"รัฐธรรมนูญ คือบ้านที่เรามองไม่เห็น ซึ่งคน 60 กว่าล้านคนอยู่ด้วยกัน การจะซ่อมแซมหรือเจาะหน้าต่าง
ต้องถามคนในบ้านด้วย ถ้ามีคนหนึ่งอ้างตัวว่าเป็นเจ้าของบ้าน โดยไม่ฟังเสียงคนที่อยู่ในบ้าน มันก็เกิดเรื่องทะเลาะกัน"
อ.กิตติศักดิ์ ปรกติ สะท้อนมุมหนึ่งที่น่าสนใจ ...ในความพยายามในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อยู่ขณะนี้ ที่เห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะไม่ทะเลาะกันต้องผ่านการทำประชาเสวนา เสียก่อน
ไม่เฉพาะเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญเท่านั้น ที่รัฐบาลเลือกที่จะไม่ทำประชาพิจารณ์หรือ ประชาเสวนา.... เกือบทุกเรื่อง"ตัดสินใจ"โดยไม่ฟังเสียงคำท้วงติงหรือข้อเสนอแนะของประชาชน ในฐานะเจ้าของบ้าน
จำนำข้าว...มติคณะรัฐมนตรี (สัญจร) จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อ 31 มี.ค. 2556 ส่งสัญญาณเหมือนจะถอย และหาทางป้องกันในกรณีนำข้าวอายุสั้นเข้าโครงการ แต่ในความเป็นจริง"ยาก"
"มาตรการที่ไม่สามารถดำเนินการได้"!
เพราะในทางปฏิบัตินั้น เมื่อโครงการจำนำข้าว เป็นประชานิยม"ขั้นสูง"แล้ว ยากที่จะไปตีกรอบเพราะจะเสียความนิยม และในขั้นตอนตรวจสอบก็ไม่สามารถกลั่นกรองอะไรได้
ยกตัวอย่าง..มติ ครม.ได้เห็นชอบว่า.."เพื่อพัฒนาคุณภาพผลผลิต ป้องกันการสวมสิทธิ์และทุจริตให้รัดกุมยิ่งขึ้น ให้กำหนดเงื่อนไขในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกปีการผลิต 2555/56 ครั้งที่ 2 เพิ่มเติม กำหนดให้เกษตรกรแต่ละรายจะจำนำข้าวเปลือกได้ปีละไม่เกิน 2 ครั้ง /แปลง/ ราย "
หากอ่านจบตรงนี้ ก็น่าจะดูดี...แต่ในทางปฏิบัติอาจจะเกิด"ชาวนานอมินี" ขึ้นอีกมากมายเพื่อเข้าร่วมโครงการ ในภาวะที่ผลผลิตออกมาล้นระบบ
ปัญหาของโครงการจำนำข้าว...สร้างภาระหนี้และทำลายอุตสาหกรรมข้าวไทย เกินกว่าจะคิดหาทางออกแต่"ตี
กรอบ"(ซึ่งไร้ผล)...ปัญหาเดินทางมาสู่จุดที่ต้องตัดสินใจ"ยกเลิก" มากกว่าที่"พยายามปกปิดปัญหา"เช่นวันนี้
ประชุมคณะรัฐมนตรี (สัญจร) เมื่อ 31 มี.ค. 2556 เห็นชอบกรอบวงเงินและมาตรการการดำเนินการ โครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต 2555/56 ครั้งที่ 2 ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ โดยมีเป้าหมายในการรับจำนำปริมาณ 7 ล้านตัน ปรับลดจากที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประมาณการไว้เบื้องต้น จำนวน 9.167 ล้านตัน เห็นชอบให้ใช้กรอบวงเงินจำนวน 1.05 แสนล้านบาทจากวงเงินเดิมที่อยู่ในกรอบวงเงินทุนหมุนเวียน จำนวน 4.1 แสนล้านบาท
กรณีจำนำข้าวชัดเจน ว่ารัฐบาล..ไม่ฟังเสียงเจ้าของบ้าน แถมยังดันทุรังเสี่ยงขาดทุนปีละ 2 แสนล้านบาท
กรอบคิด...เช่นนี้มีแต่จะสร้างความแตกแยกและขัดแย้งเพิ่มขึ้น จริงอยู่เสียงข้างมาก เป็นหัวใจหนึ่งของประชาธิปไตย แต่การเคารพเสียงข้างน้อย เป็นหลักการใหญ่สุดของระบอบประชาธิปไตย
รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยังมีเวลาคิดว่าจะ"กำหนด"เส้นทางลงของตัวเองอย่างไร...






