วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ประเทศไทยเป็นนายกฯ ได้ แค่ตระกูลชินวัตรจริงหรือ?

พยายามติดตามตรวจสอบกับ "คนวงใน" อยู่ 2-3 วัน หลังจาก "เกษม นิมมลรัตน์" ลาออกจาก ส.ส.เชียงใหม่

เขต 3 พรรคเพื่อไทย ไปเงียบๆ เมื่อ 13 มีนาคม ที่ผ่านมา น่าจะเป็นเรื่องไม่ธรรมดา เพราะ "เกษม" คือ คนใกล้ชิดกับ "ตระกูลวงศ์สวัสดิ์" มากคนหนึ่ง ถ้าเป็นคนที่ห่างไกลตระกูลวงศ์สวัสดิ์และตระกูลชินวัตร "คนวงนอก" คงอยากรู้ไม่น้อยว่าเกิดอะไรขึ้น

แต่สำหรับสองตระกูลนี้ น่าจะเรียกว่าเป็นการ "วางหมาก" การเมืองนั่นเอง

สำหรับ เกษม กับ "เจ๊แดง" เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ คนเชียงใหม่รู้กันดีว่า เป็นอย่างไร ใกล้ชิดกันแค่ไหน การจะอยู่หรือไปจากตำแหน่ง ส.ส. คงไม่ใช่เรื่องเลื่อนลอย ที่อยากจะลาออกแล้วยกเก้าอี้ให้ใครคนใดคนหนึ่ง ย่อมเป็นไปไม่ได้

เท่าที่รู้มา การลาออกของ "เกษม" มีการพูดคุยกันในหมู่ผู้ใกล้ชิดมาระยะหนึ่งแล้ว โดยมี "ตัวเลือก" ที่จะมาลงเลือกตั้งซ่อมแทนพร้อมด้วยข้อเสนอ แต่ทุกอย่างก็ยังไม่ใช่คำตอบ เพราะยังห่างไกลต่อการเชื่อมโยงในอนาคต

บทสรุปจึงมาลงเอยที่ "เยาวภา" ซึ่งจะลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมแทน ซึ่งก็ไม่ใช่แค่คนเชียงใหม่หรือคนที่อยู่รายล้อมเท่านั้น เพราะที่สำคัญต้องขึ้นอยู่กับ "พี่ชาย" ที่จะคอยขีดเขียนว่าให้ใครอยู่ตรงไหน เดินหน้าหรือถอยหลังต่างหาก แสดงให้เห็นว่าทุกๆ เรื่องที่เกิดขึ้น และบทสรุปของทุกเรื่อง ยังคงยึดโยงอยู่กับ "คนต่างแดน" ที่คอยตัดสินใจทุกเรื่อง อย่างที่เห็นๆ กัน ในช่วงที่ผ่านมา

ว่ากันว่า เหตุผลที่ทำให้พี่น้องตระกูลชินวัตรต้องคิดหนัก จนนำไปสู่ความไม่ไว้วางใจใดๆ ทั้งสิ้น ก็เพราะเกรงว่า การตัดสินของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในกรณีของ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว แจ้งบัญชีทรัพย์สินเท็จ เรื่องการปล่อยกู้ 30 ล้านบาท ให้บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด ซึ่ง อนุสรณ์ อมรฉัตร สามีนอกสมรสถือหุ้นอยู่ ซึ่งคดีนี้คงจะได้กลิ่นจาก ป.ป.ช. ที่ไม่ได้เป็นไปในทางบวกสักเท่าไร บางกระแสบอกว่า อาจใช้เวลาแค่ 1-2 เดือน ก็จะชี้ขาดเรื่องนี้แล้ว

ฉะนั้น มุมหนึ่งจึงเป็นการตั้งรับ อย่างน้อยก็มี "อะไหล่สำรอง" เพราะไม่มั่นใจว่า ผลการตัดสินของ ป.ป.ช.จะออกมาช่วงไหน สำคัญที่สุด คดีนี้ "วงใน" รู้ดีว่า เทียบเคียงกันแล้ว ก็คล้ายกับคดีของ "ชินณิชา วงศ์สวัสดิ์" ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้ตัดสินไปเมื่อ 19 เมษายน 2555 ว่ายื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จ จนถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี

หากเป็นกรณีของ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ คงไม่ต้องไปถึงขั้นศาลฎีกาฯ แค่ ป.ป.ช.ตัดสินออกมา ก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่แล้ว และนี่คือความจริงที่อาจจะเกิดขึ้นได้

จริงๆ แล้ว "สมชาย วงศ์สวัสดิ์" ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก หาก นายกฯ ยิ่งลักษณ์ เจออุบัติเหตุจาก ป.ป.ช. แต่กรณีของสมชาย ยังมีเงื่อนเวลาอีกอย่างน้อย 8 เดือน ฉะนั้นหาก ป.ป.ช. มีอาการหมั่นไส้ออกมาก่อน มีหวัง "ตายหมู่" ฉะนั้น พี่ชายตระกูลนี้ จึงจำเป็นต้องเตรียม "อะไหล่สำรอง" เอาไว้ก่อน ส่วนจะใช้หรือไม่ใช้ ก็ไม่เป็นไร

ตรงกันข้าม หากทุกอย่างไม่อันตรายอย่างที่คิด นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ยังยืนอยู่บนถนนการเมืองได้ หมากที่วางไว้ ก็ไม่เสียหายอะไร แถมยังได้ "พี่สาว" เข้ามายืนเคียงข้าง และไม่ว่าเมื่อไหร่จะเกิดอะไรขึ้น อย่างน้อยก็ยังมีตัวตายตัวแทน
สิ่งที่ปรากฏจะเกิดขึ้นหรือไม่ก็ได้ แต่การวางหมากทางการเมือง ที่มีประเทศเป็นเดิมพันกับคนเพียงไม่กี่คน เป็นวิธีคิดที่ "น่ากลัว"

วันนี้ ประเทศไทย มีนายกฯ บริหารประเทศแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดด้วยตัวเองหรือไม่...คำตอบก็คือ ไม่ใช่ ใครๆ ก็รู้ ก็เห็นว่ามีมือที่มองไม่เห็นแบบตัวเป็นๆ คอยสั่งการอยู่เกือบทุกเรื่องก็ว่าได้ รัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ก็ย่อมรู้ดีว่า ใคร...คือ นายกฯ ตัวจริง และ ใคร...คือ นายกฯ สำรอง กันแน่

ฉะนั้น หากเล่นการเมืองแบบสมบัติผลัดกันชมในวงศาคณาญาติ ส่งไม้ต่อเข้ามาแบบชาติตระกูลอื่นเป็นนายกฯ ไม่ได้แล้ว สังคมจะยอมรับได้หรือไม่ อนาคตประเทศไทยจะเป็นอย่างไร?