เอเชียนับเป็นภูมิภาคที่มีความสำคัญ ซึ่งกำลังเป็นดาวเด่น และจุดสนใจของหลายฝ่าย
รวมถึงประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลกอย่างสหรัฐ เมื่อปลายปีที่แล้วสหรัฐตอกย้ำความสำคัญของเอเชีย ด้วยการที่ประธานาธิบดีบารัก โอบามา เดินทางมาเยือนเอเชียเป็นภูมิภาคแรกหลังชนะการเลือกตั้งได้เป็นผู้นำอีกสมัย ทั้งยังนับเป็นครั้งแรกตั้งแต่สงครามเวียดนามที่ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาภูมิภาคเอเชียอาคเนย์เป็นการเฉพาะ โอบามาย้ำชัดเจนระหว่างการเยือนว่าไทยเป็นพันธมิตรตามสนธิสัญญาที่เก่าแก่ที่สุดของสหรัฐในภูมิภาคเอเชีย โดยความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและสหรัฐนั้น ยาวนานถึง 180 ปี
ล่าสุดนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ แห่งญี่ปุ่น ก็ได้เดินทางเยือนไทย เวียดนามและอินโดนีเซีย ที่ถูกระบุว่าเป็นส่วนหนึ่ง "ศูนย์กลางการเติบโต" ของศตวรรษที่ 21 ในการนำพาการเติบโตของเศรษฐกิจโลก โดยสำหรับไทยนั้น นายอาเบะนับเป็นนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นคนแรกในรอบ 11 ปีที่เยือนไทยอย่างเป็นทางการ และสองประเทศมีค่านิยมพื้นฐานรวมถึงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจร่วมกัน โดยญี่ปุ่นเป็นนักลงทุนโดยตรงรายใหญ่ที่สุดของไทย และเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของไทย นอกจากนั้น ในแต่ละปียังมีชาวญี่ปุ่นมาเที่ยวประเทศไทยถึง 1.13 ล้านคน ส่วนคนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่นมีจำนวนปีละ 190,000 คน
ความสนใจที่ชาติยักษ์ใหญ่เทมาให้เอเชีย มีขึ้นหลังจากธนาคารโลกเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก ที่ระบุว่าประเทศกำลังพัฒนา จะยังเป็นกลไกหลักในการเติบโตของเศรษฐกิจโลกปีนี้ด้วยอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่ง 5.5% นำโดยจีนที่คาดว่าจะขยายตัว 8.4% อันเป็นแนวโน้มที่ตรงกันข้ามกับยุโรปและสหรัฐซึ่งกำลังซบเซาและคาดว่าจะขยายตัวเพียง 1.3% แต่ประเทศกำลังพัฒนาก็เสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบหากสถานการณ์ในยูโรโซนย่ำแย่ลง หลังจากธนาคารโลกทำนายว่าปีนี้ยูโรโซนจะตกอยู่ในภาวะถดถอยด้วยตัวเลขติดลบ 0.1% ส่วนความเสี่ยงในสหรัฐยังอยู่ในรูปของการเจรจาเกี่ยวกับงบประมาณในเรื่องของการเพิ่มเพดานหนี้ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์
กว่าที่เศรษฐกิจของซีกโลกตะวันตกอย่างยูโรโซนหรือประเทศที่ใช้เงินสกุลยูโรจะกลับมาอยู่บนเส้นทางของการขยายตัว ก็คาดว่าจะเป็นปีหน้า แต่การเติบโตก็ยังอยู่ในระดับต่ำเพียง 0.9% จากนั้นจึงจะเพิ่มเป็น 1.4% ในปี 2558 ส่วนการค้าสินค้าและบริการในโลกก็ขยายตัวเพียง 3.5% เมื่อปีที่แล้ว และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 6% ในปีหน้า ก่อนขยายตัวต่อเนื่องเป็น 7% ในปี 2558 สำหรับความเสี่ยงขาลงนั้น นอกจากวิกฤติยูโรโซนแล้ว ยังมีประเด็นเรื่องหนี้และการคลังในสหรัฐ รวมถึงการชะลอตัวลงอย่างมากด้านการลงทุนในจีน และกรณีที่การจัดหาน้ำมันในโลกเกิดการติดขัด
การที่ประเทศต่างๆ หันมาให้ความสนใจเอเชีย จึงเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลอยู่ เพราะเอเชียเป็นกลไกการเติบโต อีกทั้งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของภูมิภาคนี้ ก็รวมถึงประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 2 ของโลกอย่างจีน และยังมีตลาดใหม่ๆ ที่มีศักยภาพรวมอยู่อีกด้วย จึงเป็นที่หมายปองของทั่วโลก และเป็นการตอกย้ำอีกครั้งถึงยุคแห่งความรุ่งเรืองของเอเชีย อันเป็นกระแสที่ดำเนินมาพักใหญ่แล้วและคาดว่าจะต่อเนื่องไปได้อีกช่วงหนึ่งทีเดียว









