วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

น่าเอาอย่าง...บัญญัติ 8 ประการของจีน ห้ามผู้ใหญ่ทำตัวอภิสิทธิ์ชน

ผมเพิ่งได้อ่าน “บัญญัติ 8 ประการ” ฉบับเต็มของพรรคคอมมิวนิสต์จีน สั่งการให้ “ปฏิรูป” พฤติกรรมของเจ้าหน้าที่รัฐ

เพื่อป้องกันคอร์รัปชันและเป็นมิตรกับประชาชนมากขึ้น ไม่ทำตัวเป็นเจ้าขุนมูลนาย และทำตัวอยู่เหนือชาวบ้าน แล้วก็เห็นเป็นกฎกติกามารยาท ที่ควรจะเผยแพร่ให้ข้าราชการและนักการเมืองไทยได้รับทราบ

สรุปสั้นๆ ก็คือ ต่อไปนี้ ผู้หลักผู้ใหญ่ของจีนจะถูกห้ามทำอะไรที่เป็นเรื่อง “พิธีกรรม ระบบราชการ และความฟุ่มเฟือย”

ดอกไม้ช่อใหญ่ราคาแพง ป้ายต้อนรับขนาดยักษ์เพื่อเอาใจข้าราชการผู้มาเยือน เหล้ายาปลาปิ้งเต็มโต๊ะอาหาร กำลังจะกลายเป็น “ของต้องห้าม” สำหรับคนใหญ่คนโตของพรรคและรัฐบาลจีน

เพราะว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสัญลักษณ์แห่งการพินอบพิเทา การเอาอกเอาใจ การเล่นเส้นเล่นสาย และการฉ้อราษฎร์บังหลวง ได้ทั้งสิ้น

วันก่อน นั่งเครื่องบินมีเสียงประกาศจากกัปตัน หลังจากผู้โดยสารรอมานาน ว่า

“ขออภัยท่านผู้โดยสารที่เรายังไม่สามารถจะออกบินได้ เพราะเรายังรอผู้โดยสารอยู่อีก 4 ท่าน ที่กำลังเดินทางมาขึ้นเครื่องบิน...”

ผู้โดยสารที่รออยู่ก็อึดอัดหงุดหงิด เพราะเข้าใจทันทีว่า ผู้โดยสาร “อีก 4 ท่าน” ที่ว่านี้ คงจะเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองที่ทำตัวเป็นผู้ยิ่งใหญ่ ไม่สนใจว่าคนอื่นจะต้องเดือดร้อนอย่างไร ทำตัวเป็นผู้มีอภิสิทธิ์ ที่สร้างความน่าเบื่อหน่ายให้กับเจ้าของประเทศคนอื่นๆ เขาได้อย่างหน้าตาเฉย

พอลงจากเครื่องบิน ก็เห็น ส.ส. และ ส.ว. กลุ่มหนึ่งพูดจาเสียงดังเจี๊ยวจ๊าวไปทั่วสนามบินเล็กๆ ของต่างจังหวัดแห่งนั้น

หนีไม่พ้นว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยเจอประสบการณ์อย่างนี้บ่อย ไม่รู้จะไปร้องเรียนกับใคร ก็ได้แต่ก่นด่า “ท่านผู้ทรงเกียรติ” ของบ้านเมืองนี้

พอเห็นข้อบังคับใหม่ 8 ข้อ ของทางการจีน ผมจึงเชื่อว่านี่อาจจะเป็นทางแก้ทางหนึ่งสำหรับเมืองไทย

บัญญัติ 8 ประการ ของ พรรคคอมมิวนิสต์จีน บอกว่า

1. ให้ลดการจัดระเบียบพิเศษด้านการจราจร สำหรับผู้ใหญ่ในการเดินทาง เพื่อลดความไม่สะดวกต่อประชาชน และการ “เดินทางตรวจเยี่ยม” ของเจ้าหน้าที่ที่เป็นเพียงพิธีการจะต้องระงับให้หมดสิ้น

2. ห้ามสมาชิกกรมการเมืองระดับสูงไปเปิดงานต่างๆ ในพิธีตัดริบบิ้นหรือวางศิลาฤกษ์ รวมถึงการร่วมฉลองหรือสัมมนา ยกเว้นว่าจะได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการกลางของพรรคเท่านั้น

3. การเดินทางต่างประเทศของเจ้าหน้าที่จะต้องจำกัดเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น และให้ลดจำนวนผู้ติดตามลงไป อีกทั้งส่วนใหญ่แล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องมีการให้คนจีนโพ้นทะเล หรือสถาบันหรือนักศึกษาไปรับที่สนามบินใดๆ

4. สมาชิกของกรมการเมืองทุกคนต้องศึกษาทำความเข้าใจกับสถานการณ์ที่แท้จริง เกี่ยวกับรากหญ้าด้วยการติดตามเรียนรู้อย่างลึกซึ้ง

5. ผู้นำระดับสูงทุกคน ควรจะต้องฟังประชาชนและเจ้าหน้าที่ระดับรากหญ้ามากขึ้น เพื่อช่วยแก้ปัญหาที่แท้จริงของชาวบ้าน

6. ขอให้จัดระเบียบว่าด้วยการประชุมระดับชาติ และกิจกรรมสำคัญๆ ด้วยการมุ่งสร้างประสิทธิภาพสำหรับการประชุมของทางการและการออกเอกสารทั้งหลาย

7. การประชุมของทางการจะต้องสั้นและตรงประเด็น หลีกเลี่ยงการปราศรัยเยิ่นเย้อวกวนและว่างเปล่า เอกสารทางการที่ไม่มีสาระหรือมีเนื้อหาที่สำคัญจริงๆ ก็ไม่ควรจะแจก

8. ขอให้ลดการรายงานข่าวเกี่ยวกับการไปร่วมประชุม หรือร่วมกิจกรรมของสมาชิกกรมการเมือง และหากมีรายงานข่าวก็ควรจะขึ้นอยู่กับเนื้อหาของงาน คุณค่าของข่าวและผลต่อสังคมจริงๆ และในทำนองเดียวกันการตีพิมพ์ข่าวเกี่ยวกับงานและกิจกรรมของเจ้าหน้าที่ระดับสูง ก็ควรจะต้องจำกัดให้เหลือเท่าที่จำเป็นเท่านั้น

อ่านแล้วก็เห็นภาพที่สะท้อนความเป็นไปในระบบการปกครองของจีน ที่เคยเทอะทะและมีความสลับซับซ้อน อีกทั้งยังมีธรรมเนียมปฏิบัติที่เอื้อต่อความเหลื่อมล้ำต่ำสูงในสังคมอย่างยิ่ง

แม้ว่า เหมา เจ๋อตุง จะพยายามสร้าง “จีนใหม่” หลังจากพรรคคอมมิวนิสต์จีนยึดอำนาจได้ และพยายามจะสร้าง “สังคมในอุดมคติ” ที่ให้ประชาชนมีความเสมอภาค ไม่แบ่งชั้นวรรณะ แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว เรื่องอย่างนี้ก็เกิดขึ้นจนได้ เพราะว่ามนุษย์นั้นเมื่อมีอำนาจและบารมีแล้ว ก็จะพยายามเอารัดเอาเปรียบคนที่มีอำนาจต่อรองน้อยกว่า

โดยเฉพาะ หากเป็นกลไกทางการเมืองและระบบราชการที่แบ่งชนชั้นกัน ตามตำแหน่งหน้าที่และสิทธิพิเศษเสมอ
คนไทยอ่าน 8 ข้อนี้แล้ว ผมว่าเข้าประเด็นทุกเรื่อง

ใครกล้าเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี ให้มี “บัญญัติ 10 ประการ” ของไทย (เพราะผมเชื่อว่าปัญหาของระบบราชการไทยมีมากกว่า 8 ข้อของจีน)

ผมยกมือเชียร์เต็มสูบ...เลยครับ!