วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทำไม.โครงการน้ำไทย เกาหลีเข้ารอบมากสุด

หลังประกาศผู้ผ่านการคัดเลือกคุณสมบัติในการเสนอกรอบแนวคิด เพื่อออกแบบก่อสร้างระบบการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนทั้ง 10โมดูล

ของประกอบด้วย6กลุ่มบริษัทซึ่งทั้ง6กลุ่มบริษัทดูเหมือนว่าผู้ที่ได้คะแนนนำ เป็นมาม้ามืดจาก เกาหลีคือ กลุ่ม บริษัทโคเรีย วอเตอร์ รีซอสเซส คอร์เปอเรชั่น ที่ชนะทั้ง 1.โมดุล

ส่วนลำดับรองลงไปคือจากจีนและญี่ปุ่น 2.ITD-POWERCHINA 3.กิจการร่วมค้าไทย-ญี่ปุ่น ส่วนที่เหลือ 4.กิจการร่มค้าซัมมิท เอสยูที 5.กิจการร่วมค้าทีมไทยแลนด์ 6. กิจการร่วมค้าล็อกซเลย์
ทำไมการจัดการน้ำไทย กล่มบริษัทจากเกาหลีซึ่งไม่มีพาร์ทเนอร์คนไทยเลยจึงชนะทั้งหมด ซึ่งในเรื่องนี้ ดร.สุทัศน์ วีสกุล นักวิชาการน้ำจากเอไอทีบอกว่า ผู้ผ่านการคัดเลือกในรอบแรกที่ถือว่ามาแรงคือ เกาหลี เพราะต้องยอมรับว่าในด้านประสบการณ์ เควอเตอร์ เป็นบริษัทที่ใหญ่และดังมากในเกาหลีและในต่างประเทศเพียงแต่ไม่เคยรับงานก่อสร้างในประเทศไทย

สิ่งที่ทำให้เกาหลี ชนะ ญี่ปุ่นและจีน เห็นจะเป็นเรื่องของการเขียนแนวคิดโครงการหรือข้อเสนอได้ดีมากตรงกับเงื่อนไขที่รัฐบาลไทยกำหนดเรียกได้ว่า เขียนโครงการได้ดีมาก จึงต้องจับตาดูรอบที่สองซึ่งจะเป็นเรื่องของการออกแบบก่อสร้างว่า เกาหลีจะทำได้ดีเหมือนรอบแรกหรือไม่

ว่ากันว่า การที่บริษัทของเกาหลีชนะด้วยคะแนนที่สูงในครั้งนี้สร้างความแปลกใจให้กับบริษัทในกลุ่มประเทศญี่ปุ่น แม้จะเข้ารอบ แต่หลายโมดูลมีคะแนนเป็นรอง ซึ่งในเรื่องนี้ทำให้ท่านเอกอัครราชทูตของญี่ปุ่น ร้อนใจขอเข้าพบ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย(กบอ.) เพื่อถามถึงสาเหตุ เพราะผ่านมาต้องยอมรับว่าที่ผ่านมา ไทย ญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์กันทางด้านเศรษฐกิจและการลงทุนเป็นอย่างดี

ซึ่งในเรื่องนี้ นายปลอดประสพ ระบุว่า เพราะกลุ่มบริษัทจากญี่ปุ่นค่อนข้างดื้อเขียนแนวคิดและข้อเสนอมาไม่ตรงกับเงื่อนไขที่ กบอ.ระบุเอาไว้ทำให้หลายโครงการได้คะแนนน้อย ขณะที่จีนก็เช่นกันเขียนรายละเอียดแนวคิดได้ดีไม่เท่ากับเกาหลี

คงต้องจับตาว่ารอบ 2 เกาหลีที่มาเดี่ยวไม่มีพาร์ทเนอร์คนไทยจะผ่านรอบ 2 กี่โมดูล เพราะต้องยอมรับว่ามีหลายโครงการที่เสี่ยงต่อการปะทะของชุมชน และทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้แล้วเสร็จ โดยเฉพาะโครงการที่อาจจะมีปัญหาอุปสรรคในการดำเนินการเพราะเข้าข่ายโครงการตามมาตร 67 วรรค 2 ประเภทกิจการรุนแรงที่กระทบกับชุมชนต้องทำทั้งรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ)และรายงานผลกระทบด้านสุขภาพ(อีเอชไอเอ)

โมดูลแรกและโมดูลที่7 คือการสร้างอ่างเก็บน้ำในลุ่มน้ำปิง วัง ยม น่านสะแกกรัง และป่าสักงบประมาณรวม 62,000 ล้าน ซึ่งกลุ่มบริษัทที่ผ่านการคัดเลือกในรอบแรก คือ บริษัทโคเรีย วอเตอร์ รีซอสเซส คอร์เปอเรชั่น 2.กิจการร่วมค้าไทย-ญี่ปุ่น 3ITD-POWERCHINA

โมดูลที่สี่และโมดูลที่9 ซึ่งเป็นเรื่องการปรับปรุงลำน้ำซึ่งลักษณะการดำเนินการคือการสร้าระตูระบายน้ำงบประมาณรวม17,000ล้าน โดยผู้ผ่านการคัดเลือกเป็น3กลุ่มบริษัทเดียวกับโมดูลแรก

ส่วนโมดูลที่สามคือการจัดทำพื้นที่แก้มลิง ซึ่งอาจจะกระทบต่อพื้นที่ชุ่มน้ำมีงบประมาณ60,000 ล้านบาท โดยบริษัทที่ผ่านการคัดเลือกคือ3กลุ่มบริษัทเดียวกันกับโมดูลแรก

คงต้องจับตาหลังจากนี้ 45 วันซึ่ง กบอ.ได้ระดมนักวิชาการมาร่างทีโออาร์ในการออกแบบก่อสร้าง และลุ้นกันว่ากลุ่มบริษัทสัญชาติไทยเพียวๆ ไม่รวมต่างชาติ อย่างทีมไทยแลนด์ที่ผ่านเข้ารอบเพียง 2 โมดูลจะมีสิทธิ์ลุ้นหรือไม่