อุณหภูมิการเมืองที่ลดความร้อนแรงลง หลังจากเสร็จสิ้นการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ไปแล้ว
ก็มีทั้งฝ่ายที่สมหวังและผิดหวัง ต้องกลับไปทบทวนบทเรียนของตัวเอง
ฝ่ายที่สมหวัง อย่าง พรรคประชาธิปัตย์ ก็คงจะคุยเสียงดังไปได้อย่างน้อยอีก 4 ปี หากไม่มีอุบัติเหตุอะไรเกิดขึ้นกลางทาง ส่วน พรรคเพื่อไทย คงต้องกลับไปยึดพื้นที่หัวหาดต่างจังหวัดเช่นเดิม เพราะว่ายุทธศาสตร์ "ป่าล้อมเมืองไม่สำเร็จ"
สำหรับ ประชาธิปัตย์ ก็ไม่ควรฮึกเหิมกับคะแนนทะลุล้านที่ได้มาจนลืมตัว แล้วคิดว่าคนกรุงเป็น "ของตาย" เพราะคะแนนที่เพิ่มขึ้นครั้งนี้ ก็มีส่วนมาจากคน กทม. ที่ไม่ต้องการพรรคตรงข้าม ฉะนั้น ประชาธิปัตย์ จึงต้องให้ความสำคัญกับประเด็นนี้ และ ภารกิจของผู้ว่าฯ กทม. คนเดิม จากนี้ไปก็จะต้องทำงานตามใบสั่งของประชาชนชาว กทม.ไม่ใช่ใบสั่งจากพรรค
หันมาดูที่ความเคลื่อนไหวใน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ที่ขณะนี้ยังอยู่ในภาวะยุ่งเหยิง แม้ว่าจะมีประธานใหม่ที่ว่าแน่ๆ อย่าง น.ต.ศิธา ทิวารี เข้ามาแล้ว แต่ดูเหมือนว่าจะช่วยอะไรไม่ได้มากนัก นอกจาก "ปวดกบาล" เองเสียด้วยซ้ำ เพราะว่าแต่ละเรื่องที่ต้องสะสาง ดูเหมือนว่าจะมีแต่ "กับดัก" ขวางการทำงานเสียมากกว่า
ว่ากันว่า ตอนนี้ในคณะกรรมการ ทอท. มีขั้วการบริหารงานอยู่ถึง "3 ขั้ว" ด้วยกัน ขั้วหนึ่งเป็นเด็กนายกฯ ขั้วหนึ่งเป็นเด็กรัฐมนตรี อีกขั้วหนึ่งเป็นเด็กประธาน ขนาดกรรมการบางคนหมดวาระแล้ว ยังยึดมั่นถือมั่นกับตรงนี้ ไม่ยอมออกไปไหน ถึงขั้นวิ่งเต้นเพื่อขอกลับเข้ามา แสดงว่าที่นี่มีของดีจริงๆ
ซ้ำร้ายไปกว่านี้ กรรมการบางคนยัง "กร่าง" สุดฤทธิ์ อ้างตัวเป็น "เด็กนายใหญ่" เอาดื้อๆ ทั้งที่เป็นแค่ "กรรมการธรรมดา" แต่อยากเป็นถึง "ประธาน" เสียด้วยซ้ำ ถึงขนาดเสนอตัวเองเป็นประธานบอร์ดยุทธศาสตร์ งานนี้ ว่ากันว่า ถึงกับ "งัดข้อ" ประธานตัวจริงเสียงจริงอย่าง น.ต.ศิธา เมื่อไม่ได้ดั่งใจ ก็วิ่งไปฟ้อง "นายใหญ่" ทำให้กรรมการจำนวนหนึ่งมึนงง ตกลงกรรมการใหญ่กว่าประธานหรืออย่างไร...เกิดอะไรขึ้นกับองค์กรแห่งนี้
ทว่า ทั้งหลายทั้งปวงของปัญหา เกิดขึ้นจากการ "สร้างขั้วอำนาจ" ขึ้นมาในองค์กรนี้ เพราะว่ามี เด็กใครเด็กมัน สายใครสายมัน
ความสำคัญของ ทอท. ที่ต้องควบคุมสนามบินสุวรรณภูมิ รวมทั้งสนามบินภูมิภาคถึง 6 แห่ง องค์กรนี้จึงเป็น ขุมทรัพย์แห่งผลประโยชน์ ที่ใครๆ ก็หมายตา จนกลายเป็นต่างฝ่ายต่างส่งเด็กของตัวเองเข้ามาครอบครอง
เสียงเล็ดลอดที่ออกมา ว่า ตอนนี้ประธานคนใหม่ ตกอยู่ในสภาพอึดอัด ขยับอะไรก็ยาก แต่ที่ว่ามาทั้งหมด ไม่ได้หมายความว่ากรรมการท่านๆ อื่นจะไม่ดี ต้องยอมรับว่ากรรมการส่วนใหญ่เป็นคนดี มีความรู้ ความสามารถ มีเพียงส่วนน้อยที่เสียงดังเท่านั้น ที่ยังขัดแข้งขัดขากันอยู่
ฉะนั้น ปัญหาการทำงานที่ไม่เป็นอิสระ ไม่ได้มีเฉพาะภายในบอร์ดเท่านั้น แต่ช่วงหลังๆ ระดับผู้บริหารองค์กรเอง ก็ทำงานยากขึ้น หลายเรื่องดูเหมือนว่าจะ "เบ็ดเสร็จ" มาจากผู้มีอำนาจเสียมากกว่า บางยุคบางสมัยถึงขั้นสั่งการ "ระดับปฏิบัติ" โดยตรง
วันนี้คนใน ทอท. จำนวนไม่น้อย ตกอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะว่าผู้มีอำนาจแต่ละสาย ต่างฝ่ายต่างแย่งกันสั่งการทุกซอกทุกมุม
ความขัดแย้ง ดูเหมือนว่าจะยังไม่จบไม่สิ้น แม้กระทั่งการสรรหาผู้อำนวยการใหญ่คนใหม่ ดูแล้วยังไงก็ไม่สามารถสรรหาได้ในเร็ววันนี้ แม้ว่าจะขยายเวลาการรับสมัครเพื่อเปิดโอกาสให้มีผู้เสนอตัวเข้ามาเพิ่ม ให้มากกว่า 6 ราย ที่สนใจยื่นใบสมัครเข้ามา
แต่ เชื่อเถอะว่า ถึงแม้จะเปิดรับกี่รอบ ก็ยังไม่ใช่คำตอบที่แท้จริง ในเมื่อผู้มีอำนาจได้วางตัว "ซีอีโอ" ทอท.คนใหม่เอาไว้แล้ว เพียงแค่รอจังหวะเปิดตัวเมื่อไหร่เท่านั้น!






