วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

มรสุมรุม"ยิ่งลักษณ์"

ในที่สุดพรรคชาติไทยพัฒนาก็ตกลงปลงใจ ยกเก้าอี้รองนายกรัฐมนตรีให้ ยุคล ลิ้มแหลมทอง รมว.เกษตรและสหกรณ์

นั่งควบไปตามคาดหมาย ส่วน รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา คนใหม่ ก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล แต่เป็น สมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี คนใกล้ชิดของ บรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา

"สมศักย์" ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯสุพรรณบุรีมาอย่างยาวนาน เคยเป็นรองผู้ว่าฯสุพรรณบุรี มาตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2547 ก่อนจะขึ้นเป็นผู้ว่าฯสุพรรณบุรี เมื่อ 14 ธันวาคม 2549 โดยมีการต่ออายุราชการให้ถึง 2 ครั้ง กระทั่งเกษียณ ในตำแหน่งผู้ว่าฯสุพรรณบุรี เมื่อ 1 ต.ค.2555

ฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจ ที่นาทีนี้ สมศักย์ จะได้รับความไว้วางใจให้ครอบครองและรักษาเก้าอี้ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬาไปก่อน...แต่หลังสิ้นธันวาคม 2556 ที่กลุ่ม 109 พ้นโทษเว้นวรรค ค่อยว่ากัน

การปรับเฉพาะตำแหน่งที่ว่างลงครั้งนี้ ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสเขย่าตำแหน่งใน ครม.กันอีก ว่ากันว่า ที่จริงนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้รับสัญญาณจากพี่ชาย ที่อยากจะ "ปรับใหญ่" ในรอบนี้ แต่เหลียวซ้ายแลขวาแล้ว สถานการณ์ยังไม่เอื้ออำนวย เพราะรัฐบาลและนายกฯยิ่งลักษณ์ ยังมีมรสุมรุมเร้าอยู่หลายเรื่องในเวลานี้

ประการแรก การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ยังไม่เป็นโล้เป็นพาย ประเด็นถัดมาเป็นเรื่องของ การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ หรือ พ.ร.บ.กู้เงิน 2.2 ล้านล้านบาท ซึ่งอยู่ในชั้นของคณะกรรมาธิการวิสามัญ

และเรื่องที่ดูเหมือนจะหนักหนาสาหัสสำหรับนายกฯยิ่งลักษณ์ คือ คดีแจ้งบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จ กรณีปล่อยเงินกู้ 30 ล้านบาท ให้บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด ที่ อนุสรณ์ อมรฉัตร สามีนอกสมรส ถือหุ้น ซึ่งอยู่ในกระบวนการของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)

ที่สำคัญยิ่ง ทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ต้องอาศัยเสียงในสภาฯ เป็นเครื่องมือที่จะผ่านกฎหมาย หากรีบร้อนจัดทัพใหม่เสียแต่ตอนนี้ โอกาสที่ ส.ส.ในสภาฯ โดยเฉพาะส.ส.พรรคเพื่อไทยเอง อาจจะ "แหกคอก" ได้ ฉะนั้น เวลานี้จึงจำเป็นต้องรักษาฐานเสียงตรงนี้ไว้ก่อน

ขณะที่สัญญาณจาก พี่ชาย ส่งผ่านมายังน้องสาว ก็บอกเป็นนัยมาตลอดว่า อยากจะปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีอีกรอบ โดยเฉพาะบรรดารัฐมนตรีโลกลืม กับ รัฐมนตรีเจ้าปัญหา แต่จังหวะก็ยังไม่ได้ เมื่อคดีบัญชีทรัพย์สินขยับมาใกล้ ชนิดหายใจรดต้นคอนายกฯอยู่

ยิ่ง วรวิทย์ สุขบุญ รองเลขาธิการ ป.ป.ช. ออกมาระบุถึงเรื่องนี้ว่า "ป.ป.ช.ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเสร็จแล้ว ทั้งรอบระยะบัญชี ในการแจ้งงบดุลของบริษัทและดอกเบี้ยเงินกู้ ที่นายกฯยิ่งลักษณ์และบริษัทเอกชนแจ้งไม่ตรงกัน"

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมข้อมูล ส่งถึงมือ กล้านรงค์ จันทิก กรรมการ ป.ป.ช.แล้ว ฉะนั้น ในวันนี้ ก็จะมีการรายงานที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ชุดใหญ่ เพื่อพิจารณาว่าจะมีการตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนคดีนี้ของนายกฯยิ่งลักษณ์หรือไม่

กรณีอย่างนี้ ถือเป็นบทเรียนของนักธุรกิจการเมือง เพราะเรื่องการแจ้งบัญชีทรัพย์ จะตกๆหล่นๆ ไม่ได้ กรณีปล่อยกู้กว่า 30 ล้านบาทของนายกฯยิ่งลักษณ์ จะอ้างว่าหลงลืมหรือจำไม่ได้ ก็คงอธิบายได้ยาก ยิ่งหาก ป.ป.ช.ส่งสัญญาณอย่างนี้ สถานการณ์ของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ก็ถือว่าไม่ปลอดภัย

แต่หากจะมีอุบัติเหตุทางการเมืองเกิดขึ้น นายกฯคนต่อไป อาจไม่ใช่คนที่อยู่ในกระแสข่าว นาทีนี้ ชื่อ เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ อาจเป็นเพียงเป้าหลอกเท่านั้น...