"ซีทีเอช" โหมขยายโครงข่ายไฟเบอร์ออปติคทั่วประเทศวงเงิน 2.5 หมื่นล้านปลายปีนี้ เคาะราคาแพ็คเกจ พรีเมียร์ลีก ต่ำกว่า 1,000 บาท/เดือน
หลังจาก วิชัย ทองแตง และผู้บริหารไทยรัฐ เข้ามาร่วมถือหุ้นใน บริษัท เคเบิล ไทย โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ ซีทีเอช เดือนเม.ย. 2555 สร้างปรากฏการณ์ล้ม “ทรูวิชั่นส์” ชิงลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 3 ฤดูกาลใหม่ ปี 2013-2016 มาอยู่ในมือด้วยเม็ดเงินราว 1 หมื่นล้านบาท ส่วนปีนี้ซีทีเอชประกาศเดินหน้าลงทุนขยายโครงข่ายบรอดแบนด์ดิจิทัลครบวงจร ผ่านเครือข่ายไฟเบอร์ออปติค พร้อมทำตลาดพรีเมียร์ลีก อังกฤษ รุกธุรกิจเพย์ทีวี
นายวิชัย ทองแตง ประธานกรรมการ บริษัท เคเบิล ไทย โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ ซีทีเอช กล่าวภายหลังลงนามสัญญาเงินกู้ 1.4 หมื่นล้านบาท จากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) วานนี้ (8 ม.ค.) ซึ่งเป็นเฟสแรกของการลงทุนในธุรกิจบรอดแบนด์ดิจิทัล รูปแบบทริปเปิล เพลย์ ของ ซีทีเอช ของปีนี้ ประกอบด้วย 1.การลงทุนเครือข่ายไฟเบอร์ออปติค 3,000 ล้านบาท 2.เงินทุนหมุนเวียน 1,000 ล้านบาท และจ่ายค่าลิขสิทธิ์ประจำปีพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ รวมทั้งคอนเทนท์อื่นๆ อีก 1 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ การลงทุนเครือข่ายไฟเบอร์ออปติค เฟสแรก จะดำเนินการให้เสร็จก่อนเดือนมิ.ย. นี้ ที่จะเริ่มฤดูกาลการแข่งขันพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2013/14 คาดว่าช่วงปลายปีนี้จะเริ่มลงทุนขยายเครือข่ายไฟเบอร์ออปติค และเทคโนโลยีไฟเบอร์ ทู เดอะ โฮม เพิ่มเติม โดยจะกู้เงินเพิ่มจากธนาคารกรุงเทพ อีก 1.1 หมื่นล้านบาท รวมการลงทุนปี 2556 ถึงต้นปี 2557 ประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาท
คาดล้างขาดทุน-กำไรปีนี้
นายวิชัย กล่าวว่า ปีที่ผ่านมาซีทีเอช ผลประกอบการขาดทุนประมาณ 300 ล้านบาท ส่วนปีนี้คาดเริ่มทำรายได้จากการขยายฐานสมาชิกเคเบิลทีวีท้องถิ่น และการบริหารลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีก ที่จะเป็นแม่เหล็กขยายสมาชิกและทำรายได้ให้ซีทีเอช โดยวางเป้าหมายล้างขาดทุนและทำกำไรหลักร้อยล้านบาทปีนี้ "คาดว่าซีทีเอช จะคุ้มทุนได้ใน 3 ปี หรือในปี 2558 จะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท พร้อมนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ"
นอกจากนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับผู้ดำเนินธุรกิจในแวดวงบรอดแคสต์ ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเข้ามาร่วมถือหุ้นในสัดส่วน 20% หลังจากจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ไม่ร่วม โดยผู้ถือหุ้นปัจจุบัน คือ คุณวิชัย ทองแตง 25% ผู้บริหารไทยรัฐ 25% และผู้ประกอบการเคเบิลท้องถิ่น 30% ภายใต้ทุนจดทะเบียน 1,000 ล้านบาท
แพ็คเกจพรีเมียร์ลีก “ต่ำพันบาท”
นายวิชัย กล่าวว่าเดือนก.พ. นี้ จะเปิดตัวโลโก้ใหม่ CTH พร้อมเปิดตัวธุรกิจเพย์ทีวี หลังจากได้รับใบอนุญาตโครงข่าย (กิจการไม่ใช่คลื่นความถี่) เบื้องต้นกำหนด 3 แพ็คเกจ คือ 1.แพ็คเกจปกติไม่รวมพรีเมียร์ลีก ราคา 399 บาทต่อเดือน 2.แพ็คเกจรายเดือนบวกพรีเมียร์ลีก 380แมทช์ต่อฤดูกาล ราคาไม่เกิน 1,000 บาท และ 3.แพ็คเกจรายเดือนบวกพรีเมียร์ลีก 380 แมทช์ต่อฤดูกาล และบริการอินเทอร์เน็ต ที่จะเปิดตัวปลายปี
คาดว่าหลังการเปิดตัวแพ็คเกจพรีเมียร์ลีก การแข่งขันจะเริ่มฤดูกาลตั้งแต่เดือนส.ค. เป็นต้นไป คาดว่าในฤดูกาลแรกจะมีสมาชิกซื้อแพ็คเกจพรีเมียร์ลีกประมาณ 2 ล้านราย เน้นกลุ่มเป้าหมายกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ต่างจังหวัด จากฐานสมาชิกเคเบิลทีวีท้องถิ่นทั่วประเทศ 3.5 ล้านครัวเรือน
“พรีเมียร์ลีกอังกฤษ จะเป็นแม่เหล็กสำคัญ รวมกับคอนเทนท์อื่นๆ ของซีทีเอช ในการแข่งขันธุรกิจเพย์ทีวี การขยายฐานสมาชิก โดยรายได้ 80% จะมาจากฐานสมาชิกแพ็คเกจพรีเมียร์ลีก อีก 20% จากการแบ่งกำไรกับผู้ประกอบการเคเบิลท้องถิ่นในแพ็คเกจปกติรายเดือน” นายวิชัย กล่าว
นอกจากนี้ จะมีรายได้จากการบริหารลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกอื่นๆ อีก เช่น รายได้โฆษณาจากการถ่ายทอดทางฟรีทีวี คาดสรุปเดือนก.พ. นี้ และรายได้จากการบริหารลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีก ในลาวและกัมพูชา ซึ่งได้พูดคุยกับผู้ประกอบการเพย์ทีวีใน 2 ประเทศแล้ว
วางเป้า7ล้านครัวเรือนปี 2558
ด้านแหล่งข่าวจากสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ซีทีเอช ได้เตรียมเปิดตัวแพ็คเกจคอนเทนท์ กับผู้ประกอบการเคเบิลท้องถิ่นทั่วประเทศเดือน ก.พ.นี้ ประกอบด้วยค่าสมาชิกรายเดือน 399 บาท ชม 50 ช่อง ค่าสมาชิกรายเดือน 499 บาท ชม 70 ช่องรายการ และแพ็คเกจค่าสมาชิกรายเดือนบวก 499 บาท ชม 70 ช่องรายการบวกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 380 แมทช์ต่อฤดูกาล
ปัจจุบัน ซีทีเอช ได้เชื่อมต่อโครงข่ายไฟเบอร์ออปติคกับผู้ประกอบการเคเบิลทีวีท้องถิ่นทั่วประเทศ 350 ราย ซึ่งมีฐานสมาชิกทั่วประเทศ 3.5 ล้านราย โดยมีผู้ประกอบการเคเบิลเข้าร่วมแล้ว 80% คาดภายในสิ้นปีนี้ จะเชื่อมโยงฐานสมาชิก 3.5 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ และภายในปี 2558 ฐานสมาชิกจะเพิ่มเป็น 7 ล้านครัวเรือน
‘ทรูวิชั่นส์’หั่นราคาลุยแมส
ฟากผู้ประกอบการเคเบิลทีวีรายใหญ่ “ทรูวิชั่นส์” หลังจากพลาดการประมูลลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกอังกฤษ 3 ฤดูกาลใหม่ ได้เดินหน้ายุทธศาสตร์การขยายฐานสมาชิกตลาดแมส ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่มีจำนวน 10 ล้านครัวเรือนในปัจจุบันในกลุ่มที่ติดตั้งเสาก้างปลาและจานดาวเทียม
ล่าสุด ทรูวิชั่นส์ได้เปิดตัวแพ็คเกจ ทรู โนว-เลจ ใหม่ รับชมช่องรายการรวม 78 ช่อง ทั้งกีฬา บันเทิง และสารคดี โดยเดือนเม.ย. นี้ จะเพิ่มเป็น 90 ช่อง มีช่องรายการเอชดี 4 ช่อง ราคาเดือนละ 299 บาท จากปกติราคา 495 บาท วางเป้าหมาย 6 เดือนแรกขยายฐานสมาชิกเพิ่ม 1 แสนราย จากปัจจุบัน 3.5-4 แสนราย เติบโต 30% ปีนี้
ขณะที่ฐานสมาชิกแพ็คเกจ ทรู โนว-เลจ เดิม มีประมาณ 1 แสนราย จะอัพเกรดให้รับชมแพ็คเกจใหม่ราคาเดิม คือ แพ็คเกจซูเปอร์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ 107 ช่อง ปกติราคา 790 บาทต่อเดือน และแพ็คเกจซูเปอร์ สปอร์ต 83 ช่องปกติ ราคา 650 บาทต่อเดือน ปัจจุบันสมาชิกกลุ่มแมส คิดเป็นสัดส่วนรายได้ของทรูวิชั่นส์ ราว 10% ในปีนี้วางเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนรายได้เท่าตัว หรือ 20%
มั่นใจธุรกิจทีวีดิจิทัลยังโต
นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวถึงการปล่อยกู้ให้ ซีทีเอช วงเงิน 1.4 หมื่นล้านบาท ว่ามีความมั่นใจในโครงการลงทุนที่จะเกิดขึ้น จากการศึกษาแผนธุรกิจแล้วเห็นว่าโอกาสชำระหนี้มีสูง
นายเดชา ตุลานันท์ รองประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า การสนับสนุนทางการเงินครั้งนี้ ธนาคารมองว่า ซีทีเอช มีศักยภาพการพัฒนาที่สูงมากในการก้าวไปสู่ผู้นำในตลาดการสื่อสารระดับประเทศ หวังจะได้เห็นการพัฒนาศักยภาพการทำงาน การลงทุนด้านธุรกิจโครงข่ายการสื่อสาร ด้านคอนเทนท์คุณภาพทั้งไทยและต่างประเทศ เป็นผู้นำ ผู้ให้บริการสัญญาณโทรทัศน์และบรอดแบนด์คุณภาพ ภายใต้โครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสง ทำให้ธนาคารเชื่อมั่นว่าซีทีเอช สามารถนำเงินที่ได้รับไปใช้ให้บรรลุผลสำเร็จ
นายชาญศักดิ์ เฟื่องฟู กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ภาพรวมของธุรกิจด้านเคเบิลทีวี -ทีวีดิจิทัล ยังมีอีกมากในอนาคตมีโอกาสที่ธุรกิจจะขยายตัวได้ ในไทยเพราะเป็นธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้น และสามารถขยายผลิตภัณฑ์ได้อีกมาก แต่ความเสี่ยงของธุรกิจนี้จะอยู่ที่ผู้กำกับดูแลที่ยังไม่มีความชัดเจนและคล่องตัว ซึ่งธนาคารต้องเรียนรู้ไปด้วยกัน การให้สินเชื่อซีทีเอชครั้งนี้ถือเป็นการให้สินเชื่อโครงการ (Project Finance) แตกต่างจากการให้สินเชื่อที่มีหลักประกัน เป็นการปล่อยกู้เพียง 3 ปี ก็ชำระหนี้คืนได้ทั้งหมด
“ธนาคารดูความเป็นไปได้ของโครงการนี้มีสูง เพราะโครงสร้างธุรกิจดี มีผู้ถือหุ้นที่เป็นเคเบิลท้องถิ่นกว่าร้อยแห่ง มีฐานลูกค้ากว่า 3.5 ล้านครัวเรือนถือเป็นธุรกิจที่ไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์ เพียงแค่ใส่เนื้อหารายการเพิ่ม ยังมีโอกาสอีกมากจากผู้เล่นและเนื้อหาที่หลากหลาย ”
เผยสายสัมพันธ์ลูกค้าชั้นดี
นายสุวรรรณ แทนสถิตย์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวถึงการปล่อยกู้ว่า ผู้ถือหุ้นหลักของซีทีเอชทั้ง 2 ราย ล้วนแต่เป็นลูกค้ารายใหญ่ของธนาคาร และไล่ถึงประวัติความสัมพันธ์ของธนาคารแห่งนี้กับผู้ถือหุ้นของซีทีเอชมีมากว่า 3 ชั่วอายุคนแล้ว ตั้งแต่รุ่นของนายกำพล วัชรพล ที่ถือเป็นลูกค้าคนสนิททั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวกับนายวิระ รมยะรูป อดีตกรรมการ ธนาคารกรุงเทพ และ นายชัยรัตน์ คำนวณ อดีตผู้บริหารธนาคารกรุงเทพ แม้จะเข้าสู่รุ่นที่ 3 แต่ความสัมพันธ์ยังมีความต่อเนื่อง ส่วนนายวิชัย เป็นลูกค้าเงินฝากกว่า 15-20 ปี เมื่อมีการไล่ซื้อกิจการก็จะใช้บริการธนาคารมาเป็นเวลานานแล้ว
"เมื่อมองแง่ความเสี่ยงไม่น่ากังวล เพราะธุรกิจนี้ยังขยายได้อีกมหาศาล และลูกค้าที่เข้ามาลงทุน ส่วนใหญ่มีฐานทุนแน่นอยู่แล้ว "









