ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ชี้แจงกรณีภาวะการซื้อขาย ในตลาดหลักทรัพย์เมื่อวานนี้ (22 มี.ค.)
ว่าเป็นความวิตกต่อปัจจัยนอกประเทศ ทำให้นักลงทุนเทขายกันออกมาอย่างหนัก โดยมีมูลค่าการซื้อขายทะลุแสนล้านบาทนับตั้งแต่ก่อตั้งตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ต้องรีบออกมาชี้แจงว่า ภาวะดังกล่าวไม่ถือว่าผิดปกติหรือเรียกว่ามีการทุบหุ้นจากขาใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ แต่เกิดจากการตื่นตระหนกของนักลงทุนทำให้มีการเทขายออกมา
การซื้อขายในตลาดหุ้นของไทยในรอบปีที่ผ่านมา อาจเห็นว่าเป็นไปอย่างคึกคักและบางคนเห็นว่าเกิดภาวะผิดปกติเกิดขึ้น เนื่องจากมีปริมาณซื้อขายค่อนข้างหนาแน่น และบางครั้งทำให้สงสัยว่าเกิดการสร้างราคาของนักลงทุนบางกลุ่ม ซึ่งที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์ก็ได้ออกเกณฑ์ในการซื้อขายกับนักลงทุนในตลาด เพื่อเป็นมาตรการเตือนและป้องปรามการสร้างราคาในตลาด แต่ปรากฏว่ามาตรการของตลาดหลักทรัพย์ที่ออกมานั้นไม่ค่อยจะได้ผลมากนัก
อันที่จริง การซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นั้นถือว่ามีลักษณะตาดีได้ตาร้ายเสีย เพราะการซื้อการขายขึ้นกับความพึงพอใจของผู้ซื้อผู้ขาย เป็นไปตามกลไกตลาดเสรี หากนักลงทุนได้กำไรหรือขาดทุนในตลาดหุ้น ก็ถือว่าเป็นเรื่องของปัจเจกที่ต้องรับผิดชอบเอง ดังนั้น การซื้อขายในตลาดหุ้นจึงมีกฎกติกาที่นักลงทุนเข้าใจร่วมกัน และสิ่งที่สำคัญทำให้ตลาดดำเนินไปตามหลักการก็คือนักลงทุนต้องมีข้อมูลที่เท่าเทียมกัน โดยไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบในการตัดสินใจ
แต่คำถามก็คือตลาดหลักทรัพย์มีลักษณะเช่นนั้นหรือไม่ ซึ่งหากถามนักลงทุนที่ช่ำชองแล้ว ก็จะตอบตรงกันว่าข้อมูลในตลาดหลักทรัพย์มีลักษณะไม่เท่าเทียมกัน กล่าวคือการรับรู้ข้อมูลไม่เท่ากัน ทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบเกิดขึ้น ดังนั้นหน้าที่ของตลาดหลักทรัพย์คือต้องมีกฎกติกาที่รัดกุมเพื่อไม่ได้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบและต้องให้ข้อมูลกับนักลงทุนอย่างทันท่วงที หากเห็นว่าการซื้อขายในตลาดหุ้นกำลังเกิดสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น
สำหรับกฎกติกาการดูแลนักลงทุนนั้น ตลาดหลักทรัพย์มักจะชี้แจงว่ามีเพียงพอในการดูแลนักลงทุน ซึ่งมีลำดับขั้นตอนในการบังคับใช้ ทั้งในเรื่องการซื้อขายของนักลงทุนและการกำหนดให้บริษัทจดทะเบียนต้องดำเนินการตาม ซึ่งก็มีคำถามอีกเช่นกันว่าตลาดหลักทรัพย์ทำได้อย่างทันท่วงทีหรือไม่ ส่วนในเรื่องข้อมูลนักลงทุนนั้น อาจเป็นปัญหาเช่นกันว่าตลาดหลักทรัพย์ดำเนินการได้อย่างทันท่วงทีหรือไม่ เพราะที่ผ่านมามักจะเกิดสถานการณ์ก่อนที่จะออกมาตรการออกมา
เราเห็นว่าในสถานการณ์การเงินโลกในขณะนี้ที่เต็มไปด้วยความผันผวน ตลาดหลักทรัพย์น่าจะเพิ่มระดับการดูแลมากขึ้น และไม่ควรกังวลในเรื่องปริมาณการซื้อขายหรือความคึกคักของนักลงทุนว่าหากมีกฎกติกามากจะทำให้ตลาดหุ้นไทยไม่น่าสนใจ เพราะเราเชื่อว่าหากตลาดหลักทรัพย์มีกฎกติกามากขึ้นและคนเห็นว่าเป็นแหล่งลงทุนอย่างแท้จริง ไม่ใช่บ่อนการพนัน ตลาดหลักทรัพย์ก็จะพัฒนาไปได้อย่างมั่นคง เราจึงตั้งคำถามว่าตลาดหลักทรัพย์ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์หรือยัง และอาจต้องถึงเวลาที่ต้องมาทบทวนมาตรการต่างๆ ที่มีอยู่ เพื่อให้ตลาดหลักทรัพย์เป็นแหล่งระดมทุนได้อย่างแท้จริง






