กำลังเป็นช่วงเวลาตึงเครียดของครอบครัวที่มีบุตรหลานอยู่ในวัยเรียน โดยเฉพาะรอยต่อระดับชั้น ประถม 6 ขึ้นมัธยม
1 มัธยม 3 ขึ้นมัธยม 4 หรือมัธยม 6 ขึ้นอุดมศึกษา ถึงแม้สถาบันการศึกษาจะมีจำนวนมาก และสิทธิของเยาวชนถ้าอยากเรียนต้องได้เรียน ตามสิทธิมนุษยชน และพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 ของไทยซึ่งปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการประถมศึกษา มาตรา 5 กำหนดให้การศึกษาภาคบังคับ หมายความว่า การศึกษาชั้นปีที่ 1 ถึงชั้นปีที่ 9 ของการศึกษาขั้นพื้นฐานตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ หรือเท่ากับชั้นประถม 1 - มัธยม 3 คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้วแต่กรณี ต้องประกาศรายละเอียดเกี่ยวกับการส่งเด็กเข้าเรียนในสถานศึกษา และการจัดสรรโอกาสเข้าศึกษาต่อระหว่างสถานศึกษาที่อยู่ในเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับ โดยให้ปิดประกาศ ไว้ ณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สำนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสถานศึกษา รวมทั้งต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ปกครองของเด็กทราบก่อนเด็กเข้าเรียนในสถานศึกษาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี
มาตรา 7 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปในสถานที่ใดๆ ในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก หรือในเวลาทำการของสถานที่นั้น เพื่อตรวจสอบการเข้าเรียนของเด็ก หากพบว่ามีเด็กไม่ได้เข้าเรียนในสถานศึกษา ตามมาตรา 5 ให้ดำเนินการให้เด็กนั้นได้เข้าเรียนในสถานศึกษานั้น แล้วรายงานให้คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วแต่กรณี ทราบ ในกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการให้เด็กได้เข้าเรียนตามวรรคหนึ่งได้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่รายงานให้คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นท้องที่ที่พบเด็ก แล้วแต่กรณี เพื่อดำเนินการให้เด็กได้เข้าเรียนในสถานศึกษา
พร้อมกันนี้ พระราชบัญญัติยังได้ระบุโทษแก่ผู้ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ปรับเป็นเงินตั้งแต่ 1,000 - 10,000 บาทขึ้นอยู่กับว่าเป็นใคร ทำผิดเรื่องใด ซึ่งทั้งหมดนี้หรือไม่ที่เป็นเหตุให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับเด็กวัยศึกษาเล่าเรียนพยายามเบื้องต้นที่จะบอกแก่เด็ก และผู้ปกครองที่อยู่ห่างไกลว่า เรียนที่ไหนก็เหมือนกัน คุณภาพการศึกษาเท่าเทียมกัน เพราะกระทรวงศึกษาธิการกำหนดหลักสูตร และเพิ่มขยายพื้นที่เรียนออกไปให้ทั่วถึง โรงเรียนขยายโอกาสเกิดขึ้นมากมาย จากโรงเรียนประถม ก็ขยายระดับมัธยมเพิ่มขึ้น เพื่อให้เด็กๆ ได้เรียนใกล้บ้าน ซึ่งถ้าโรงเรียนขยายโอกาส เพิ่มโอกาสให้แก่เด็กๆ พื้นที่ห่างไกล กันดาร ให้ได้เข้าเรียน เพิ่มความรู้ใส่ตัวเพื่อสร้างโอกาสแก่ตัวเอง ครอบครัว และประเทศชาติ อย่างทัดเทียมเด็กในเมืองก็คงเป็นการดี แต่สภาพความเป็นจริงช่างขัดแย้ง โรงเรียนห่างไกล ขยายโอกาส เพิ่มโอกาสให้เด็กได้เรียน แต่ถ้าจะถามหาคุณภาพ ต้องละไว้ ดังนั้น ผู้ปกครองที่พอมีฐานะจึงต้องดิ้นรนส่งลูกเข้าเรียนในเมือง ในตัวจังหวัด หรือในกรุงเทพฯ
และสภาพสังคมที่ต้องแข่งขันกันตั้งแต่แรกเกิด การศึกษาท่องจำเฉพาะในโรงเรียนนั้นไม่เพียงพอ จึงเห็นได้ว่า เด็กๆ ต้องเข้าเรียนพิเศษกันเอิกเกริก แม้เวลาเรียนในโรงเรียนจะสูงติดอันดับ 2 ของโลก เวลาเรียนในโรงเรียนกวดวิชา อาจจะยังไม่มีใครวัด ก็มีแนวโน้มจะสูงติดอันดับโลกเช่นกัน แต่ผลการเรียนที่วัดออกมากลับน่าผิดหวัง จะแก้เรื่องการศึกษา ต้องแก้อย่างเป็นระบบ ครบวงจร ไม่ใช่สักแต่มีที่เรียน และคำโฆษณาคุณภาพทัดเทียมกัน หากความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม แล้วก็อยู่อย่างหลอกตัวเองไปวันๆ






