แม้เวทีการประชุมไซเตสครั้งที่ 16 จะผ่านมาถึง 5 วันเต็มแล้ว แต่ดูเหมือนว่าสมาชิกทั้ง 150 ชาติ
ที่มารวมตัวกันที่เมืองไทย ยังคงไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเรื่องการเสนอให้แก้กฎระเบียบข้อ 2.5 ของไซเตสว่าด้วยวิธีการลงมติ"แบบลับ" ใหม่ได้เลย
ก่อนหน้านี้การรับรองพิจารณาผลโหวตลับจากเดิมที่จะให้เพียง 10 ชาติ ก็สามารถตกลงกันได้ สามารถนำเสนอโหวตลับ เพื่อรับรองวาระพิจารณาปรับและเลื่อนบัญชีสัตว์ป่าและพืชป่าที่บรรจุไว้ได้แล้ว
แต่ปรากฏว่าในครั้งนี้ประเทศชิลี และเม็กซิโก กลับเสนอให้การโหวตลับจะต้องมาจากสมาชิก 1 ใน 3 ของชาติ หรือ 2 ใน 3 สมาชิกที่มาประชุมรับรองการโหวต ทำให้ตลอด 3 วันในการประชุมคณะกรรมการบริหารอนุสัญญาไซเตส จึงเสียเวลาไปกับเรื่องนี้ค่อนข้างมาก และล่าสุดก็ยังไม่ลงตัว
" แค่การลงคะแนนโหวตลับที่ยังถกเถียงกันไม่จบนี้ ยังใช้เวลามากพอสม ควร ทำให้การเดินหน้าไปสู่เนื้อหาพิจารณาข้อเสนอปรับ และเลื่อนบัญชีพืช สัตว์ที่บรรจุไว้กว่า 70 วาระยังคงไม่เริ่มอย่างจริงจัง"
ธีรภัทร ประยูรสิทธิ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช บอกว่า ท่าทีดังกล่าวสะท้อนได้ชัดเจนว่าเป็นการแก้ไขระเบียบให้ยากขึ้น เพราะถ้าโหวตลับง่าย ก็จะโหวตลับกันเยอะ เนื่องจากใช้แค่ 10 เสียงเท่านั้น เรื่องนี้จะมีผลต่อการขอเสียงสนับสนุนในประเทศเล็กๆ ที่ยังใหม่จะเป็นไปได้ยากขึ้น เรียกว่าชาติมหาอำนาจจะได้เปรียบกับการหาเสียงสนับสนุนการรับรองวาระง่ายขึ้น
" ขณะนี้ไทยยังสงวนท่าทีเรื่องของการโหวตลับ แต่ในหลักการยังต้องการให้ใช้รูปแบบเก่าคือแค่ 10 ประเทศแล้วมาโหวตลับ เพราะจะหาเสียงสนับสนุนได้ง่ายกว่าการที่ต้องไปหาเสียงจากชาติอื่นเกินกึ่งหนึ่งมาสนับสนุน"
เขาบอกว่า หลักการขอใช้วิธีโหวตลับ เช่น เกี่ยวกับมาตรการทางการเงิน และการเสนอคว่ำบาตรกับบางชาติ บางประเด็น รวมทั้งเรื่องการโหวตเพื่อรับรองการปรับเปลี่ยนสถานะบัญชีพืชป่าสัตว์ป่า ซึ่งบางครั้งชาติสมาชิกอาจต้องการเสียงสนับสนุนจากไทย แต่ขณะเดียวกันก็ต้องต่อรองกับคู่แข่งของไทยด้วย จึงต้องอาศัยการโหวตลับ ซึ่งการใช้แค่ 10 เสียงในการโหวตที่ผ่านมาจึงง่ายกว่า
" ยกตัวอย่างเช่น ไทยจะเสนอปรับลดบัญชี จระเข้น้ำจืดและน้ำเค็มจาก 1 เป็นบัญชี 2 ซึ่งเป็นผลประโยชน์ และมีคู่แข่งกับประเทศอื่น เดิมเราอาจขอเสียงสนับสนุนประเทศที่ 1,2,3 แต่บังเอิญชาติที่เราขอเสียงโหวตลับ และบังเอิญเขาอาจมีวาระเข้าพิจารณาด้วย การโหวตลับจะมีทั้งดีและเสีย เพราะไม่ต้องแสดงตัวตน เหมือนกับโหวตลับในสภา" รองอธิบดี ระบุ
ขณะที่ประเด็นร้อนแรงที่เริ่มล็อบบี้กันอุตลุตแล้ว เช่น ข้อเสนอของสหรัฐอเมริกา ในปรับขึ้นจากบัญชี 2 เป็นบัญชี 1 ด้วยเหตุผลเรื่องภัยคุกคามจากภาวะโลกร้อน ขณะที่แคนาดา ซึ่งมีประชากรหมีขั้วโลกและยังการให้ล่าได้ปีละ 300 ตัวก็เตรียมค้านเต็มที่ และหาเสียงกับสหภาพยุโรป ส่วนอเมริกา อาจจะหาเสียงกับกลุ่มประเทศเอเชีย เช่นเดียวกับกรณีเสนอให้ฉลามหัวฆ้อนเข้าในบัญชี 2 ก็ยังมีแรงต้านจากกลุ่มประเทศญี่ปุ่น จีน และไทย ซึ่งเป็นห่วงผลกระทบต่อการนำเข้าหูฉลามเพื่อการบริโภค และการส่งออกปลากระเบนในบางสายพันธุ์
นับจากนี้ไปอีก 10 วันเราคงได้ข้อสรุปว่าชาติไหนจะผิดหวัง และสมหวังจากเวทีไซเตส ที่ยังคงใช้การค้านำการอนุรักษ์.....






