วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ก่อนถึงก้าวย่างเจรจา... ต้องตอบคำถามให้ชัด

ใครที่ไม่ได้ติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด จะงงๆ กับรายงานที่ว่า นายกฯ ไทย กับ นายกฯ มาเลเซีย จะพบกันในวันสองวันนี้

และอาจจะมีการพูดถึงการให้มาเลเซียทำหน้าที่เป็น “คนกลาง” เจรจา ระหว่างทางการไทยกับกลุ่มก่อเหตุทางชายแดนภาคใต้

ที่ว่างงก็เพราะว่าคนในรัฐบาลพูดเรื่องนี้หลายคน ไปกันคนละทางสองทาง และไม่มีแนวทางชัดเจนจากระดับสูงสุดทางการเมือง

รองนายกฯ เฉลิม อยู่บำรุง ไปเจอ นายกฯ นาจิบ ราซัค ของมาเลเซียมาแล้ว แต่ไม่มีอะไรชัดเจนว่ามีการพูดจากันเรื่องนี้อย่างไร

ข่าวบางกระแสบอกว่า มีการ “พูดจาอย่างไม่เป็นทางการ” ระหว่างคนของรัฐบาลกับตัวแทนของฝ่าย “พูโล”
แต่ฝ่ายความมั่นคงบางคนของเรา บอกว่าไม่เกี่ยวข้อง ไม่รับทราบการเจรจาเหล่านั้น

อยู่ดีๆ คุณเฉลิม เสนอให้มีการใช้ “เคอร์ฟิว” แต่หนึ่งสัปดาห์ต่อมาก็มีข้อเสนอทางการว่าจะใช้มาตรา 21 เพื่อให้มีการตั้งวงพูดคุยหาทางยุติอย่างสงบ

ถามผู้เกี่ยวข้องจริงๆ ก็ไม่มีใครบอกได้ว่าที่ว่าไปพบปะพูดคุยกับฝ่ายเรียกร้องแยกดินแดนนั้นเป็นฝ่ายไหนกันแน่

และรู้ได้อย่างไรว่าคนที่อ้างว่าเป็นตัวแทนของอีกฝ่ายหนึ่งนั้น สามารถพูดแทนคนที่กำลังก่อเหตุต่างๆ ในสามจังหวัดชายแดนได้จริงๆ

ที่สำคัญไม่น้อยไปกว่านั้น ก็คือ คำถามที่ว่าตัวแทนที่อ้างว่าพูดในนามของรัฐบาลไทยนั้น สามารถสะท้อนทิศทางและนโยบายที่เป็นเอกภาพของรัฐบาลไทยวันนี้ หรือไม่

มีการแสดงความเป็นห่วงต่อข่าวที่ว่า นายกฯ ยิ่งลักษณ์ จะไปตกลงอะไรกับ นายกฯ นาจิบ ราซัค ในช่วงนี้ และจะผูกพันประเทศไทยเพียงใด แค่ไหน โดยเฉพาะในจังหวะที่การเมืองไทยมาเลเซียกำลังเข้าสู่ช่วงการยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ และอาจจะมีความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่นั่นทั้งฝ่ายรัฐบาลฝ่ายค้าน เพื่อจะช่วงชิงโอกาสหาเสียงกับเรื่องร้อน ๆ ทางภาคใต้ของไทยหรือไม่อย่างไร

จริงอยู่ นายกฯ นาจิบ ราซัค ได้เล่นบทเป็น “คนกลาง” ระหว่างรัฐบาลฟิลิปปินส์ กับกลุ่มแยกดินแดนทางใต้ของประเทศนั้น จนมีการลงนามในสัญญาสงบศึก แต่กว่าจะถึงจุดนั้น ต้องมีกระบวนการที่จะต้องทำการบ้านกันทุกฝ่ายอย่างละเอียดรอบด้านและวิเคราะห์ปัจจัยแวดล้อมอย่างรอบคอบยิ่ง

วันก่อน คนที่อ้างว่าเป็นหัวหน้า “พูโล” ออกให้สัมภาษณ์ทีวีช่องหนึ่ง เรียกร้องสิทธิปกครองตนเองสำหรับชายแดนภาคใต้ และบอกว่ารัฐบาลไทยไม่จริงใจในการแก้ปัญหา

แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าหากรัฐบาลไทยตัดสินใจจะ “เจรจา” เพื่อหาทางระงับความรุนแรงทางภาคใต้จะพูดจากับกลุ่มไหน และฝ่ายข่าวกรองของไทย สามารถวิเคราะห์แยกแยะออกไหม ว่า ทุกวันนี้อีกฝ่ายหนึ่งมีโครงสร้างที่แบ่งเป็นกลุ่มก้อนกันอย่างไร ใครเป็นใคร และอำนาจการตัดสินใจแบ่งแยกกันอย่างไร

ตราบเท่าที่ฝ่ายรัฐบาลยังไม่มีความเป็นเอกภาพที่ชัดเจน และยังไม่สามารถบอกกล่าวกับประชาชนคนไทยว่าทิศทางของการแก้ปัญหาเป็นอย่างไร มีเงื่อนไขกับอีกฝ่ายหนึ่งอย่างไร อีกทั้งยังเสนอกับคนไทยทั้งหลายไม่ได้ว่าอีกฝ่ายหนึ่งคือใคร และเขาต้องการอะไรเพียงใด การที่ผู้นำรัฐบาลจะไปตกปากรับคำกับผู้นำมาเลเซีย จึงเป็นเรื่องที่เสี่ยงกับการสร้างความสับสนเพิ่มเติม

แน่นอนว่า การจะแก้ปัญหาที่สั่งสมมาช้านานเช่นนี้ จะต้องลงเอยด้วยวิธีการสันติและร่วมกันสร้างสังคมที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย แต่ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่การเจรจาต่อรอง ซึ่งย่อมหนีไม่พ้นว่าจะเป็นกระบวนการที่ยืดเยื้อและสลับซับซ้อน เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องสร้างความกระจ่างกับคนไทยกันเองเสียก่อน

แค่ประเด็นว่า นายกฯ ต้อง “ดุ” รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง เรื่องไม่ยอมไปลงพื้นที่ภาคใต้ ก็สร้างความงุนงงสับสนไม่น้อยแล้ว