การเจรจาระหว่างฝ่ายบริหารและสหภาพการบินไทย ในประเด็นการจ่ายโบนัสประจำปีได้ยุติลง โดยฝ่ายบริหารได้ชี้แจง
ถึงที่มาที่ไปของการอนุมัติจ่ายโบนัส 1 เดือน และดูเหมือนฝ่ายสหภาพต้องการมากกว่านั้น แต่เนื่องจากการจ่ายโบนัสพิจารณาจากผลประกอบการของบริษัทการบินไทย ซึ่งก็เช่นเดียวกับบริษัทมหาชนอื่นๆที่จ่ายโบนัสโดยให้หลักเกณฑ์เดียวกัน แต่เมื่อฟังการชี้แจงของสหภาพแรงงานสะท้อนให้เห็นว่าประเด็นที่นำไปสู่การชุมนุมจนส่งผลกระทบต่อการให้บริการนั้นไม่ใช่เรื่องประเด็นโบนัสเพียงอย่างเดียว
หากฟังคำชี้แจงของนางแจ่มศรี สุกโชติรัตน์ ประธานสหภาพแรงงานการบินไทย ที่ระบุว่าเหตุผลการชุมนุมส่วนหนึ่งเกิดขึ้นเพราะประธานคณะกรรมการการบินไทย มีปัญหาเรื่องการบริหารงาน แม้แต่การประกาศผลประกอบการก็ไม่ใช่หน้าที่ของประธานคณะกรรมการ แต่ควรจะเป็นหน้าที่ของกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเป็นความขัดแย้งระหว่างผู้บริหารบางคนกับฝ่ายสหภาพการบินไทยเท่านั้น ส่วนประเด็นอื่นเป็นเหตุผลที่หยิบยกมาประกอบการชุมนุมเท่านั้น อีกทั้งการจ่ายโบนัส 1 เดือนก็ถือว่าไม่เลวร้ายมากนัก
หากสาเหตุของการชุมนุมเนื่องจากมาจากความขัดแย้งของคนในการบินไทยเอง และส่งผลกระทบต่อการให้บริการ โดยเที่ยวบินของการบินไทยล่าช้ารวม 76 เที่ยวบิน จาก 176 เที่ยวบิน แบ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศ 63 เที่ยวบินจาก 133 เที่ยวบิน และเที่ยวบินในประเทศ 13 เที่ยวบิน จาก 43 เที่ยวบิน ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ใช้บริการที่เคยใช้บริการโดยหวังว่าจะได้รับบริการที่ดี แต่เราไม่รู้ว่าผู้โดยสารในวันนั้นจะได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง แต่อย่างน้อยก็ทำให้เวลาต้องล่าช้าออกไปจากเที่ยวบินดังกล่าว
หากเปรียบเทียบการชุมนุมของสหภาพการบินไทย กับการชุมนุมทางการเมืองที่เกิดขึ้นนั้น แทบเรียกได้ว่าลอกแบบกันมา ไม่ว่าจะเป็นม็อบสีไหน กล่าวคือ เป็นการแสดงออกทางการเมืองตามสิทธิพื้นฐาน แต่คนอื่นได้รับผลกระทบไปด้วย บางคนเรียกว่าการชุมนุมของคนไทยนิยมใช้ประชาชนหรือผู้บริการสาธารณะเป็นตัวประกันเอาไว้ต่อรองกับฝ่ายตรงกันข้าม แต่กรณีของการบินไทย ซึ่งมีขอบเขตที่เล็กลงเมื่อเทียบกับการชุมนุมทางการเมือง ความรับผิดชอบที่เกิดขึ้นอาจต้องมากกว่าเพราะเป็นภาคบริการประชาชนที่เป็นผู้ซื้อบริการ
เราไม่รู้ว่าการชุมนุมในครั้งนี้ สหภาพการบินไทยจะรู้หรือไม่ว่ามีผลกระทบต่อผู้โดยสาร แต่เมื่อการชุมนุมในครั้งนี้มีผลกระทบเกิดขึ้น สหภาพการบินไทยต้องคิดให้มากหากจะเกิดสถานการณ์เช่นนี้อีก เพราะความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมาจากผลประโยชน์ของคนในการบินไทยเอง ซึ่งไม่เกี่ยวกับคนภายนอกเลย แต่ปรากฏว่าเมื่อตกลงกันไม่ได้หรือเกิดความไม่พอใจ กลับสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้โดยสาร ที่ซื้อบริการจากการบินไทยตามข้อตกลงทางการค้าที่หวังว่าจะได้รับบริการที่ดีตามที่ให้สัญญาไว้
เราเห็นว่าการชุมนุมของคนการบินไทย ไม่ว่าจะสาเหตุใดนั้นเป็นเรื่องที่สามารถกระทำได้ 100% แต่เราไม่เห็นด้วยที่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้โดยสารที่ไม่รู้มากก่อน ซึ่งหากการบินไทยต้องการจะชุมนุมก็ควรบอกกล่าวหรือแจ้งไว้ว่าการชุมนุมของตัวเองจะส่งผลกระทบต่อบริการอย่างไร เพื่อที่ว่าผู้โดยสารจะไปใช้บริการของสายการบินอื่น นั่นเป็นกติกาการชุมนุมที่เป็นธรรมซึ่งนานาประเทศใช้กัน เราหวังว่าสังคมไทยน่าจะหมดยุคการชุมนุมเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวโดยอ้างส่วนรวมเป็นตัวประกันเพื่อต่อรองได้แล้ว









