วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จำนำล้ม..บุญทรง"ร่วง" กับขบวนการหมกทุกเมล็ด!

"อาจเป็นเพราะรัฐบาลมั่นใจในอำนาจตัวเองที่เบ็ดเสร็จ จึงมีความหยิ่ง ทะนงตน หรือลุแก่อำนาจ เดินหน้าโครงการจำนำข้าว

โดยไม่สนใจคำวิจารณ์ใดๆ ทั้งๆ ที่เป็นโครงการที่หมกทุกเมล็ด เปิดช่องให้เกิดการคอร์รัปชัน หลายขั้นตอน"

เมื่อย้อนดู "ทางแบบเอาตัวรอด" ของรัฐบาลทักษิณ ในอดีต และสืบทอดพันธุกรรมมาถึงรัฐบาล "น้องสาว" จะพบว่าเมื่อโครงการไหนเกิดปัญหา ถูกสังคมตั้งข้อสงสัย มักจะหาทางออกอยู่2-3 ขั้นตอน

1.สร้างข่าวใหม่เบี่ยงเบนประเด็นที่กำลังจนตรอก... ในอดีต พ.ค.2547 การหยิบประเด็นออกพันธบัตรซื้อหุ้นลิเวอร์พูล ถือว่าคลาสสิคที่สุด หากใครยังสงสัยประเด็นนี้ ลองสอบถาม "สมใจนึก เองตระกูล" ซึ่งดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลังสมัยนั้น น่าจะทราบดี อยู่ที่ว่าจะ "บอก" หรือไม่? เพราะปัจจุบัน ถือว่าเป็นอีกคนที่ "พี่คนแรก" โปรดปราน!

ปลัดคลังคนปัจจุบันที่เก้าอี้ยังแข็ง ก็เพราะพลังภายในของอดีตปลัดคลังท่านนี้แหละ!

2.ย้อนศร คู่แข่ง...กลยุทธ์ใช้ดีเอสไอสอบโครงการขายข้าวแบบจีทูจี ในสมัยพรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้ผลระดับหนึ่ง เพราะเมื่อย้อนกลับไปดูการระบายข้าวในสมัยนั้น ถือว่ามี "ช่องโหว่" ให้กล่าวถึงพอสมควร และเป็นอีกปม ที่เกิดความขัดแย้งในพรรคประชาธิปัตย์สมัยนั้น ระหว่างรัฐมนตรีที่ดูแลกระทรวงพาณิชย์ กับ"กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ"

จะว่าไปแล้ว การย้ายให้"ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ"มาเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ คือการเตรียมพร้อมตอบโต้ทางการเมือง "เป็นการเฉพาะ"

3.ย้ายรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับ "ปมสงสัย" หรือกระทรวงที่ฝ่ายค้าน ภาคประชาชนกำลังตรวจสอบ ออกจากพื้นที่ หรือปลดออก
จำนำข้าว กับเส้นทาง "บุญทรง เตริยาภิรมย์" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ดูเหมือนจะเดินทางมาถึงขั้นที่ 3 เรียบร้อยแล้ว
"ย่อมต้องหาคนรับผิดชอบ"!
"จำนำข้าวล้ม...ก็ต้องมีคนสังเวย!

คำถามอยู่ที่ว่า"เปลี่ยนคนเพื่อที่จะไม่เปลี่ยนนโยบาย"?
คำถามต่อมา...จำนำข้าว ทำให้อุตสาหกรรมข้าวไทย "พังทั้งระบบ" ...ฐานะการคลังสั่นคลอน จากผลการขาดทุนปีละกว่าแสนล้านบาท ที่สำคัญไปกว่านั้น การขาดทุนมหาศาล หากเม็ดเงินตกถึงมือชาวนา ก็พอรับฟังได้ระดับหนึ่ง แต่ตัวเลขกลับโชว์ให้เห็นว่า "ชาวนายากจน" แค่18%เท่านั้น ที่ได้รับประโยชน์ งบประมาณ"หลักหมื่นล้านบาท"ที่รั่วไหลตกอยู่ในมือของ"คนที่ไม่ทำนา"
แค่ตั้งคำถามง่ายๆ ว่าทำไม่เมื่อรัฐบาลจำนำข้าวทุกเมล็ด และไม่มีการระบายขายในประเทศ เหตุใด "ข้าวสารในประเทศ" ราคาไม่ปรับขึ้นมาก

สงสัยได้ว่า..มีการแอบขายภายใน!
ทีดีอาร์ไอ ตั้งคำถาม ระหว่างม.ค.-ต.ค. 2555 ไทยสามารถส่งออกข้าวนึ่งได้ถึง 1.789 ล้านตัน โดยข้อเท็จจริงแล้วไทยจะต้องไม่มีการส่งออกข้าวนึ่งหรือ ถ้ามีการส่งออกก็จะอยู่ในระดับน้อยมาก เพราะชาวนาขายข้าวเปลือกส่วนใหญ่ให้โครงการจำนำ โดยเฉพาะในฤดูนาปรัง ข้าวเปลือกทุกเมล็ดถูกขายให้รัฐบาลโครงการจำนำไม่มีหลักเกณฑ์การจ้างโรงสีให้ทำข้าวนึ่งเลย
ดังนั้นหลังจากมีการจำนำข้าว โรงสีข้าวนึ่งจะไม่สามารถหาซื้อข้าวเปลือกมา “นึ่ง” ก่อนที่จะสีแปรสภาพเพื่อส่งออกได้

แต่ข้อเท็จจริงกลับปรากฏว่าไทยมีการส่งออกข้าวนึ่งจำนวน 1.789 ล้านตัน ในเดือนม.ค.-ต.ค.2555 ตัวเลขส่งออกข้าวนึ่งจึงเป็นหลักฐานชัดเจนว่าผู้ส่งออกข้าวนึ่ง สามารถพึ่งพา “กลไกตลาด” ของบริษัทนายหน้าผู้ทรงอิทธิพลหาซื้อข้าวเปลือกจากโครงการจำนำได้

ถ้าเช่นนั้น “ผู้มีอำนาจ” คนใดเล่าที่สามารถสั่งให้โรงสีขนข้าวเปลือกจากโครงการจำนำไปยังโรงสีข้าวนึ่งของผู้ส่งออก?
คนมีอำนาจ คือคนที่รับ "หมื่นล้านบาท" จากโครงการจำนำข้าว

เมื่อถูกแฉ ถูกจับได้ "คาข้าว" เช่นนี้ ก็มักต้องมีคนสังเวย...อีกไม่นาน!