นักการตลาดและนักบริหารไทย ไม่ต้องไปเรียนถึง Kellogg School of Management ของมหาวิทยาลัย Northwestern University แล้ว
ต้นเดือนหน้า “กูรู” การตลาดระดับโลก ฟิลิป คอตเลอร์ : Philip Kotler จะมาพบปะ เลคเชอร์ และปิดห้องทำการฝึกสอนให้กับท่านที่สนใจ และพร้อมจะเรียนรู้ยุทธศาสตร์การตลาด Marketing 3.0 และที่ล้ำหน้ากว่าเทรนด์ล่าสุด
เครือเนชั่นจัดเต็มๆ ในลักษณะ Exclusive สำหรับผู้เข้าร่วมในวันที่ 6 มีนาคม นี้แหละครับ
และในช่วงปิดห้องเสวนาถึงแนวทางการตลาดสุดยอดนั้น ผมมีโอกาสจะนั่งแลกเปลี่ยนซักถามกับ ฟิลิป คอตเลอร์ อย่างใกล้ชิดสนิทสนม ผู้เข้าร่วมมีสิทธิสนทนาอย่างเป็นกันเองได้
ปีนี้ คอตเลอร์ ย่างเข้าวัย 83 แต่ยังคึกคัก เข้มข้น และเขียนหนังสือออกมาไม่หยุด ล่าสุดคือ “Good Works” ซึ่งตอกย้ำการบริหารการตลาดและองค์กรยุคใหม่เพื่อโลกสดใส เพิ่มกำไรและความสำเร็จ
เป็นการเน้นว่า การทำธุรกิจร่ำรวยนั้น ต้องให้สังคมได้ประโยชน์ด้วย อีกทั้งจะต้องเปลี่ยนวิธีประกอบธุรกิจ เพื่อลดผลกระทบด้านลบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
พูดง่ายๆ ก็คือ ในโลกยุคใหม่นี้ผู้ประกอบการจะต้องหาสมดุลระหว่างการสร้างกำไรให้กับธุรกิจ พร้อมๆ กับการจ่ายปันผลคืนแก่สังคมด้วย
แน่นอนว่า คอตเลอร์ ดังจากหนังสือชื่อ Marketing Management ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นตำราเรียนด้านการตลาดสำหรับมหาวิทยาลัยทั่วโลก ที่โด่งดังมาช้านาน
ที่น่าทึ่ง คือ แกไม่ได้เขียนหนังสือเล่มสองเล่มแล้วหายไป หากแต่ยังขยันค้นหาและวิจัย และเชิญชวนกูรูรุ่นใหม่ด้านนี้มาร่วมเขียนหนังสือกับแก จึงไม่แปลกใจที่มีผลงานออกมาเป็นระยะๆ อีกทั้งยังเดินทางไปประเทศต่างๆ เพื่อจัด Marketing Summit เพื่อถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้กับผู้ประกอบการ นักธุรกิจ นักศึกษา อาจารย์ด้านการตลาดอย่างไม่หยุดยั้ง
มาไทยครั้งนี้ คือ The First Lecture in Thailand สำหรับ คอตเลอร์ จึงเป็นเรื่องน่าตื่นตาตื่นใจพอสมควร
เพราะว่าผู้สนใจในประเทศไทยจะได้ซักถามด้วยตัวเอง ว่า 4Ps คลาสสิกที่แกเป็นคนประดิษฐ์ขึ้นมาเป็นหลักการตลาดที่ดังไปทั่วโลกนั้น วันนี้ยังใช้ได้หรือไม่ และเมื่อแปรเป็น 7Ps ในตอนหลัง มีความหมายในทางปฏิบัติอย่างไร
สูตร Social Marketing และ Marketing 3.0 ก็มาจากกูรูท่านนี้
จากการเน้นที่สินค้า ตามมาด้วยลูกค้า สู่แบรนด์เป็นหัวใจ วันนี้ คอตเลอร์ กำลังตอกย้ำว่าเรากำลังเข้าสู่ Value-Driven Marketing
ที่ผมสนใจเป็นพิเศษ คือ สิ่งที่แกเรียกว่า Human Spirit Marketing หรือ การตลาดที่ต้องเข้าถึงจิตวิญญาณแห่งความเป็นมนุษย์ ซึ่งผมเห็นว่ามีความลึกซึ้งที่คนเอเชียอาจจะเข้าใจมากกว่าคนตะวันตก
ต้นเดือนหน้า เมื่อ คอตเลอร์ นั่งลงกับผม จะได้ตั้งประเด็นนี้ให้เกิดการถกแถลงกันอย่างกว้างขวางต่อหน้าผู้เข้าร่วมงานคนไทย
ที่นักการตลาดยุคใหม่ต้องให้ความสำคัญมากๆ คือ ความ “ยั่งยืน” มิใช่หลงกับสิ่งที่เป็นเพียงแฟชั่นชั่วประเดี๋ยวประด๋าว อีกทั้งยังจะต้องปรับตัวตลอดเวลา เพราะโลก Social Media ที่กำลังพลิกผันสถานการณ์โลกอย่างไม่หยุดยั้ง
นักการตลาดต้องไม่ใช่เพียงแค่ “คนขายของ” หากแต่จะต้องมุ่งมั่นสร้างศักยภาพของตน เป็น “ผู้เปลี่ยนสังคมไปในทางที่ดี” อีกด้วย
ผมจึงเตรียมตัวขึ้นเวทีกับกูรูการตลาดระดับโลก เพื่อเจาะลึกหัวข้อ How to Develop a Superior Company Reputation Through Sustainability-Driven Thinking
หรือการถอดแนวคิดการตลาด 3.0 สู่การขับเคลื่อนองค์กรให้เหนือชั้นกว่า...ด้วยการทำการตลาดแบบยั่งยืน
หลังจากที่ คอตเลอร์ ขึ้นเวทีบรรยายพิเศษให้ CEOs และนักการตลาดไทยฟังในประเด็นร้อนๆ ขณะนี้ Value-Driven Marketing
นี่อาจจะเป็นโอกาสพิเศษเดียวสำหรับนักธุรกิจและผู้สนใจในประเทศไทย...ใครพลาดเสียดายแย่...ผมเชียร์ให้มาร่วม training course ตามด้วยการฟังและซักถาม Kotler พร้อมๆ กับผมครับ...
จองบัตรที่ www.thaiticketmajor.com ได้โดยพลัน






