โครงการสวยหรูในสายตาของฝั่งรัฐบาล อย่างนโยบายรถคันแรก ที่มีผู้มาใช้สิทธิ์คับคั่งถึงกว่า 1.25 ล้านราย
กำลังสะท้อนความไม่สอดคล้องลงตัว ในการบริหารงานของรัฐ ที่มาจากแนวนโยบายที่เน้นประชานิยมนำหน้าเหตุผลทั้งปวง เมื่อพบปัญหาล่าสุดว่า นโยบายนี้รัฐบาลต้องเตรียมคืนเงินภาษี ให้ผู้ซื้อรถเป็นจำนวนทั้งสิ้นกว่า 90,000 ล้านบาท แต่ในระบบข้อมูลคลังกลับพบว่า ขณะนี้ กรมบัญชีกลาง เหลือเงินสำหรับจ่ายคืนได้เพียง 360 ล้านบาทเท่านั้น
สถานการณ์นี้ย่อมหมายถึง กรมบัญชีกลาง จะต้องเตรียมเงินเพิ่มเฉพาะปีงบประมาณนี้กว่า 30,000 ล้านบาท เพื่อสำรองจ่ายคืนภาษีแก่ผู้ซื้อรถในโครงการดังกล่าว
อย่างไรก็ดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกมาจะยืนยันหนักแน่นว่า ข่าวที่ว่ากรมบัญชีกลางไม่มีงบจ่ายคืนภาษีนั้นไม่น่าวิตก และยืนยันว่า ผู้ซื้อรถจะได้รับเงินคืนแน่นอน!
แต่หากไล่เรียงดูที่มาของเงิน ที่รมว.คลังประกาศว่ารัฐบาลพร้อมจ่ายคืนภาษี ก็จะพบว่า ตัวเงินกว่า 30,000 ล้านบาท ที่คลังจะเตรียมนำมาจ่ายให้กับผู้ใช้สิทธิ์ในโครงการนี้ ก็คือเงินคงคลังนั่นเอง ที่กรมบัญชีกลางเตรียมดึงมาสำรองจ่ายเป็นการเฉพาะหน้าไปก่อน
โดยเรื่องนี้ นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ได้ชี้แจงไว้อย่างละเอียดว่า ขณะนี้ กรมบัญชีกลางได้จ่ายเงินชดเชยให้กับผู้ใช้สิทธิ์ในโครงการรถยนต์คันแรกแล้วจำนวน 99,269 ราย เป็นเงินรวม 6,889 ล้านบาท ขณะที่วงเงินที่ตั้งงบประมาณไว้ในปีนี้ มีจำนวน 7,000 ล้านบาท ฉะนั้น จึงเหลือวงเงินที่จะจ่ายได้ประมาณกว่า 200 ล้านบาทเท่านั้น ดังนั้น กรมบัญชีกลางจึงเตรียมที่จะดึงเงินของส่วนราชการที่ตั้งขอเบิกเป็นงบกลางไว้ เพื่อนำใช้จ่ายในโครงการดังกล่าว
นอกจากนี้ ยังกำลังพิจารณาดึงเงินของส่วนราชการที่ตั้งงบขอเบิกเป็นงบกลางไว้ แต่ไม่ได้ใช้จ่าย นำกลับมาใช้ในโครงการคืนภาษีรถยนต์คันแรก เนื่องจากการเบิกจ่าย ณ วันที่ 5 มีนาคม 2556 เป็นยอดเงิน 6,889 ล้านบาท จำนวน 99,269 ราย จากจำนวนผู้เข้าโครงการทั้งสิ้น 1.25 ล้านราย ขณะที่วงเงินงบประมาณปี 2556 ตั้งไว้ปีนี้ 7,000 ล้านบาท.. หรือเรียกได้ว่ากรมบัญชีกลาง ต้องพยายามรีดเงินจากหลายช่องทางมาจ่ายชดเชยในโครงการนี้ให้ได้ ตามคำมั่นที่ให้ไว้กับประชาชน
ได้ฟังการเตรียมความพร้อมระดับนี้ ผู้ซื้อรถตามโครงการอาจเบาใจว่า คงได้คืนเงินภาษีตามที่คาดหวังไว้แน่นอน
แต่ถ้ามองในมุมของคนทั่วไปผู้มีเงินได้ และเสียภาษีให้สรรพากรทุกปี คงอดสะท้อนใจไม่ได้ว่า รัฐบาลกำลังนำเงินภาษีจากเงินได้ของคนส่วนใหญ่ ไปแจกจ่ายเพื่อนโยบายหาเสียงให้กับคนบางกลุ่มเป็นหลัก และที่สำคัญเป็นการจ่ายที่ไม่สมเหตุสมผลเลยแม้แต่น้อย
เพราะนโยบายรถคันแรก เป็นแนวคิดที่สวนทางกับนโยบายประหยัดพลังงาน ส่งเสริมการบริโภคที่เกินจำเป็น และไม่สอดคล้องกับแผนพัฒนาระบบคมนาคมของประเทศ เพราะตัวเงิน 9 หมื่นล้านบาทที่จ่ายคืนให้ประชาชนผู้ซื้อรถ หากนำมาพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะน่าจะมีประโยชน์กับคนส่วนรวมมากกว่า และจะช่วยลดจำนวนประชากรรถยนต์ และลดการใช้พลังงานได้ดีกว่า
แม้นโยบายที่สวนทางกับทิศทางการใช้พลังงานอย่างมีเหตุมีผลนี รัฐบาลก็ยังเดินหน้าไม่ยี่หระ ทำให้รู้สึกได้ชัดเจนเหลือเกินว่า รัฐบาลไม่ได้ใส่ใจเรื่องความถูกต้องเหมาะสมใดๆ นอกจากนโยบายประชานิยมเฉพาะหน้าเท่านั้น






