หากมองในภาพรวมประเทศวันนี้ เราจะเห็นว่าประเทศไทยกำลังจะพัฒนาในหลายด้าน
อย่างเช่นเรื่องบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน 9 แผนงาน(โมดูล) แม้การประชุม ครม.จะปรับลดวงเงินดำเนินการ โครงการออกแบบและก่อสร้างระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน และระบบแก้ปัญหาอุทกภัยของประเทศจาก 3.4 แสนล้านบาทเหลือ 3.01 แสนล้านบาทก็ตาม
งานนี้แม้จะยังไม่ 100เปอร์เซ็นต์ ว่ากลุ่มผู้รับเหมารายใด คือผู้โชคดีที่จะคว้างานประมูลทั้ง 9 โมดูลไป เพราะยังต้องมีขั้นตอนการจัดทำแผนงานทั้ง 6 กลุ่มบริษัทที่ผ่านเข้ารอบ โดยมีเวลาจัดการแผนงาน 45 วัน ฉะนั้น 3 พ.ค.2556 นี้ ทั้ง 6 กลุ่มจะต้องเสนอแผนงานและแนวความคิดเสนอให้คณะกรรมการตัดสินหาผู้ชนะเลิศในแต่ละโมดูล
หากหันมาดู 6 กลุ่มที่ผ่านเข้ารอบชิงงานประมูลครั้งนี้ หลังจากวิ่งกัน "ฝุ่นตลบ" บอกได้เลยไม่ธรรมดา เพราะแต่ละกลุ่มเป็น "สายแข็ง" มีแรงหนุนหนาแน่น ทั้งจากฝ่ายการเมืองรัฐบาล ข้าราชการเกษียณ-ไม่เกษียณ ปะปนกันไป
สำหรับ 6 กลุ่มที่ว่า มีตั้งแต่ 1.บริษัทโคเรีย วอเตอร์ รีซอสเซส คอร์ปอเรชั่น (เค วอเตอร์) จากประเทศเกาหลีใต้ 2.กิจการร่วมค้า ญี่ปุ่น - ไทย 3. ITD-POWERCHINA JV 4.กิจการร่วมค้าทีมไทยแลนด์ 5.กิจการร่วมค้าซัมมิท เอสยูที 6.กลุ่มบริษัทร่วมค้า ล็อกซเลย์
ในจำนวน 6 กลุ่มมีบริษัทร่วมอยู่ร่วม 30 ราย ซึ่งมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์หนาหูว่า เริ่มเข้าสู่ลู่วิ่งกันทุกช่องทาง แต่กลุ่มที่มีโอกาสสูง ณ เวลานี้ เห็นจะเป็นกลุ่ม ITD-POWERCHINA JV มีอิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ ผู้รับเหมาเบอร์ 1 ของเมืองไทยเป็นกำลังสำคัญ และกำลังจะทำงานชิ้นใหญ่อย่างโครงการท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวายในประเทศพม่า ซึ่งกลุ่มนี้น่าจับตาอย่างยิ่งเพราะถือว่ามีสายสัมพันธ์ที่ดีทั้งระดับ "บิ๊กการเมือง"และ "คนต่างแดน"
ถัดมาเป็น กลุ่มโคเรีย วอเตอร์ รีซอสเซส คอร์ปอเรชัน(เค วอเตอร์) จากเกาหลีใต้ กลุ่มนี้เป็นบริษัทเดียว ที่ยื่นเข้ามาโดยไม่ต้องการบริษัทย่อยเป็นพันธมิตร ความไม่ธรรมดาของกลุ่มนี้เนื่องจาก ฝังรากฝังตัวอยู่กับผู้เชี่ยวชาญและคนของกรมชลประทานที่ศึกษาเรื่องการจัดการน้ำในประเทศไทยมายาวนาน
แต่ที่หนักไปกว่านี้ ในวงการผู้รับเหมา เม้าท์กันสนั่นว่า มีการวิ่งเต้นกันทุกรูปแบบ เพื่อให้ได้งานนี้มากที่สุด กลุ่มแรกเป็นของ "เสี่ยป." ที่มี "คนแดนไกล" เป็นพันธมิตรคู่หู กลุ่มถัดมาเป็นการสนับสนุนมาจาก กลุ่มการเมืองในขั้วรัฐบาล
การวางหมากไว้ ว่าจะ "ใส่พาน" ให้งานใคร สร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มรับเหมาค่ายญี่ปุ่นอย่างมาก เพราะเรื่องงานก่อสร้างไม่ว่าจะเป็นงานส่วนไหน กลุ่มรับเหมาญี่ปุ่นได้ชื่อว่า "ไม่น้อยหน้าใคร" และที่ผ่านมาก็ส่งผู้เชี่ยวชาญเข้ามาศึกษาอยู่ไม่น้อย แต่งานนี้กลับถูกทอดทิ้ง จนทำเอาหลักผู้ใหญ่ของฝ่ายญี่ปุ่น ถึงกับต้องนั่งจับเข่าเล่าให้ "ผู้เฒ่าการเมืองไทย" รับรู้ถึงความไม่โปร่งใสแบบไม่อาย
การวางแผนพัฒนาประเทศให้เกิดการพัฒนา เป็นเรื่องที่ดีและน่า "ยกย่อง" แต่การกระทำใดๆ จะต้องมีความโปร่งใส ไม่ใช่วางโครงการขึ้นมาเพื่อ "กินรวบ" ภายในกลุ่มไม่กี่คน เช่นเดียวกับการออก พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของประเทศ 2 ล้านล้านบาท กำลังเป็นอีกหนึ่งโครงการ ที่สังคมชาวโลกไม่ไว้ใจ
ฉะนั้นรัฐบาลไทยจะต้องสร้างความโปร่งใสให้ได้ โดยเฉพาะการเปิดประมูลโครงการต่างๆ อย่าสร้างโครงการขึ้นมาเพียงเพื่อให้พวกพ้องตัวเอง หรือให้กับกลุ่มคนไม่กี่คน แต่ปล่อยให้คนทั้งประเทศต้องรับภาระหนี้สินที่เกิดขึ้น
ไม่เช่นนั้นสังคมจะประณามได้ว่า "กินรวบ 3.5 แสนล้านยัน 2 ล้านล้าน" ในวงของคนไม่กี่กลุ่ม ที่สำคัญอย่าโยง "โครงการลงทุน" ให้เป็น "ทุนการเมือง" ก็แล้วกัน!!






