ไม่รู้อะไรจริง อะไร "ไวท์ลาย" เพราะแม้กระทั่ง "เรื่องใหญ่ๆ" อย่างการเตรียมประกาศ "ภาวะฉุกเฉินทางพลังงาน"
จากปัญหาการปิดซ่อมบำรุงแท่นขุดเจาะก๊าซแหล่งยาดานาและเยตากุนในพม่า รวมถึงความเสียหายของท่อส่งก๊าซไทย-มาเลย์ ก็ยังถูกนินทากาเลว่า เป็นแผนตีปี๊บให้ดังเกินจริง เพื่อหวังผลกระทบชิ่ง หาความชอบธรรมผลักดันโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
O ข้อมูลจากฝั่งเอ็นจีโอค่อนข้างชัด ปริมาณไฟฟ้าสำรองของเมืองไทยไม่น่าติดขัด แม้ในช่วงของการปิดซ่อมบำรุงแท่นขุดเจาะ ซึ่งจากข้อมูล "ลับเฉพาะ" ก็ยืนยันว่าปิดซ่อมแบบนี้ทุกปี ส่วนท่อส่งก๊าซไทย-มาเลย์ที่ว่ากันว่าป่นปี้เพราะสมอเรือกระแทก ก็มีข้อมูลส่งเข้ามาแทรกว่าซ่อมเสร็จตั้งนานแล้ว เรื่องมันก็เลยส่อแววว่า...มีอะไรในกอไผ่หรือเปล่า???
O ฟังความเห็นจาก อาจารย์วิฑูรย์ เพิ่มพงศาเจริญ นักวิชาการอิสระด้านพลังงาน...ยิ่งชัด ท่านบอกเอาไว้แบบนี้ "การที่รัฐมนตรีพลังงานระบุว่าในวันที่ 4 เม.ย.นี้ประเทศไทยจะเผชิญวิกฤติพลังงานไฟฟ้านั้น เป็นตัวสะท้อนว่าเวอร์เกินไปหรือเปล่า เพราะรัฐบาลรู้แผนหยุดซ่อมบำรุงแหล่งก๊าซซึ่งเป็นเรื่องปกติประจำปีอยู่แล้ว และคนที่มีอำนาจในการเป็นเจ้าของท่อฝั่งไทยคือไทย 100% ส่วนฝั่งพม่าเป็นของ ปตท.สผ. จึงไม่เข้าใจว่าทำไมถึงอ้างปัญหาเจรจาไม่สำเร็จ"
O อาจารย์วิฑูรย์ ยังให้ข้อมูลด้วยว่า "ถ้าดูจากตัวเลขความต้องการใช้ไฟฟ้า 26,500 เมกกะวัตต์ กับตัวเลขพลังงานสำรอง 32,600 เมกกะวัตต์ คำนวณแล้วยังเหลือไฟฟ้าสำรองอีกกว่า 7,000 เมกกะวัตต์ แต่หากตัดการส่งกระแสไฟฟ้าจากการหยุดส่งของโรงไฟฟ้าฝั่งตะวันตก 3,000 เมกกะวัตต์ ก็ยังเหลือไฟสำรองอีก 4,000 เมกกะวัต์ จึงไม่เข้าใจว่าตัวเลขที่ว่าเหลือพลังงานสำรอง 2% มาจากไหน"
O อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ "เฮียชู" ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ที่เล่นบทไล่จับผู้ร้ายกับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง มาพักใหญ่ ถึงขั้นงัดข้อมูลโครงการก่อสร้างโรงพัก (ทดแทน) 396 แห่งทั่วประเทศออกมาโจมตีกลางเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อปีก่อน จนระยะหลังกลายเป็นเรื่องร้อนถึงขั้นขึ้นป้ายประจาน ที่ผ่านมา "เฮียชู" ทำทีเป็นถล่มรัฐบาล แต่ฝ่ายที่ "ถูกประจาน" กลับกลายเป็นพรรคประชาธิปัตย์ใช่หรือไม่ แถมมาขึ้นคัทเอาท์ใหญ่ช่วงใกล้เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. งานนี้หลายคนถึงกับร้อง "อ๋อ" กว่าจะรู้ว่าทำเพื่อใครก็สายไปเสียแล้ว
O ปิดท้ายด้วยความฝันเรืองรองของ ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอคนดัง ที่เพิ่งประกาศให้ผู้ใต้บังคับบัญชาได้ยินได้ฟังว่า ดีเอสไอเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อขออนุมัติยกระดับกรมให้ใหญ่เทียบเท่าสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และสำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) โดยมีผู้บังคับบัญชาสูงสุดเป็นเลขาธิการ และเป็นข้าราชการระดับ 11 แต่ยังคงขึ้นตรงกับกระทรวงยุติธรรม
O เหตุผลของธาริตก็คือ ดีเอสไอเป็นหน่วยบังคับใช้กฎหมายที่ต้องทำงานครอบคลุมทั่วประเทศ ถ้าไม่ยกระดับขึ้นจะทำงานยากลำบาก ปรากฏว่าพอพูดจบก็ได้รับเสียงปรบมือจากผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างล้นหลาม...ยินดีล่วงหน้าครับท่าน "ว่าที่ ซี11"









