โลกเปลี่ยนทุกวัน ยิ่งเป็นแวดวงดิจิทัลอัตราหมุนเปลี่ยนยิ่งเร็วทวีคูณ และเวทีหนึ่งที่ชี้ชะตาตลาดสินค้าเทคโนโลยีโลก
นั่นคือมหกรรมแสดงสินค้าคอนซูเมอร์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ "ซีอีเอส 2013" ที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา ซึ่งปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-11 ม.ค. 2556 สินค้าใหม่ๆ จะมาพร้อมขนาดที่เล็กลงกว่าเดิม มีไฮไลต์ คือความสามารถเชื่อมต่อเครือข่ายแบบไร้สายผ่านไวไฟ ทำให้ผู้บริโภคควบคุมเครื่องได้โดยใช้แอพพลิเคชั่นธรรมดาบนสมาร์ทโฟน
จากแนวคิดการพัฒนาสินค้าเพื่อใช้ภายในบ้านที่เปลี่ยนไปจาก 13 ปีก่อนของการจัดงานซีอีเอสครั้งแรก และแน่นอนว่า เทรนด์สำคัญที่มาแรงคือ สมาร์ทโฟน และแทบเล็ต โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนนั้นได้มี "ขาใหญ่" แห่งวงการพยายามหวนคืนมาประกาศศักดา หรือทวงคืนที่ยืนบนตลาด เช่น เลอโนโว ยักษ์ไอทีแดนมังกร ที่วางเป้าหมายปีนี้จะขึ้นเป็นเบอร์ 1 ตลาดสมาร์ทโฟนในจีนให้ได้ จากไตรมาสที่ 3 ปี 2555 คว้าอันดับ 2 มาแล้ว อีกรายที่ฝ่าฟันวิกฤตแดนปลาดิบ อย่างโซนี่ที่ซวนเซไปพักใหญ่ก็กลับมาเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่หมายแข่งขันกับผู้นำตลาด 2 ราย ด้วยเป้าหมายสู่ผู้เล่นเบอร์ 3 ตลาดสมาร์ทโฟนโดยไม่คิดควบรวมกิจการกับใครเพิ่ม
นอกจากนั้น ผู้เล่นหลากหลายระดับก็ไม่มีใครยอมแพ้ ล้วนประชันเทคโนโลยีใหม่ที่มีกันสุดฤทธิ์ เช่น แซดทีอี ออกลูกผสมสมาร์ทโฟน และแทบเล็ต ด้วยสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ทั้งบาง และหน้าจอกว้าง เช่นเดียวกับหัวเว่ย อีกหนึ่งยักษ์แดนมังกร ก็มีสมาร์ทโฟน แพลตฟอร์มแอนดรอยด์ และวินโดว์สโฟน 8 มาโชว์โฉม หรือค่ายเกาหลีอย่างแอลจี อิเล็กทรอนิกส์ ถึงที่ผ่านมาจะยังช่วงชิงการนำในตลาดสมาร์ทโฟนไม่ได้ แต่ก็มีสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ หน้าจอไม่มีขอบ พร้อมลูกผสมสมาร์ทโฟนและแทบเล็ต ฟูลเอชดี มาสู้ศึก ขณะที่ ผู้ผลิตชิพเบอร์ 1 ของโลกพีซี อย่าง"อินเทล" ที่ดูเหมือนจะอ่อนแรงไปกับปรากฎการณ์สมาร์ทโฟนมาแรง ก็ไม่ยอมหยุดอยู่กับที่ ขึ้นเวทีประกวดด้วยการเปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่สำหรับตลาดสมาร์ทโฟนด้วยควอดคอร์ เอสโอซี (System-On-Chip) แบบ 22 นาโนเมตรสำหรับแทบเล็ต และอัลตร้าบุ๊คที่จะเป็นส่วนตัวมากขึ้น ใช้งานได้ง่ายขึ้น ยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ เป็นคอร์ โปรเซสเซอร์ เจเนอเรชั่นที่ 4 ที่เพิ่มอินเตอร์เฟซรุ่นใหม่หลากหลายชนิดในอุปกรณ์ประมวลผล ผ่านการสัมผัส เสียง ระบบจำแนกใบหน้า และการปฏิสัมพันธ์กับท่าทาง เพื่อเป็นการเพิ่มความหลากหลายให้แก่อุปกรณ์เคลื่อนที่ในปี 2556
ภายในงานเดียวกัน ยังเป็นเวทีแสดงเทคโนโลยีใหม่ๆ ก่อนจะพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ออกทำตลาดโลก อย่างเช่น ต้นแบบของ "เปเปอร์แท็บ" ที่เกิดจากความร่วมมือของมหาวิทยาลัยควีนส์ และบริษัท พลาสติก โลจิก จำกัด ซึ่งเจ้าแผ่นกระดาษอิเล็กทรอนิกส์นี้ บิดโค้งได้โดยไม่หัก แสดงผลได้ทั้งข้อมูลและภาพ การพัฒนาทำขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว และก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคตอันไม่นานมนุษยชาติทั้งมวลต้องมีโอกาสได้จับจ่ายซื้อหามาใช้งาน ด้วยน่าจะตัดปัญหาหน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหลายแตก ร้าว ลงได้
ทั้งนี้ ที่สุดแล้วใครจะคว้าชัย ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุด มีผู้บริโภคทั่วโลกเป็นคนตัดสิน ซึ่งจะเห็นได้ว่า ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ล้วนต้องมองความต้องการของผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง และคนไทยก็ไม่แพ้ใครในโลก เรื่องการซื้อหาสินค้าเทคโนโลยีมาใช้ ยิ่งเมื่อเปิดบริการ 3จี การไหลบ่าของเทคโนโลยีใหม่คงไม่ขาดสาย แม้โลกเปลี่ยนทุกวัน ไม่มีอะไรย่ำอยู่กับที่ เราต้องตั้งรับกันให้ดี









