วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทีวีดิจิทัลไม่ใช่แค่เงิน

ไม่ใช่ถกกันเรื่องจำนวนเงินเท่านั้น แต่การมีช่องทีวีจำนวนมากขึ้น หมายถึงช่องทางรับข้อมูลข่าวสารที่เพิ่มสูงขึ้นด้วย

มูลค่าทางการตลาดจากการประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิทัลของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่ระยะเวลาใกล้เข้ามาทุกขณะจะดันมูลค่าในอุตสาหกรรมสื่อทีวีและโฆษณาระดับแสนล้านบาท จากทีวีดิจิทัล 48 ช่อง ทั้งยังเปลี่ยนโฉมการให้สิทธิ์การใช้งานจากระบบสัมปทาน สู่ระบบใบอนุญาตอายุ 15 ปี เงินที่เคยเข้าไปยังหน่วยงานนั้น หน่วยงานนี้ที่เป็นเจ้าของคลื่น ก็จะไปอยู่ที่ กสทช. โดย กสทช. จะต้องนำส่งเข้าคลังทั้งหมด ภายหลังหักค่าใช้จ่ายที่ใช้จัดประมูลแล้ว เช่นเดียวกับการประมูลใบอนุญาต 3จีเมื่อเดือนตุลาคม 2555 ซึ่งการจัดสรรคลื่นความถี่ต้องวางกรอบหลักเกณฑ์การให้ใบอนุญาตที่ชัดเจน เพราะความสำคัญของทีวีดิจิทัลไม่ใช่แค่ "เงิน" แต่หมายถึงการสร้างประโยชน์ต่อสังคมจากการมีช่องทางเผยแพร่องค์ความรู้ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศเพิ่มขึ้น

การออกใบอนุญาตใหม่รวม 48 ช่อง ประกอบด้วยช่องบริการสาธารณะ 12 ช่อง ช่องบริการชุมชน 12 ช่อง และช่องบริการธุรกิจ 24 ช่อง ซึ่งการบริการสาธารณะเป็นเรื่องสำคัญ การดำเนินการทีวีต้องใช้งบประมาณจำนวนสูง แต่ถ้าหน่วยงานที่ได้ช่องไปแล้วนำไปใช้ประโยชน์ที่ไม่เหมาะสม ก็จะได้ไม่คุ้มเสีย ผลิตรายการที่อาจจะดี หรือไม่ดี แต่ไม่มีคนดู หรือนำพาไปสู่การโฆษณาชวนเชื่อ ครอบงำทางความคิดแก่ประชาชน เพิ่มความแตกแยกอย่างที่เป็นอยู่ก็จะก่อให้เกิดปัญหาแก่สังคม มูลค่าความเสียหายประเมินค่ามิได้ แม้ กสทช. จะพยายามยืนยันว่า เกณฑ์ที่ออกมาเป็นการกระจายการถือครองคลื่นให้อยู่ในมือผู้ประกอบการหลายราย ไม่ให้เกิดการครอบงำทางความคิด เพราะคลื่นความถี่วิทยุโทรทัศน์ เป็นสื่อที่ส่งผลต่อมุมมองความคิดของสังคม ขับเคลื่อนความคิดของคนในประเทศได้ จึงต้องส่งเสริมให้มีผู้ประกอบการหลากหลาย เพราะเป็นสื่อสาธารณะที่ถูกกำหนดให้เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนทุกระดับ ต่างจากคลื่นความถี่โทรคมนาคมที่มองความคุ้มค่าและมูลค่าเป็นหลัก

หากสภาพความเป็นจริงก่อนการประมูลจะเริ่มต้น ผู้ประกอบการรายใหญ่ต่างหาหนทางประสานพลังเพื่อครอบครองคลื่นกันล่วงหน้า นักวิชาการกังวลว่า ที่สุดแล้วทีวีดิจิทัลจะตกอยู่ในมือคนไม่กี่กลุ่ม ไม่สามารถกระจายไปสู่ผู้ประกอบการระดับกลางที่มีศักยภาพผลิตคอนเทนท์ กสทช. ต้องระมัดระวังการออกแบบการให้ใบอนุญาตทีวีดิจิทัลโดยคำนึงถึงแนวทางการปฏิรูปสื่อที่มุ่งกระจายความเป็นเจ้าของ โดยเปิดโอกาสให้ผู้มีศักยภาพทั้งรายใหญ่ กลาง และเล็กได้ใช้พื้นที่อย่างเท่าเทียม

การประมูลคลื่นความถี่ทีวีมีทั้งผลประโยชน์แสนล้านบาทเป็นเดิมพัน ทั้งยังเป็นช่องทางครอบงำความคิดประชาชนที่ประเมินค่าได้ยากยิ่ง ฉะนั้น กสทช. องค์กรอิสระผู้ทำหน้าที่จัดประมูลต้องรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน และหน่วยงานต่างๆ ที่มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างรอบคอบ ไม่ดำเนินการไปโดยคำนึงถึงเฉพาะอำนาจหน้าที่ที่มีเท่านั้น เพราะสิ่งเหล่านี้มีผลระยะยาวต่อประชาชนไปไม่ต่ำกว่า 15 ปีตามระยะเวลาใบอนุญาต คุณค่าของทีวีดิจิทัลไม่ใช่แค่เงิน แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือคุณค่าที่จะเกิดแก่ประชาชนเจ้าของภาษีทั้งหลาย