ขอบคุณพ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์แห่งชาติ(กสท.) ที่ไม่ดึงดันออกใบอนุญาต
"ทีวีบริการสาธารณะ" 12 ช่องในแบบ"หวยล็อก"ที่ว่ากันว่าล็อกกันมาตั้งแต่ขั้นแปรญัตติพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ปี 2553
แล้วยอมนั่งลงคุยกันก่อนจะไปออกใบอนุญาต "ทีวีสาธารณะ" ในระบบดิจิทัลว่ากสท.จะต้องทำอะไรบ้างจะได้เกิดความรู้สึกยับยั้งชั่งใจไม่ให้เลยเถิดไป ถึงขั้นประเคนคลื่นความถี่ให้เป็นของรัฐทั้ง 12 ช่องที่สมาคมนักข่าววิทยาโทรทัศน์ไทยให้ฉายาว่า"รัฐประหารปฏิรูปสื่อ"
แล้วช่วยกันขีดกรอบออกแบบลากเส้นเพื่อทำให้"ทีวีสาธารณะ"สายพันธุ์กสทช. 12 ช่องพอจะเกิดประโยชน์กับสังคม ตามนิยามจริงๆของทีวีสาธารณะที่ต้องเป็นอิสระจากรัฐและทุนที่มากำหนดเนื้อหาเพื่อประโยชน์ของรัฐหรือประโยชน์ของทุน โดยไม่คำนึงถึงประโยชน์สาธารณะในการใช้คลื่นความถี่ที่เป็นทรัพยากรสาธารณะ
ผมมีไอเดียที่อยากจะลองเสนอเป็น"ต้นร่าง"ของ"ทีวีสาธารณะ"ในระบบดิจิทัล แบบไม่พึ่งพาเงิน"ภาษีบาป"แบบสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสที่พูดไปก็กระดากปาก
ไม่อยากไปเถียงว่าไม่จริง
ถ้าไม่เกิดรัฐประหารปี 2549 ยึดไอทีวีจาก"อดีตนายกรัฐมนตรีของเรา"พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรที่ทำผิดสัญญา แปลงมาเป็น"ไทยพีบีเอส"ด้วยการออกกฎหมายจัดตั้งองค์กรสื่อสาธารณะ หัก 2 %จากภาษีเหล้า-บุหรี่ได้เงินมาประมาณปีละ 2,000 ล้านบาทเป็นทุนดำเนินการ
ขอตั้งโจทย์ว่าสังคมไทยควรจะมีหนึ่งใน 12 ช่องทีวีสาธารณะที่มีความเป็นอิสระจากรัฐ อิสระจากทุนรัฐและเอกชน สถานีแห่งนี้จะกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์,สร้างแรงบันดาลใจและแหล่งรวมวิทยาการความรู้จากสถาบันอุดมศึกษาของประเทศ
ผมขอเสนอให้ลองศึกษา รูปแบบ PBS ( Public Broadcasting Service )ของสหรัฐอเมริกาที่เป็น"องค์กรไม่แสวงหากำไร"( Non-Profit Organization ) แต่บริหารงานแบบเอกชนที่สามารถพึ่งพาตัวเองได้ระดับหนึ่งคล้ายๆ Social Enterprise พึ่งพาเงินสนับสนุนจากรัฐบางส่วน แต่ยังมีแหล่งรายได้จากหลายๆช่องทาง
PBS มีต้นธารจากสมัยประธานาธิบดีไอเซนฮาวเออร์ แห่งสหรัฐอเมริกาออกกฎหมาย National Defence and Education Act 1958 ( พ.ศ.2501 ) และต่อมามีกฎหมายกิจการกระจายเสียงสาธารณะปี 1967 (พ.ศ.2510 )
PBS ได้เงินสนับสนุนจากรัฐบาลกลางประมาณ 18 % เงินบริจาคจากบุคคล/บริษัท 22 % รายได้ในเชิงพาณิชย์ 13 % เงินสนับสนุนจากมหาวิทยาลัย 8 % เงินสนับสนุนจากรัฐบาลท้องถิ่นหรือมลรัฐ 14 %, เงินสนับสนุนจากมูลนิธิสมาคมต่างๆ 7 % และแหล่งอื่นๆ (ขอบคุณข้อมูลจาก ดร.สิขเรศ ศิรากานต์ www.facebook.com/disikares )
PBS ไม่มีฝ่ายผลิตกลาง แต่มีสถานีโทรทัศน์ในแบบเคเบิลทีวี-ทีวีดาวเทียมเป็นเครือข่ายทั่วสหรัฐอเมริกากว่า 360 แห่ง , มหาวิทยาลัยกว่า 20 แห่ง,ผู้ผลิตรายการอิสระ ฯลฯ เป็นผู้ผลิตรายการป้อนเข้าเครือข่ายของ PBS รวมทั้งจ้างผลิตรายการดีๆเพื่อกระจายลงไปยังสถานีโทรทัศน์เครือข่าย เช่น รายการสอนภาษาอังกฤษสำหรับเด็กเล็ก Seasame Street ที่ได้รับความนิยมสูงสุด , รายการทอล์คที่โด่งดัง Newshour , Frontline, Masterpiece ฯลฯ
ผมลองร่างโรดแม็พ"ทีวีสาธารณะในฝัน"บนเงื่อนไขของกสทช.ในการออกใบอนุญาต "ดิจิทัลทีวี" 3 ประเภทคือทีวีสาธารณะ,ทีวีธุรกิจและทีวีชุมชน
"ทีวีสาธารณะในฝัน"ควรจะมองไกลไปถึงการสร้างเครือข่าย"ทีวีชุมชน"ที่กสทช.ออกแบบให้มี 12 สถานีในแต่ละพื้นที่ที่มีโครงข่ายอยู่ 39 แห่งรัศมีออกอากาศประมาณ 2-3 จังหวัด ซึ่งผู้รับใบอนุญาตโครงข่าย 6 รายจะปฏิบัติตามกฎหมายแบ่งช่องสำหรับทีวีชุมชนไว้ 20 %โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย โครงข่ายดิจิทัลทีวีใน 39 แห่งจะสามารถให้บริการทีวีชุมชนออกอากาศรวมกันได้ 468 สถานี
"ทีวีสาธารณะในฝัน"ยังควรมองไปถึงการสร้างเครือข่ายกับ"เครือข่ายเคเบิลทีวีท้องถิ่น"ประมาณ 400 แห่งทั่วประเทศที่มีพื้นที่ออกอากาศครอบคลุมเขตหัวเมือง เพราะใบอนุญาตแบบโครงข่ายเคเบิลทีวีอยู่ในข้อบังคับ Must Carry ทีวีสาธารณะ 12 ช่องระดับชาติไปด้วยในช่องลำดับ 1-12
คุณสมบัติของผู้ยื่นขอใบอนุญาตทีวีบริการสาธารณะในมาตรา 11 ของพรบ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ปี 2551 ในวรรค 3 สถาบันอุดมศึกษาเพื่อการใช้ประโยชน์ด้านการเรียนการสอนหรือเผยแพร่ความรู้สู่สังคม
คุณสมบัติของผู้ยื่นขอใบอนุญาตในมาตรา 12 ระบุว่าต้องเป็นสมาคม มูลนิธิ นิติบุคคลที่ไม่ใช่หน่วยงานรัฐที่มีวัตถุประสงค์ดำเนินการเพื่อประโยชน์สาธารณะโดยไม่แสวงหากำไรทางธุรกิจหรือกลุ่มคนในท้องถิ่นที่ไม่เป็นนิติบุคคล ซึ่งรวมตัวกันเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน
องค์กรหรือหน่วยงานที่มีคุณสมบัติตรงตามกฎหมายในการยื่นขอใบอนุญาตทีวีสาธารณะได้คือมหาวิทยาลัยของรัฐ,มหาวิทยาลัยเอกชน,องค์กรพัฒนาเอกชนที่ส่วนใหญ่จดทะเบียนในรูปแบบมูลนิธิ ฯลฯ
ผมเสนอให้มหาวิทยาลัยของรัฐ,มหาวิทยาลัยเอกชนและองค์กรพัฒนาเอกชน ฯลฯน่าจะมาลองมาช่วยกัน"ร่างไอเดีย"ทีวีสาธารณะ+ทีวีชุมชนที่จะออกอากาศในระบบดิจิทัลที่ประมาณ 5 ปีจะครอบคลุมทั่วประเทศให้เป็น"สถานีโทรทัศน์สาธารณะแห่งใหม่"ที่เป็นอิสระจากรัฐ,อิสระจากทุนใหญ่และมีความคล่องตัวในการบริหารงานมากกว่าสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสที่มีกฎหมายเฉพาะและแหล่งเงินทุนจำกัด
มหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชนมีจุดแข็งที่ไม่ต้องมีการลงทุนใหม่ขนาดใหญ่ในการสร้างสถานีโทรทัศน์ เพราะส่วนใหญ่มีคณะนิเทศศาสตร์,วารสารศาสตร์ ฯลฯ มหาวิทยาลัยเอกชนและรัฐหลายแห่งมีสตูดิโอวิทยุและโทรทัศน์ให้นักศึกษาฝึกปฏิบัติการที่มีความทันสมัยไม่แพ้สถานีโทรทัศน์เอกชน
มหาวิทยาลัยของรัฐมีระบบเชื่อมโยงโครงข่ายบรอดแบนด์เข้าด้วยกันที่เรียกว่า UNINET ที่ทำให้ภายในมหาวิทยาลัยสามารถใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบไร้สายได้,การสื่อสารแบบ VDO Conference ระหว่างมหาวิทยาลัย โครงข่ายเหล่านี้หากได้รับการพัฒนาให้ใช้สำหรับการส่งรายการโทรทัศน์เพื่อป้อนเข้าสู่สถานีกลางได้ไม่ยาก
มหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชนหลายแห่งมีสถานะการเงินเข้มแข็งสามารถเป็น"แกน"ในการผลักดันให้เกิด"ทีวีสาธารณะ"ของมหาวิทยาลัยได้และยังสามารถระดมทุนจากภายนอกมาสนับสนับสนุนได้
มหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชนในต่างจังหวัดที่มีสตูดิโอผลิตรายการโทรทัศน์น่าจะทำงานร่วมกับองค์กรพัฒนาเอกชนหรือชุมชนที่ไม่มีสตูดิโอผลิตรายการ แต่มีความสนใจจะผลิตรายการโทรทัศน์ป้อน"ทีวีชุมชน"
แหล่งเงินสนับสนุน"ทีวีสาธารณะในฝัน"ตามโครงสร้างนี้น่าจะมาจากการขอสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อของกสทช.,การระดมทุนจากสมาคมมูลนิธิต่างๆ,เงินบริจาคจากบุคคลและบริษัทที่สามารถไปหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ 2 เท่า, การหาโฆษณาแบบคอร์ปอเรทจากหน่วยงานรัฐ,รัฐวิสาหกิจ,บริษัทเอกชน ฯลฯ
"ดิจิทัลทีวีสาธารณะระดับชาติ"ตามรูปแบบโครงสร้างที่เชื่อมต่อกับ"ดิจิทัลทีวีชุมชน" 12 ช่อง และเครือข่ายเคเบิลทีวี 400 สถานี น่าจะขึ้นรูปขึ้นร่างไม่ยากเพราะไม่ได้ใช้เงินทุนไม่มากเท่ากับสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส แต่ต้องอาศัยพลังขับเคลื่อนผนึกกันระหว่างมหาวิทยาลัยต่างๆกับองค์กรพัฒนาเอกชน
ฝันไปว่า"ทีวีสาธารณะ"แห่งนี้จะเป็นแหล่งรวมความคิดสร้างสรรค์จากแรงบันดาลใจของคนรุ่นใหม่,สหวิทยาการจากเหล่าคณาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาและสะท้อนความต้องการจากชุมชน หากส่งเข้าประกวดแบบ Bueaty Contest ไปถึงกสทช.ไม่น่าจะมีเหตุผลปฏิเสธไม่ออกใบอนุญาตให้ เพื่อว่าสังคมไทยพอจะได้ประโยชน์จากทีวีสาธารณะของจริงที่มี"ความสวย"จริงๆไม่ใช่สวยจากศัลยกรรมแบบทีวีสาธารณะของรัฐที่หลายแห่งออกแบบกันไว้แล้วจะใช้เงินงบประมาณรัฐกันอย่างสนุกสนาน
(หนังสือ"ภูมิทัศน์สื่อใหม่ Digital Media ทีวีพันช่อง" พิมพ์เสร็จวางจำหน่ายแล้วในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติที่ศูนย์สิริกิติ์จนถึงวันที่ 8 เม.ย.)






