช่ครับ ดูภาพนี้แล้ว จึงเข้าใจว่าบางเรื่องที่เราคิดว่าสรุปได้ง่ายๆ เอาเข้าจริงๆ แล้ว พอมองให้ลึก ก็จะเห็นว่าไม่มีอะไรที่สรุปได้ง่ายดายเหมือนที่คิดเลย

อีกท่านหนึ่งบอกว่า “เราทุกคนมาร่วมกันสร้างความยุติธรรมให้เกิดขึ้นในสังคมไทยเถอะ ไม่ว่าจะรวยล้นฟ้าหรือจนติดดิน ทุกคนก็เป็นคนไทย ควรมีโอกาสพอๆ กัน...”

คำว่า “โอกาสพอๆ กัน” นี่แหละ คือ หัวใจของความแตกต่างในสังคม เพราะว่าเมื่อ “โอกาส” ไม่เท่ากัน แม้จะอ้างว่า “เท่าเทียมกัน” เพราะไม่มีใครห้ามใครแสวงหาโอกาส แต่สำหรับคนบางกลุ่ม โอกาสได้รับการหยิบยื่นให้ง่ายๆ ขณะที่อีกบางคนถูกกีดกันด้วยกติกาทางสังคมหลายเงื่อนไข ทำให้ "ความยุติธรรม" ไม่เกิดขึ้น

และนำไปสู่ความขัดแย้ง บาดหมางและความรุนแรงในท้ายที่สุด
อีกท่านหนึ่งให้ความเห็นสั้นๆ แต่น่าสนใจว่า “เท่าเทียมไม่ได้แปลว่าเที่ยงธรรม”

ความเห็นของผู้ร่วมแสดงความเห็นอีกท่านหนึ่ง บอกว่า “ความยุติธรรม คือ การส่งเสริมให้ทุกคนได้รับโอกาสเข้าถึง และสามารถใช้สิทธิของตนได้อย่างเท่าเทียมกัน”

อีกท่านหนึ่ง เขียนว่า “ผมมองไปถึงระบบการจัดเก็บภาษี ผู้มีรายได้มากก็จ่ายเพื่อสังคมส่วนรวมมากหน่อย ผู้มีรายได้น้อยก็จ่ายน้อยลงตามฐานรายได้ แต่ในความเป็นจริงที่เกิด ผู้มีรายได้สูงตลอดจนนักการเมืองหรือแม้แต่ผู้นำประเทศบางประเทศ ก็ยังหาช่องทางหลีกเลี่ยงที่จะจ่ายให้น้อยลง หรือกระทั่งไม่จ่ายเลย ทั้งๆ ที่ตนเองนั้นสายป่านยาวกว่าคนอื่นแท้ๆ...”

ภาพนี้ภาพเดียว ทำให้เกิดการถกแถลงกันอย่างกว้างขวางได้ นั่นย่อมสะท้อนถึงวิธีคิดในสังคมไทยที่หลากหลาย ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่ง

หากเราคิดถึงคำว่า “เท่าเทียม” และ “ยุติธรรม” กับ “ความเป็นธรรม” และ “นิติรัฐ” อย่างละเอียดรอบด้านให้มากกว่านี้ และมีการแลกเปลี่ยนความเห็นจากแง่มุมต่างๆ ให้ลุ่มลึกกว่าที่เป็นอยู่ ผมเชื่อว่า...เราก็อาจจะมีความหวังในอันที่จะสามารถผลักดันสังคมไทย ให้ก้าวไปสู่อีกระดับหนึ่งได้ไม่ยากนัก

ขอให้แยกแยะให้ออกว่า “เท่าเทียม” แล้ว “ยุติธรรม” จริงๆ หรือไม่?