วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คนกรุงเทพฯ ต้องการผู้ว่าแบบไหน

เปิดตัวผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่ากันไปแล้วสำหรับ2พรรคใหญ่ เพื่อไทยและประชาธิปัตย์

ซึ่งทั้ง พล.ต.อ. พงศพัศ พงษ์เจริญ ว่าที่ผู้สมัคร ผู้ว่า ฯ กทม. พรรคเพื่อไทย และ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.พรรคประชาธิปัตย์ ต่างลุยหาเสียงกันเต็มที

แต่ที่น่าสนใจมากในการหาเสียงครั้งนี้คือนโยบายหาเสียงไม่แตกต่างจากการเมืองระดับชาติที่ใช้"วิธีทุ่มประชานิยม" ไม่ว่าจะเป็นค่ารถไฟฟ้าฟรี ค่าเรือฟรี ซึ่งนโยบายเหล่านี้ออกมาตั้งแต่ผู้สมัครทั้งสองยังไม่ประกาศนโยบายชัดเจน

เรียกว่าเดินตามแนวการเมืองระดับชาติ "ฮิตประชานิยม"แบบแจกแบบแถม ซึ่งคงต้องถามใจคนกรุงเทพว่า ต้องการผู้ว่ากรุงเทพฯแบบไหน เพราะหากจะว่าไปแล้วปัญหาของชาวกรุงมากมายที่ต้องการคนมีฝีมือใช้ความกล้าหาญในการแก้ไข

ปัญหาฝุ่นเสียง เมืองมลพิษที่กรุงเทพมหานครไม่เคยทำให้เมืองสะอาดได้เพราะจากการสำรวจล่าสุดของกรมควบคุมมลพิษพบว่าตรวจฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 โมครอน พบว่า 10 ถนนมีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน คือ 1. ถนนราชปรารภ 2. ถนนสุขุมวิท 3. ถนนอาจณรงค์ 4. ถนนบำรุงเมือง 5. ถนนสาธุประดิษฐ์ 6. ถนนหลานหลวง
7. ถนนเยาวราช 8. ถนนพิษณุโลก 9. ถนนสุขาภิบาล 1 10. ถนนพระราม 1

ส่วนสถานการณ์มลพิษด้านเสียง พบถนนที่มีระดับเสียงเกินมาตรฐานทุกวัน คือ เกิน 70 เดซิเบล คือ 1. ถนนอินทรพิทักษ์ 2. ถนนตรีเพชร
ส่วนถนนที่การจราจร หนาแน่นที่มีเสียงเกินมาตรฐาน 3 อันดับ คือ 1. ถนนตากสิน 2. ถนนสุขุมวิท 3. บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

ปัญหามลพิษที่คนกรุงเทพต้องเผชิญทุกวัน ยังไม่นับรวมถึงพื้นที่สีเขียวที่มีจำนวนน้อยทางจักรยานที่ผู้ว่ากทม.เกือบทุกสมัยประกาศว่าจะเพิ่มทางจักรยานเพิ่มพื้นที่สีเขียวลดปริมาณขยะและฝุ่นในกทม แต่ที่สุดแล้วไม่สามารถดำเนินการได้อย่างจริงจัง

การลงชิงผู้ว่ากทม.ครั้งนี้ทั้งสองพรรคประกาศเช่นกันว่าจะเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับกทม.ซึ่งคงต้องจับตามว่าจะทำจริงหรือไม่ เพราะหากมาดูข้อมูลของสำนักงานสวนสาธารณะ สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร ระบุว่า กทม. มีประชากรตามทะเบียน 5,702,595 คน มีพื้นที่สีเขียว 23,378,480.64 ตารางเมตร เมื่อเทียบแล้ว อัตราส่วนพื้นที่สีเขียวต่อจำนวนประชากร กทม. เท่ากับ 4.09 ตารางเมตร/คน

แต่องค์การอนามัยโลก (WHO) เสนอเกณฑ์ด้านพื้นที่สีเขียวว่า อย่างน้อยไม่ควรต่ำกว่า 9 ตารางเมตร/คนนั่นหมายถึงคุณภาพชีวิตคน กทม. ตกเกณฑ์องค์การอนามัยโลกมากกว่าเท่าตัว

หากพิจารณาเขตที่มีพื้นที่สีเขียวเกินเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก พบว่ามีเพียง 5 เขต จากทั้งสิ้น 50 เขต ได้แก่ เขตประเวศ เขตหลักสี่ เขตปทุมวัน เขตทวีวัฒนา และเขตจตุจักร เพราะทั้งห้าเขตมีพื้นที่สีเขียวค่อนข้างมาก

เนื่องจากมีสวนสาธารณะขนาดใหญ่ในย่าน เช่น สวนลุมพินี สวนหลวง ร9 สวนวชิรเบญจทัศ เป็นต้น แตกต่างจากเขตที่เหลือส่วนใหญ่ที่พื้นที่สีเขียวมักเป็นเกาะกลางถนน แนวต้นไม้ข้างทาง และหย่อมสวนในหมู่บ้านหรือชุมชน โดยที่มีสวนสาธารณะขนาดไม่ใหญ่อยู่ไม่มาก หรือไม่มีเลย

ในขณะที่หากไล่อันดับ ปรากฏว่า 5 เขตที่มีสัดส่วนพื้นที่สีเขียวต่อจำนวนประชากรน้อยที่สุด ได้แก่ เขตบางรัก เขตวัฒนา เขตจอมทอง เขตบางกอกใหญ่ และเขตวังทองหลาง
การเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อเป็นปอดให้คนกรุงจึงเป็นโจทย์ใหญ่ของผู้ว่ากทม.มากกว่าลดค่าเรือ หรือ ค่ารถไฟฟ้า

นอกจากนี้ปัญหาที่ดูเหมือนยังเป็นฝันร้ายของชาวกทม.คือน้ำท่วมซึ่งนับวันแผ่นดินกทม.ยิ่งทรุดลงจากการคาดการณ์ของนักวิชาการหลายท่านคาดว่าอีกไม่เกิน20ปีกทม.อาจจะมีสภาพที่น้ำท่วมขังนานขึ้น

โจทย์ที่อยากเห็นผู้ว่ากทม.คนใหม่โชว์วิสัยทัศน์คือการวางแผนรับมือน้ำท่วมการตรวจสภาพคูคลองประตูระบายน้ำ ....นี้ต่างหากคือนโยบายที่ผู้ว่ากทม.ควรต้องประกาศมากกว่าลดค่าเรือ ฟรีค่ารถไฟฟ้า