วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เพิ่มขีดแข่งขันไอที ต้องเอาจริงต้องเอาจริง

อันดับขีดความสามารถทางการแข่งขันด้านไอซีทีของประเทศไทยร่วงรูดลงไปอย่างต่อเนื่อง จากการจัดอันดับการแข่งขัน

และขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีสารสนเทศปี 2549 เคยอยู่อันดับที่ 34 พอถึงปี 2555 หล่นไปอันดับที่ 77 โดยข้อมูลจากดัชนีชี้วัดเน็ตเวิร์ค เรดดิเนส ใช้วิธีวัดจากสิ่งต่างๆ เช่น การมีโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่ครอบคลุม ประชากรของประเทศเข้าถึงการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ และการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ประโยชน์

แต่ถ้าอ้างถึงรายงานของกลุ่มพันธมิตรธุรกิจซอฟต์แวร์ (บีเอสเอ) ปี 2554 เรื่องดัชนีชี้วัดความสามารถด้านการแข่งขันในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) ซึ่งจัดทำโดยอีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิต (Economist Intelligence Unit : EIU) ที่ชี้วัดความสามารถด้านการแข่งขันในอุตสาหกรรมไอทีของ 66 ประเทศ ด้วยปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านไอที เช่น สิ่งแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจโดยรวม โครงสร้างพื้นฐานด้านไอที ทรัพยากรบุคคล การค้นคว้าวิจัยและพัฒนา (อาร์แอนด์ดี) สิ่งแวดล้อมด้านกฎหมาย และการสนับสนุนจากภาครัฐต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมไอทีของประเทศ ปรากฏว่า ประเทศไทยครองอันดับที่ 50 ลดลงจากอันดับที่ 49 เมื่อปี 2552 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของคะแนนในส่วนที่เป็นปัจจัยส่งเสริมสนับสนุนจากรัฐบาลที่มีให้แก่การพัฒนาของอุตสาหกรรมไอทีของประเทศ แต่เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นภายในภูมิภาคเอเชียด้วยกัน ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 11 ถัดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน แต่แซงหน้าฟิลิปปินส์ เวียดนาม และอินโดนีเซีย

เดือนกันยายน 2555 น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ได้ยกข้อมูลอันดับที่ 77 ของเน็ตเวิร์ค เรดดิเนส อินเด็กซ์ มาบอกต่อสังคมว่า กระทรวงต้องเร่งพัฒนาเพื่อชดเชยโอกาสที่เสียไป โดยจะอาศัยการมี 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ การเร่งเดินหน้านโยบายสมาร์ทไทยแลนด์ผลักดันให้การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของประชาชนครอบคลุมประชากร 80% ในปี 2558 เป็นต้น ซึ่งจะเป็นตัวช่วยผลักดันให้ความสามารถทางการแข่งขันด้านไอซีทีกลับมายืนอยู่อันดับที่ 34 ล่าสุด รัฐมนตรีไอซีทียึดเกณฑ์ของอีไอยูแสดงความคาดหวังอันดับขีดความสามารถทางการแข่งขันด้านไอซีทีของประเทศจะขยับขึ้นไม่น้อยกว่า 10 อันดับ จากที่เคยร่วงไปเฉียดอันดับ 50 ของโลก จากปัจจัยการขยายตัวของการใช้บรอดแบนด์ที่เพิ่มขึ้นจาก 12% เป็น 30% การเปิดให้บริการ 3จี โครงการแทบเล็ตนักเรียนที่ช่วยให้เกิดการบริโภคข้อมูลผ่านอุปกรณ์อัจฉริยะต่างๆ เพิ่มสูงขึ้น

เราเห็นว่า การขยับอันดับขีดความสามารถทางการแข่งขันด้านไอซีทีให้สูงขึ้นเป็นสิ่งที่ดี ไม่ว่าจะอ้างอิงฐานข้อมูลใดก็ตาม ซึ่งควรลงมือกระทำอย่างจริงจัง ที่สำคัญประชาชนทุกระดับต้องเก็บเกี่ยวผลประโยชน์นั้นๆ ได้อย่างทั่วถึง และเท่าเทียม ไม่ใช่โครงการผักชีสวยหรู จับต้องไม่ได้ เพราะโลกทุกวันนี้ ไม่ว่าจะยากดีมีจนเช่นไรต้องได้โอกาสเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างทัดเทียมกัน เพื่อเพิ่มโอกาส และคุณภาพชีวิตของประชาชน เนื่องด้วย เทคโนโลยีคือปัจจัยสำคัญของการขับเคลื่อนโลกยุคใหม่