ไป "ตอบโจทย์" เรื่องอะไรกันอยู่ โจทย์ของชาวบ้านที่สมควรหันมาดู จึงกลับทำเหมือนไม่ควรค่าแก่การรับรู้
และปล่อยให้เงียบหายไปเฉยๆ
O อย่างกรณี "อุ้มกลางเมือง" ที่มีเหยื่อผู้เป็นต้นเรื่องคือ ทนายสมชาย นีละไพจิตร 12 มี.ค.ที่ผ่านมาหายไปครบ 9 ปีกำลังจะขึ้นปีที่ 10 แต่ดูเหมือนความยุติธรรมยังอยู่ "ไกลลิบ" จนกฎหมายมิอาจเอื้อมมือไปถึง
O 12 มี.ค.2556 คุณอังคณา นีละไพจิตร ภรรยาทนายสมชาย ทำจดหมายเปิดผนึกถึง "นายกฯ" ทวงถามความคืบหน้าของคดี ซึ่งองค์กรระหว่างประเทศแทบทุกองค์กรบนโลกใบนี้ให้ความสนใจ ยกเว้นองค์กรบังคับใช้กฎหมายในเมืองไทยอย่าง "ดีเอสไอ" ที่มุ่งทำแต่คดีเอาใจผู้มีอำนาจทางการเมือง รับสอบสวนแต่ละเรื่องล้วนหวังผลเล่นงานพรรคการเมืองที่เป็นปรปักษ์กับรัฐบาล ส่วนความทุกข์ร้อนของชาวบ้านแทบไม่เคยให้ความสนใจ
O 12 มี.ค.ผ่านไปอีกปีแบบไม่มีอะไร นี่แหละหนาประเทศไทย จะยอมรับกันได้หรือไม่ว่ามาตรฐานการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนไม่ต่างอะไรกับบ้านพี่เมืองน้องอย่างลาว เพราะเพิ่งเกิดคดีฉาว "อุ้มหาย สมบัด สมพอน" นักพัฒนาอาวุโสกลางเมืองหลวงไม่ต่างกัน
O หันไปเรื่องเขตปกครองพิเศษชายแดนใต้กันบ้าง ไม่ว่าจะโมเดลนครปัตตานี นครรัฐปัตตานี ปัตตานีมหานคร หรือมหานครปัตตานี โปรดหันมาฟังทางนี้ เพื่อนำความจริงมาพูดกัน
O ที่ผ่านมาพวกที่ดึงๆ ดันๆ จะเอาเขตปกครองพิเศษ มักอ้างเหตุจากผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนจากการทำเวที 49 เวทีบ้าง 200 เวทีบ้าง สรุปว่าประชาชนอยากได้ "ปกครองพิเศษ" แต่อยากให้ไปอ่านบทสัมภาษณ์ของ "หมอพลเดช ปิ่นประทีป" ในฐานะประธานจัดงานสมัชชาปฏิรูปชายแดนใต้ แล้วจะทราบข้อเท็จจริงว่าเวทีนั้นไปจัดจริง และไปถามประชาชนจริงๆ ว่าอยากได้อะไร แต่คำตอบที่ได้คือ "ความเป็นธรรม" และแก้ไขปัญหา "ปากท้อง" ส่วนการขอสิทธิ์เรื่อง "การปกครอง" แทบไม่มีใครพูดถึงกัน
O อย่างไรก็ดี เวทีที่จัดกันในลักษณะนั้น ได้มีการนำเรื่องรูปแบบการปกครองซึ่งคิดเตรียมเอาไว้ 6 แบบไปสอบถามชาวบ้าน แต่ส่วนใหญ่ก็ยังมองว่ารูปแบบใน "ปัจจุบัน" ก็ดีอยู่แล้ว โดยเฉพาะในแบบที่มี "ศอ.บต." คอยแจว คอยคัดท้ายการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้เหมือนทุกวันนี้
O มีความจริงอีกด้านจาก ถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาฯสมช.ที่โดนเด้งไปตบยุงในกรุที่ปรึกษาฯ เจ้าตัวบอกว่าร่วมอยู่ในคณะ "พูดคุยเจรจา" กับกลุ่มป่วนใต้มาไม่น้อย แต่ยังไม่เคยเห็น "ร่องรอย" ความคิดที่จะแปรเป็นข้อเรียกร้องเรื่องปกครองพิเศษ เพราะเรื่องที่ฝ่ายขบวนการอยากให้รัฐไทย "เซย์ เยส" คือเรื่อง "ความเป็นธรรม" โดยเฉพาะเครือข่ายที่อยู่ใน "เรือนจำ" เพราะกระทำการรุนแรง เขาอยากให้รัฐไทยช่วยแสดงความจริงใจ ผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมเพื่อให้กลับมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างปกติสุข
O อีกคนคือ "อาจารย์โต้ง" ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ที่เคยทำงานด้านพูดคุยเจรจาในรัฐบาลประชาธิปัตย์ ก็ให้ข้อมูลเสียงดังฟังชัดว่ากลุ่มขบวนการไม่รับแนวทาง "ปกครองพิเศษ" เพราะมิฉะนั้นจะมี "ผู้วิเศษ" มาเสวยสุขบนความทุกข์ของเหล่านักรบ อย่าลืมว่าเกือบ 1 ทศวรรษของสถานการณ์ความไม่สงบ ยังมีนักรบตกค้างอยู่มากมาย ถ้าไม่มีนิรโทษกรรมให้ พวกนี้ก็ต้องหนีอยู่ในป่า หรือไม่ก็ถูกจับมาดำเนินคดี เท่ากับ "รบฟรี-เจ็บฟรี" ไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรเลยเรื่องการปกครอง!









