วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

"ฟองสบู่แตก"รัฐบาลกล้ารับผิดชอบไหม!

"เศรษฐกิจไทย กำลังเกิดฟองสบู่ ประเด็นที่วันนี้ สังคม กำลังถกเถียงและวิตกกันมาก และแนวโน้มก็กำลังเป็นเช่นนั้น

แบงก์ชาติก็วิตก รัฐบาลโดยกระทรวงการคลัง ก็วิตกแต่เมื่อถามถึงทางออก กลับมองต่างกัน"

ฝ่ายแบงก์ชาติ มองว่าดอกเบี้ยต่ำจูงใจ ให้นักลงทุนหันไปลงทุนสินทรัพย์เสี่ยง เพราะต้นทุนการเงินต่ำ ยิ่งทำให้เกิดฟองสบู่มากขึ้น

ฝ่ายกระทรวงการคลัง มองว่าดอกเบี้ยยิ่งสูงดึงดูดใจให้เงินทุนไหลเข้า และนำมาสู่การเก็งกำไรในอสังหาริมทรัพย์และตลาดหุ้นในที่สุด

แต่อีกด้านของสังคม...หนี้ครัวเรือนพุ่ง เมื่อสภาพัฒน์ รายงานภาวะสังคมไทยไตรมาสสี่และภาพรวมตลอดปี 2555 พบว่า ขณะนี้สังคมไทยยังน่าเป็นห่วงอยู่ในหลายประเด็น โดยเฉพาะครัวเรือนไทยเสี่ยงต่อการเป็นหนี้ซ้ำซ้อน เหตุจากการก่อหนี้ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้มียอดค้างสินเชื่อเพื่อการอุปโภคและบริโภค รวมมูลค่าถึง 2.9 ล้านล้านบาท ซึ่งกว่า 21 % เป็นการเพิ่มขึ้นในกลุ่มสินเชื่อซื้อรถยนต์ สินเชื่อซื้อรถจักรยานยนต์ 33% และสินเชื่อเพื่อบริโภคส่วนบุคคล 29%

อ่านแล้วต้องเข้าใจตรงกันว่า...ยังไม่นับรวมหนีบัตรเครดิต ซึ่งเมื่อรวมทั้งหมดแล้ว มีการประเมินกันว่าหนี้ครัวเรือนไทย ณ วันนี้ น่าจะอยู่ใกล้ระดับ 70%ของรายได้ภายในประเทศหรือจีดีพี

เท่ากับว่าภาวะการเก็งกำไรวันนี้...เงินส่วนหนึ่งหรืออาจจะส่วนมาก ก่อหนี้เพื่อลงทุน หรือเก็งกำไรในสินทรัพย์เสี่ยงบางประเภท แน่นอนหากฟองสบู่ไม่แตกเสียก่อน ย่อมที่จะสามารถทำกำลังในช่วงขาขึ้นได้ แต่หาก ฟองสบู่แตกเช่นวิกฤติปี "อาการหนักแน่ๆ"

ก่อนอื่นต้องมาดูกันก่อนว่า การเก็งกำไรในตลาดหุ้น และอสังหาริมทรัพย์ นั้นจากเม็ดเงินต่างชาติหรือคนไทยกันเอง

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุขณะนี้เริ่มเห็นฟองสบู่ในตลาดหุ้นไทย จากหุ้นไทยที่มีพีอีสูงกว่า 40% เมื่อ 14 เดือนก่อนหน้านี้มีเพียง 24 บริษัทเท่านั้น แต่ขณะนี้เพิ่มขึ้นมาเป็น 72 บริษัทแล้ว ถือว่าสูงเกินจริงภายในเวลา 1-2 ปีเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีหุ้นที่รายได้ติดลบอยู่อีก 50 บริษัท รวมแล้ว 120 บริษัท ที่ต้องระมัดระวัง ซึ่งนักลงทุนจะต้องใช้ความระมัดระวังในการลงทุน

ลองมาดูว่าข้อมูลของ ธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ศึกษา ซึ่งสอดคล้องกับทำร่วมกับคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ อธิบายปรากฏการณ์ฟองสบู่ในตลาดหุ้นไทยอย่างไร ?

ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล บอกในเวทีเสวนา"Nation Exclusive Insights for CEOs : จับสัญญาณ ค่าเงินบาท 2013 "เมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมาชัดเจนว่า..

"ราคาสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นนั้น ถ้าดูลึกในรายละเอียดจะเห็นว่า ส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นเพราะแรงซื้อของคนในประเทศ มากกว่าที่จะเป็นแรงซื้อของนักลงทุนต่างประเทศ เพราะถ้าดูในตลาดหุ้น จะเห็นว่าหุ้นที่ขึ้นร้อนแรงส่วนใหญ่เป็นหุ้นขนาดเล็ก ซึ่งหุ้นพวกนี้นักลงทุนต่างชาติไม่เข้าลงทุนอยู่แล้ว ขณะที่อสังหาริมทรัพย์ ก็มีกฎชัดเจนว่า ห้ามต่างชาติถือครองที่ดิน ดังนั้น อย่าไปอ้างว่า เงินทุนไหลเข้าทำให้หุ้นขึ้นร้อนแรง เพราะส่วนใหญ่เป็น นักลงทุนในประเทศ ไม่ใช่ นักลงทุนต่างประเทศเลย”

ชัดเจนว่า..ฟองสบู่มาจากคนในประเทศตีฟองกันเองนี้แหละ

เป็นเรื่องถูกต้องแล้วที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือกนง.จะไม่ยอมลดดอกเบี้ย เพราะอย่างน้อยช่วยเพิ่มต้นทุนทางการเงิน เนื่องจากหากดอกเบี้ยยิ่งต่ำ มาตรการ cash balance ที่หวังจะลดเก็งกำไรหุ้น ก็ไร้ผล เพราะจะทิ้งเงินไว้ตามเกณฑ์ cash balance นานแค่ไหน ก็ไม่มีความหมายในยุคที่อัตราดอกเบี้ยแท้จริงติดลบ

เห็นข้อมูลกันแบบนี้แล้ว หยุดเถอะครับ! ที่จะผลักดันนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น!
หากยังกล้า..ที่จะทำอีก ฟองสบู่แตกมาเมื่อไหร่....ขอให้ออกมารับผิดชอบด้วยครับ!