การทำธุรกิจยุคใหม่เป็น "ปลาเล็ก" ใช่ว่าจะไม่รอด!! ยิ่งเล็กแบบไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน เป็นแต้มต่อสำคัญยิ่ง
สำหรับพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ มองหาความแตกต่างของสินค้าและบริการที่ไม่ซ้ำแบบใคร
กลยุทธ์กินรวบธุรกิจ ของบรรดา "ปลาใหญ่" ที่มีถุงเงินก้อนโตเที่ยวไล่เทคโอเวอร์ "ปลาเล็ก" อาจไม่ใช่สูตรสำเร็จอีกต่อไป
ซื้อกิจการมาแล้ว "ทำได้" หรือ "ทำได้ดี" เป็นคนละเรื่อง
ง่ายๆ มองกรณี "โออิชิ" ใต้ร่มเงาเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี แห่งกลุ่มไทยเบฟ วันนี้ส่วนแบ่งการตลาดห่างกันเพียงกว่า 10% ในชั่วเวลาเพียงปีครึ่งของการแจ้งเกิด "อิชิตัน" ของ ตัน ภาสกรนที เจ้าพ่อชาเขียวยุคแรกเริ่ม
หรือในอดีต บริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่จากฟากยุโรป อเมริกา ดาหน้าเข้าปักธงสร้างฐานธุรกิจในเมืองไทย และ "ช้อปปิ้ง" อย่างเมามันส์ ไล่ล่าซื้อกิจการผู้ประกอบการไทยครั้งวิกฤติต้มยำกุ้ง!! แต่วันนี้ "ทุนไทย" กำลังออกไล่ล่าอาณานิคมในต่างแดนกันไม่น้อย
ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม "เซ็นทรัลรีเทล" เข้าซื้อกิจการห้างสรรพสินค้าเก่าแก่แห่งอิตาลี ลา รีนาเซนเต้ เมื่อปี 2554 เป็น "ฐานธุรกิจใหม่" ในยุโรป ถือเป็นการพลิกประวัติศาสตร์ค้าปลีกไทย สวนทางค้าปลีกข้ามชาติพาเหรดเข้าเมืองไทยก่อนหน้านี้
หากเทียบเซ็นทรัลรีเทลในเวทีโลก ยังถือเป็น "น้องใหม่" เป็น "ปลาเล็ก" แต่เปี่ยมไปด้วยขุมพลังรอบด้าน เป็นธุรกิจครอบครัวที่บริหารแบบ "มืออาชีพ" คล่องตัวและเปิดเกมรุกอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางการขยับตัวของ "ปลาใหญ่" ที่เสียเปรียบแน่นอนในเรื่องของความคล่องตัว ปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์
อภิมหาดีลประวัติศาสตร์การซื้อขายกิจการใหญ่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ระหว่างทุนไทยยักษ์ใหญ่ "กลุ่มไทยเบฟ" ทุ่มเม็ดเงินกว่า 3 แสนล้านบาท ต้อนบริษัท เฟรเซอร์แอนด์นีฟ (เอฟแอนด์เอ็น) บลูชิพคัมปะนีอายุเก่าแก่กว่า 130 ปี แห่งสิงคโปร์ เข้ามาอยู่ใต้ชายคาเจ้าสัวเจริญ ครองสัดส่วนหุ้นใหญ่ 69% ในเอฟแอนด์เอ็น หลัง คิริน โฮลดิ้งส์ บริษัทเครื่องดื่มใหญ่ของญี่ปุ่นขายหุ้นทั้งหมด 15% เป็นอีกก้าวรุกของ "ทุนไทย"
ไม่ต่างจาก "สิงห์ คอร์เปอเรชั่น" ร่วมทุนพันธมิตรเบียร์อันดับ 4 ของโลก "คาร์ลสเบิร์ก" แห่งเดนมาร์กในครั้งนี้
จากเดิมความร่วมมือระหว่าง ทุนไทยและบริษัทข้ามชาติ มักมองในเชิงของความเสียเปรียบของบริษัทไทยที่มีสถานะเล็กกว่าต่างชาติ แต่วันนี้ต้อง "กลับขั้ว"
สะท้อนจากยุทธศาสตร์ระหว่าง "สิงห์" และ "คาร์ลสเบิร์ก" ที่ไม่เพียงความร่วมมือทำตลาดเบียร์คาร์ลสเบิร์กในประเทศไทย และอาเซียน รวมทั้งทำตลาดเบียร์สิงห์ในต่างประเทศพ่วงไปกับเครือข่ายของคาร์ลสเบิร์ก
หากแต่ "สิงห์" ยังมองถึงการ "ต่อยอด" เสริมความแข็งแกร่งให้กับเบียร์ไทย อย่าง "สิงห์" ด้วยการใช้โรงงานผลิตเบียร์ของคาร์ลสเบิร์กที่มีอยู่ในทั่วโลกเป็นฐานการผลิตสิงห์ป้อนตลาดได้อย่างรวดเร็ว ลดต้นทุน เป็นการใช้เส้นทางโลจิสติกส์ร่วมเกิดประโยชน์ได้อย่างสูงสุด
เกมธุรกิจจากนี้ ต้องผนึกกำลังระหว่างกันไม่ว่าจะรายใหญ่กับเล็ก หรือใหญ่กับใหญ่ ท้ายสุดต้อง WIN WIN ด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย
หมดยุคปลาใหญ่กินปลาเล็กแล้วจริงๆ






