วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ถึงเวลา"นายใหญ่"โละทีมเศรษฐกิจ

ความเคลื่อนไหวการปรับคณะรัฐมนตรี ดูเหมือนว่าจะเป็นจริงเข้าทุกขณะ โดยเฉพาะ "ทีมเศรษฐกิจ" ของ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ที่ดูเหมือนว่านับวันจะบูรณาการกันยากขึ้นทุกที ต่างคนต่างทำ จนแทบจะหาผลงานไม่เจอ

งานนี้บอกได้เลยว่า "นายใหญ่" ไม่ปลื้ม ถึงขั้นส่งสัญญาณอยากจะโละทีมเศรษฐกิจทำนองนั้น เพราะหากปล่อยไว้แบบเดิมๆ ก็ไม่รู้ว่าจะเอาผลงานที่ไหนมาอวดอ้างได้

หลายเรื่องที่การบริหารงานของทีมเศรษฐกิจยังไม่เข้าตา "นายใหญ่" โดยเฉพาะโครงการบริหารจัดการน้ำด้วยวงเงิน 3.5 แสนล้านบาท กว่าจะคืบคลานได้ ก็ใช้เวลานานเอาการ ล่าสุดคณะรัฐมนตรีก็เพิ่งอนุมัติบริษัทผู้ที่ผ่านการคัดเลือกกรอบแนวคิด เพื่อออกแบบก่อสร้างระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน และระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของไทย วงเงิน 3.5 แสนล้านบาท 6 กลุ่มบริษัทไปหมาดๆ ส่วนขั้นตอนการประมูลคัดเลือกผู้ชนะก็ยังต้องใช้เวลาอีก

เช่นเดียวกับแผนการกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ที่จะต้องออกเป็นพระราชบัญญัติกู้เงินเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน มาถึงวันนี้ ยังหาความคืบหน้าของแผนการใช้เงินกู้ไม่ได้ สำคัญยิ่งแกนหลักที่รับผิดชอบเรื่องนี้ ยังไม่รู้ว่าจะเป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม การประชุมเกิดขึ้นมาหลายครั้งแต่ก็ไม่สามารถหาข้อสรุปได้ว่า แผนการกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท จะนำไปใช้กับโครงการใดได้บ้าง ทุกครั้งที่มีการประชุม ทำเอา นายกฯ ยิ่งลักษณ์ "ปวดกบาล" อยู่ไม่น้อย เพราะไม่พอใจกับการทำงานที่ไม่บูรณาการ

ล่าสุด การประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ก็ยังไม่ได้นำร่างพระราชบัญญัติที่ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท เข้าพิจารณาเช่นเคย การเลื่อนเสนอเรื่องเข้าคณะรัฐมนตรีครั้งนี้ คงไม่ใช่ครั้งแรก แต่เป็นโรคเลื่อนมาไม่น้อยกว่า 2-3 ครั้งแล้ว นี่ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่การบริหารงานไม่คืบ ภาพที่ปรากฏมีแต่ตัวเลขเท่านั้นเท่านี้ จนกลายเป็น "รัฐบาลกูกู้"

อีกหนึ่งประเด็น ที่ทำให้ "พี่ชาย" ออกอาการไม่พอใจการบริหารงานของทีมเศรษฐกิจ นั่นคือ การแก้ปัญหา "การส่งออก" ที่ยังไม่บูรณาการเพียงพอ ตัวเลขการส่งออก มีเพียงแต่เป้าหมาย ส่วนตัวเลขที่ออกมากลับ "ลดลง" อย่างน่าใจหาย

ถัดมาเรื่องค่าแรง 300 บาท ถือเป็นจุดอ่อนของรัฐบาล ที่กำหนดนโยบายค่าจ้าง 300 บาทออกมาแล้ว แต่กลับไม่เตรียมพร้อม ไม่มีมาตรการรองรับผลกระทบที่เกิดขึ้นได้ จนกลายเป็นมาตรการที่สร้างปัญหาให้กับกลุ่มเอสเอ็มอี อีกทั้งการเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาท ยังไม่สามารถอธิบายชาวบ้านได้ว่า มีเงินเพิ่มอย่างไร เพราะค่าใช้จ่ายได้เพิ่มขึ้นไปแล้วกับราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้น ตรงนี้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องก็ดูเหมือนว่ายังจะจัดการได้ไม่เบ็ดเสร็จ

สิ่งที่เกิดขึ้น ยังไม่มีใครสามารถให้คำตอบได้ว่า นโยบายที่ประกาศไว้ รัฐบาลได้ผลักดันให้เกิดรูปธรรมอย่างไร ทั้งที่นโยบายประชานิยมของพรรคเพื่อไทยออกมาอิงเรื่องชาวบ้านเป็นหลัก และนี่คือสิ่งที่ "นายใหญ่ "มอนิเตอร์มาอย่างต่อเนื่อง และยังมองไม่เห็นผลงาน

ความไม่คืบหน้าของนโยบายเหล่านี้ ถามว่าใคร คือผู้ที่จะต้องรับผิดชอบ แน่นอนว่า ถ้าถาม นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ก็พอจะมีคำตอบอยู่ในใจ แต่อาจจะไม่กล้าส่งเสียงดังว่าใครต้องรับผิดชอบ เพราะว่า "น้ำท่วมปาก" เนื่องจากผู้รับผิดชอบล้วนเป็นคนใกล้ชิดทั้งนั้น

ว่ากันว่า "นายใหญ่" อยากจะให้ยกเครื่องทีมเศรษฐกิจในเร็ววัน เพราะช่วง 1 ปีกว่า มีแต่งานเข้า ไม่มีงานออก รัฐมนตรีที่แต่ละสายส่งเข้ามา มีแต่จะเสียของ หาผลงานโชว์แทบไม่ได้ ฉะนั้นจึง "หมดโปรโมชั่น" สำหรับรัฐมนตรีคุณขอมา

ล่าสุด เมื่อไม่กี่วันมา มีเสียงเล็ดลอดออกมาว่า มีการจับเข่าคุยกันวงในแบบพี่ๆ น้องๆ แล้ว ว่าใครควรจะอยู่ ใครควรจะไป เพราะหากปกป้องเด็กใครเด็กมัน ในระยะยาว อาจไม่เป็นผลดี

ว่ากันว่า วันนี้มีชื่อกุนซือเศรษฐกิจหลายคนที่อยู่ในใจ "นายใหญ่" ที่จะเข้ามาเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจให้กับน้องสาว หนึ่งในนั้นเห็นทีจะมี พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช คนคนนี้ถือว่าผ่านประสบการณ์มามากมาย เคยทำงานร่วมกับนายใหญ่ เคยเป็นเลาขาธิการนายกรัฐมนตรี สำคัญยิ่ง เข้ากับทุกคนได้ โดยเฉพาะในครอบครัว เช่นเดียวกับกระทรวงพาณิชย์ หากคิดจะเปลี่ยนตัว คนที่ถูกหมายตา ณ เวลานี้อาจเป็น "เสี่ยหมู” หรือ “โอว์ตือ” ก็เป็นได้