ช่วงนี้หันไปทางไหนมีแต่คนพูดคุยถกเถียงกันเรื่อง ฟองสบู่ ทั้งในตลาดหุ้น ตลาดอสังหาริมทรัพย์
หรือแม้กระทั่งตัวเลขหนี้ครัวเรือนที่พุ่งปรี๊ด! ..บ้างก็ว่าตลาดนั้นฟองสบู่ใกล้แตกแล้ว ตลาดนี้กำลังบานสะพรั่ง ตลาดโน้นยังแค่ลูกย่อมๆ แต่ในทุกตลาดยังไม่เห็นว่ามีหน่วยงานกำกับดูแลไหนออกมา “แอ็คชั่น” อย่างจริงจัง
ที่น่าแปลกใจไปกว่านั้น คือ คนที่ออกมาแสดงความเป็นห่วงเป็นใย ล้วนเป็นผู้ประกอบการที่คลุกคลีอยู่ในตลาดนั้นๆ ขณะที่ผู้ซึ่งต้องทำหน้าที่กำกับดูแลในแต่ละตลาด กลับออกมาปลอบประโลมว่า ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะยังไม่มีประเด็นใดที่ควรต้องกังวล
เมื่อสัปดาห์ก่อนผมได้ฟัง “ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ” ประธานกรรมการบริหาร บล.เอเซีย พลัส ให้สัมภาษณ์เนชั่นทีวี ถึงภาวะตลาดหุ้นที่ร้อนแรง “ดร.ก้องเกียรติ” บอกว่าในความเห็นของเขาแล้ว คิดว่าตลาดหุ้นไทยเวลานี้กำลังก่อตัวขึ้นเป็นฟองสบู่ และทุกคนก็สนุกสนานกับมันจนลืมตัว
เขาบอกว่า ถ้าเปรียบตลาดหุ้นเหมือนงาน “ปาร์ตี้” เวลานี้ทุกคนกำลังสนุกสนาน “เมามัน” ได้ที่ หันไปทางไหนก็มีแต่คนเอ็นจอย จะพูดจะเตือนอะไรก็คงยาก ถ้าปล่อยไปเรื่อยๆ คนในงานอาจเมามายจนเลยเถิดสร้างความเดือดร้อนขึ้นมาได้ ดังนั้นถ้าจะไม่ให้เกิดเรื่องก็ควรต้องหาคนนำเหล้า หรือ ‘punch bowl’ ออกจากงานปาร์ตี้ เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่เห็นตรงนั้น จะมีก็แต่คนในงานปาร์ตี้ที่คอยเตือนๆ กันเท่านั้นว่า อย่าเมามากจนเกินไป
ที่บอกว่าแปลก ก็คือ เท่าที่ผมติดตามข่าวสารในแวดวงตลาดหุ้น กลับพบว่าทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) บอกกับผู้สื่อข่าวว่า หุ้นไทยเวลานี้ไม่ได้ร้อนแรง และคงไม่จำเป็นต้องมีมาตรการกำกับดูแลเพิ่มเติม
จะมีก็เพียงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่ออกมาแอ็คชั่นบ้าง ด้วยการเพิ่มเวลาซื้อขายหุ้นในบัญชี Cash Balance หรือบัญชีที่ต้องวางเงินสด 100% ในการซื้อขาย สำหรับหุ้นที่มีระดับราคาและมูลค่าการซื้อขายเพิ่มขึ้นอย่างมาก เป็น 6 สัปดาห์ จากเดิม 3 สัปดาห์
ตลาดหุ้นเวลานี้ ที่น่าห่วงสุดคงเป็น “นักลงทุนหน้าใหม่” ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก จากข้อมูล ตลท. พบว่าแค่เดือนม.ค.56 มีบัญชีเปิดใหม่เพิ่มถึง 5% ขณะที่บัญชีแอ็คทีฟหรือที่ซื้อขายประจำเพิ่มราว 22% ถือเป็นตัวเลขที่ไม่ธรรมดา และไม่มีใครรู้ว่า นักลงทุนหน้าใหม่เหล่านี้มีความรู้ความเข้าใจการลงทุนในตลาดหุ้นมากน้อยแค่ไหน
ส่วนในฝากของตลาดอสังหาริมทรัพย์นั้น 2 สัปดาห์ก่อน “คุณกิตติ พัฒนพงศ์พิบูล” ประธานสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย พูดบนเวทีเสวนาแห่งหนึ่งว่า ราคาอสังหาริมทรัพย์ไทยนั้น แม้ยังไม่เป็นฟองสบู่ แต่ก็น่าห่วงอย่างมาก เพราะราคาปรับขึ้นต่อเนื่องทุกปี ที่สำคัญตลาดอสังหาฯ ยังมีจุดอ่อนอยู่มาก โดยเฉพาะเรื่องกฎเกณฑ์ควบคุมเงินดาวน์ หรือเกณฑ์การให้วงเงินสินเชื่อต่อมูลค่าหลักทรัพย์ค้ำประกัน (LTV) ที่ต่ำกว่ามาตรฐานโลก
คุณกิตติ บอกว่า เกณฑ์ LTV ของไทย กำหนดให้ปล่อยสินเชื่อคอนโดมิเนียมไม่เกิน 90% ส่วนบ้านแนวราบไม่เกิน 95% เป็นเกณฑ์ที่ต่ำกว่าเกณฑ์ “ซับไพร์ม” หรือสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์คุณภาพต่ำของสหรัฐซึ่งอยู่ที่ 80% จึงเป็นห่วงว่ากฎเกณฑ์ที่หย่อนยานตรงนี้ อาจสร้างความปวดหัวให้กับเศรษฐกิจไทยในอนาคตได้
อย่างไรก็ตาม ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ “แบงก์ชาติ” ยังเห็นว่าเกณฑ์ LTV ในปัจจุบันเป็นตัวเลขที่เหมาะสมอยู่ พร้อมกับปลอบประโลมว่า ภาวะอสังหาฯ ของไทยตอนนี้ยังไม่ถึงกับน่าเป็นห่วงมากนัก ...เมื่อแบงก์ชาติบอกแบบนี้ ก็ทำให้เบาใจได้ระดับหนึ่ง และก็หวังลึกๆ ว่า คงไม่ได้เป็นการ white lie นะครับ!






