การมองลูกค้าเป็นศูนย์กลางคือการมองความสำเร็จของลูกค้าเป็นเป้าหมาย ไม่ใช่ยอดขายหรือผลกำไรเป็นหลัก
เหมือนที่องค์กรธุรกิจทั่วโลกใช้เป็นดัชนีชี้วัด เป็นประเด็นหลักที่ “ไอทีไร้พรมแดน” เปิดประเด็นไว้สัปดาห์ที่แล้ว
แน่นอนว่าความสำเร็จของลูกค้าย่อมเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมและต่อยอดในเชิงธุรกิจต่อไปได้มากมาย แต่หากเกิดความผิดพลาดจนกลายเป็นความล้มเหลวขึ้นจะทำอย่างไร นั่นเป็นสิ่งที่ย้อนกลับมาว่าที่ผ่านมาเราได้ตั้งใจให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริงหรือไม่
เพราะการเข้าใจลูกค้าอย่างเต็มร้อย ความสัมพันธ์ขององค์กรต่อลูกค้าก็ย่อมเต็มไปด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน ไปจนถึงมีความเชื่อมั่นต่อกันอย่างเต็มที่ เพราะลูกค้าเห็นความทุ่มเทและตั้งใจของเรา เมื่อเกิดความผิดพลาดขึ้นก็พร้อมจะให้อภัยและถือเป็นต้นทุนในการเรียนรู้ความผิดพลาดด้วยกัน
เมื่อมั่นใจซึ่งกันและกันเช่นนี้จะเป็นบ่อเกิดให้ทีมงานของทั้งคู่กล้าคิดกล้าทำ และมีมิติใหม่ๆ ทางกลยุทธ์ แม้จะมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นก็จะเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อสร้างความสำเร็จในอนาคต ซึ่งจะเอื้อให้ทีมงานมีประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้น
ในการบริหารบริษัท ในการเป็นผู้นำ จำเป็นต้องมีวิธีคิดเช่นนี้ ต้องมีความเชื่อมั่น มีความจริงใจ และเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน รู้จักให้อภัย รู้จักพึงพอใจกับงานที่เกิดขึ้น ในที่สุดคนที่ติดตามเรา หรือพนักงานในบริษัทเราจะรู้สึกได้ว่าเขาคุ้มค่าที่ได้ทำบริษัทนี้และยอมทุ่มเทเพื่ออนาคตร่วมกัน
ชีวิตคนๆ หนึ่ง มักจะมีความเชื่อมั่นและความผูกพันกับคนใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ญาติพี่น้อง หรือเพื่อนๆ ที่เป็นอย่างนั้นเพราะเรารู้สึกว่า พ่อแม่ไม่มีเงื่อนไขต่อเรา และมีความผูกพันในสายเลือดในความเป็นพี่น้อง พ่อแม่ และในความเป็นเพื่อน ก็เพราะเรารู้จัก และเชื่อถือต่อกัน ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ความเป็นเพื่อนแท้จึงเกิดขึ้นจนทุกวันนี้ และสามารถที่จะเรียนรู้ เสริมซึ่งกันและกัน
หากสังคมการทำงานดึงดูดให้ผู้ร่วมงานเกิดความผูกพันเช่นนี้ ความรู้สึกนี้จะสร้างคุณค่าให้เกิดขึ้นในองค์กร ทำให้คนรอบข้างรู้สึกว่าเราเป็นคนน่าเชื่อถือ น่าติดตาม และตัวเราเองมีความสามารถที่จะรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ในที่สุดเราก็จะรู้จักคุณค่าของชีวิตที่แท้จริง และตั้งใจทำให้ชีวิตที่มีอยู่สมบูรณ์และมีคุณค่ามากขึ้น
เพราะการทำธุรกิจในทุกวันนี้ คนทำธุรกิจส่วนใหญ่ไม่ได้คิดสร้างสรรค์อะไรแปลกใหม่ เหมือนกับที่อ่านในหนังสือพิมพ์เสมอไป หลายๆ ธุรกิจที่เราทำก็ไม่ได้มีเราทำเป็นคนแรก การสร้างความเชื่อมั่นกับลูกค้าจึงถือเป็นความสำคัญลำดับต้นๆ
ถ้าลูกค้าไม่มีความเชื่อมั่นเขาก็ไม่ทำงานกับเรา ถ้าไม่มีงานเล็กก็ไม่มีงานใหญ่ ถ้าเป็นงานใหญ่ก็จะมีความอยู่รอดของลูกค้าเป็นเดิมพัน คนเราที่ทำงานให้ลูกค้าจะต้องคิดเหมือนว่างานของลูกค้าคืองานของตัวเอง หรือยิ่งกว่าตัวเอง จึงเป็นเหตุผลที่ทำงานให้ตัวเองจะต้องได้ผลงานสุดยอดและทุ่มเททุกอย่างเพื่อตัวเอง ซึ่งนั่นคือเบื้องหลังความสำเร็จ
ก้าวสำคัญของธุรกิจในทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ไปจนถึงเอสเอ็มอีจึงไม่ได้มีเฉพาะเรื่องหวือหวาจากผลิตภันฑ์ล้ำสมัยที่เราเห็นเป็นข่าวใหญ่ๆ ตลอดเวลาอย่างแอ๊ปเปิ้ล กูเกิ้ล ฯลฯ แต่ขึ้นอยู่กับความทุ่มเทและตั้งใจจริงๆ ที่ผลักดันให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ซึ่งสร้างความสำเร็จให้องค์กรได้เช่นเดียวกัน






