ด้วยการปรับปรุงพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด ที่ขณะนี้คณะอนุกรรมการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิด้านเอดส์
มูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์ ร่วมกับเครือข่ายคนทำงานลดอันตรายจากการใช้สารเสพติด (12D) จัดเวที "ข้อเสนอภาคประชาชนต่อการแก้ไขร่างพ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด (ฉบับที่...) พ.ศ...." เพื่อให้มีผลนำไปสู่ภาคปฏิบัติเป็นรูปธรรม โดยมีสาระสำคัญกำหนดบุคคล ซึ่งผ่านการการตรวจสอบหรือทดสอบเบื้องต้นว่ามียาเสพติดอยู่ในนร่างกาย และสมัครใจจะขอเข้ารับการฟื้นฟู ได้รับการยกเว้นไม่ต้องถูกแจ้งข้อหา
>>> ผู้ประสานงานเครือข่ายคนทำงานลดอันตรายจากการใช้สารเสพติด ลาวัลย์ สาโรวาท บอกว่า ประเทศไทยในปัจจุบันมีผู้เสพยา 1.2 ล้านคน มีอัตราการชุกของการติดยาเสพติดค่อนข้างสูง ขณะที่งบประมาณด้านยาเสพติดเพิ่มขึ้นจาก 9,000 เป็น 11,000 ล้านบาท แม้งบประมาณจะเพิ่มขึ้นแต่ก็ยังมีผู้ติดยาเพิ่มขึ้นด้วย สำหรับกฎหมายไทยที่ผู้ครอบครองยาเพื่อเสพเป็นความผิด ส่งผลต่อการเข้าถึงการบริการด้านการป้องกันและการดูแลเรื่องเอดส์ ซึ่งเครือข่ายฯ มองคนเหล่านี้เป็นผู้ป่วยที่ควรได้รับการบำบัด ขณะที่การบำบัด จะเป็นรูปแบบสมัครใจบำบัดและบังคับบำบัด แต่ปัญหาคือสถานพยาบาลไม่เพียงพอ ด้านตัวเลขนักโทษ 70 เปอร์เซ็นต์ เป็นคดียาเสพติด
>>> หัวหน้าทีมศึกษาทบทวนนโยบายและกฎหมายด้านยาเสพติด ชฤทธิ์ มีสิทธิ์ บอกว่า นโยบายและกฎหมายยาเสพติดไม่เอื้อต่อหลักการสิทธิมนุษยชน ส่วนนโยบายด้านยาเสพติดยังขาดความชัดเจน ว่าเพื่อปราบ หรือเพื่อป้องกัน หรือเพื่อบำบัด เพราะจากประเมินช่วงก.ย.2554-ก.พ.2555 จับกุมผู้ค้าได้เพียง 6 เปอร์เซ็นต์ แต่จับผู้เสพหรือผู้ครอบครองรวมกันประมาณ 80 เปอร์เซนต์
>>> มูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์ สุภัทรา นาคะผิว บอกว่า เป็นอัตรายอย่างยิ่งหากจะให้ผู้ไปบำบัดโดยที่ไม่ผ่านกระบวนการทางศาล เพราะเท่ากับบอกว่าเขากระทำความผิด
>>> วานนี้ (16) ศาลอาญากรุงเทพใต้ ชี้ว่า "บุญมี เริ่มสุข" เสียชีวิตจากอาวุธปืน แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าฝีมือใคร เพราะทั้งเจ้าหน้าที่และนปช.ถูกยิงด้วยปืนชนิดดังกล่าวทั้ง 2 ฝ่าย เป็นคำถามว่า ดีเอสไอ-ธาริต เพ็งดิษฐ์ จะตั้งสำนวนคดีสอบสวนนปช.ยิงเจ้าหน้าที่หรือไม่ ดีเอสไอ.มีหน้าที่ค้นหาความจริงว่านปช.เอาอาวุธมาจากไหน หรือเป็นหน้าที่ของใคร
>>> อีกคดีถือเป็น มาตรฐานใหม่ เมื่อ ศาลปกครองสูงสุด สั่งสตช.จ่ายชดเชยผู้ชุมนุมท่อก๊าซไทย-มาเลย์ สมัย "ทักษิณ ชินวัตร" เป็นนายกฯ ชี้ทำรุนแรง ผิดกฎหมาย เหตุเกิด 20 ธ.ค. 2545 ชาวบ้านกว่า1,500คน รวมตัวกันเพื่อไปยื่นหนังสือคัดค้านโครงการท่อก๊าซไทย-มาเลเซียต่อนายกรัฐมนตรีไทยและมาเลเซีย ผู้คัดค้านก็ถูกไล่ทุบตีจนแตกกระเจิง ตำรวจทุบรถยนต์ ลากคนบนรถครูดไปกับพื้นถนนซีเมนต์ จับไป 12 คน รถยนต์ถูกยึด 7 คัน บาดเจ็บนัยร้อย
>>> ครอบครัว “ขจรประศาสน์” กราบขอบพระคุณทุกๆ ท่านที่เป็นห่วงอาการเจ็บป่วยของ พลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ ซึ่งได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน 2555 ด้วยปัญหาโรคระบบทางเดินหายใจ (ถุงลมโป่งพอง) โดยได้มีการโทรศัพท์สอบถามอาการเจ็บป่วย รวมทั้งได้มาเซ็นต์เยี่ยมที่โรงพยาบาลศิริราชเป็นจำนวนมาก ซึ่งปัจจุบันอาการโดยทั่วไปดีขึ้นตามลำดับและยังอยู่ในความดูแลของแพทย์ต่อไป ทางครอบครัว “ขจรประศาสน์” รู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง จึงขอกราบขอบพระคุณทุก ๆ ท่านมา ณ ที่นี้ด้วย









